ขุนค้อนหวังทุบปีศาจ

วันที่ 31 มี.ค. 2554 เวลา 21:36 น.
เกมนัดนี้คงทำให้กองเชียร์ได้ซู๊ดปากกับความมันส์เข้าใส่กันทั้งสองทีม โอกาสที่เหล่าเรดเดวิลจะโหยหวนเฉือนหวิวเก็บแต้มกลับออกไปคงเป็นไปได้สูง

โดย...เซียนหมึก

หลังจากพักแข้งพรีเมียร์ลีกในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะต่างมีภารกิจรับใช้ทีมชาติ กลับมาคราวนี้คู่เปิดเกมวันเสาร์ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เปิดอัพตันปาร์ค รอทุบ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เริ่มออกอาการแกว่งในเกมนอกบ้าน พลาดท่าเสียทีให้กับทั้งทีมเล็ก-ใหญ่ เหตุเพราะกรำศึกหนักหวังครองหลายถ้วย นักเตะเจ็บกันระนาว ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คงต้องจัดทัพผีให้ลงตัวเพื่อรักษาตำแหน่งจ่าฝูง แม้จะมีงานช้างชนกับ เชลซี ใน แชมเปียนส์ลีก กลางสัปดาห์หน้า ขณะที่เจ้าบ้านกำลังดีวันดีคืน ดิ้นหนีโซนตกชั้นขึ้นมาอย่างเฉียดฉิว

 

แกรนต์

แนวรุกตัวหน้าของทีมเยือนคงไม่พลาดไปจาก “หมูบิน" เวย์น รูนีย์ ลงคู่กับ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ที่ระยะหลังออกอาการฝืดต้องนั่งสำรองคอยแก้เกม โดยถนอม “เจ้าถั่วน้อย” ฮาเวียร์ ชิชาริโต ไว้เป็นซูเปอร์ซับ หลังจากต้องบินไกลกลับจากเม็กซิโก หากได้ตัวริมเส้นอย่าง อันโตนิโอ วาเลนเซีย พร้อม หลุยส์ นานี ที่อยากออกลีลาตามใจตัว แต่ท่านเซอร์ร้องขอให้ส่งบอลป้อนคู่กองหน้ามากขึ้น ก็มีโอกาสที่ฝูงปีศาจจะเข้าหลอนเจาะแผงหลังของเจ้าบ้านที่แข็งแกร่งอย่าง เวย์น บริดจ์ และแมทธิว อัพสัน

ขณะเดียวกัน แนวหลังของทีมเยือนอย่าง คริส สมอลลิง เริ่มมีการปรับตัวเข้าหาบอล รู้ทางกับพาทริซ เอฟรา แต่ต้องเผชิญหน้ากับการทำทีมของ อัฟราม แกรนท์ ที่ปรับแนวรุกบุกแหลกแลกแต้มของ เดมบา บา และคาร์ลตัน โคล โดยเฉพาะแถวสองอันตราย สกอตต์ พาร์คเกอร์ และ โทมัส ฮิตเซิสส์แบร์เกอร์ กองกลางเท้าหนักระยะไกล เกมนัดนี้คงทำให้กองเชียร์ได้ซู๊ดปากกับความมันส์เข้าใส่กันทั้งสองทีม โอกาสที่เหล่าเรดเดวิลจะโหยหวนเฉือนหวิวเก็บแต้มกลับออกไปคงเป็นไปได้สูง

คู่ดึกวันเดียวกัน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล สะสมกระสุนเต็มอัตราศึกหมายถล่ม “กุหลาบไฟ” แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ซ้ำสองในฤดูกาลนี้ ทีมของอาร์แซน เวงเกอร์ แม้จะเหลือความหวังสุดท้ายกับการลุ้นแชมป์ แต่ผู้เล่นหลายตัวยังเจ็บยาว ยิ่งกองกลางห้องเครื่องอย่าง เชส ฟาเบรกัส ด้วยแล้ว ป้าเวง คงคิดหนักจัด “น้าศรี” ซาเมียร์ นาสรี ลงควบกับ อังเดร อาร์ชาวิน พร้อม โรบิน ฟาน เพอร์ซี หวังส่องทีมเยือนที่มีตัวเก่งอย่าง คริสโตเฟอร์ แซมบา และมอร์เทน กัมสท์ พีเดอร์เซน แต่ขาดการประสานทีมเวิร์ค เจ้าบ้านคงถือโอกาสเด็ดหนามกุหลาบ เก็บแต้มตุนลุ้นแชมป์กันยาวๆ

คู่เอกวันอาทิตย์ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี เปิดอ่าวเตรียมถลกหนัง “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ ที่ตะกุยฝากรอยข่วนไว้เมื่อต้นฤดูกาล ทีมเยือนกำลังอยู่ในช่วงขาลง ยังสะกดคำว่าชนะไม่ถูกในระยะหลัง แม้จะมีตัวรุกบุกแหลกอย่าง แดนนี เวลล์เบค และอาซาโมอาห์ กียาน แต่แผงหลังที่เปราะบาง คงต้านทัพหน้ากองเรืออย่าง เอดิน เชโก และดาวิด ซิลบา ไม่อยู่ แม้จะขาดลูกเรือเกเรจอมปาลูกดอก มาริโอ บาโลเตลลี ที่กำลังถูกสอบสวนก็ตาม แต่ก็เชื่อว่า โรแบร์โต มันชินี คงได้ตีธงฉลองชัยหลังทอดสมอกระชั้นชิดจ่อจ่าฝูง

////////////////////////////////////////////////

หนีตาย VS หวังแชมป์

โดย...เซียนน้อยเจ้าปัญญา

หยุดพักร้อน มาเจอหนาวกันหนึ่งสัปดาห์ เพื่อหลีกทางให้กับการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลยูโร 2012 ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ก็กลับมาเตะกันอีกครั้งหนึ่ง เริ่มกันที่คู่เอกประจำสัปดาห์ในคืนวันเสาร์ ระหว่าง “ขุนค้อน”   เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เปิดสนามอัพตัน พาร์ค พบกับจ่าฝูง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขุนค้อนอยู่อันดับที่ 4 จากบ๊วย ต้องหนีตายทุกนัดนับจากนี้ ส่วน ผีแดง อยู่ในตำแหน่งจ่าฝูง หวังฟันแชมป์สมัยที่ 19 เจ้าบ้าน 4 นัดล่าสุด ฟอร์มเหนียวแน่นขึ้น ชนะ 2 เสมอ 2 เก็บได้ 8 คะแนน กัปตันทีมสก็อต พาร์คเกอร์ นำลูกทีมอย่าง เดมบา บา, เฟรเดริก ปิกิยอน หรือคาร์ลตัน โคล คอยโฉบเฉี่ยวกันทำทางเข้ายิงประตู ขณะนายทวาร โรเบิร์ต กรีน ก็เหนียวหนึบ ช่วยเซฟอุตลุตจนไม่พ่าย สเปอร์ส ในนัดล่าสุด ทำให้มีโอกาสที่จะเบียดเอาคะแนนจากจ่าฝูงได้

เฟอร์กูสัน

ทางด้านปีศาจแดง นักเตะในทีมนัดกันเจ็บระนาว ยังดีที่ได้พักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ได้พักรักษาตัวกันอย่างเต็มที่ คาดว่าตัวเจ็บอย่างเนมันยา วีดิช, ดาเรน เฟรชเชอร์, พาร์คจีซอง คงหายเจ็บกลับมาบู๊ช่วยทีมได้ ส่วนป๋าเฟอร์กี ยังไม่พ้นโทษแบน คงได้แต่สั่งการอยู่บนอัฒจันทร์ผ่าน ไมค์ ฟีแลน กำกับเกมการเล่นแทน

เกมนี้ ทั้งสองฝ่ายหวัง 3 แต้มกันทั้งคู่ เจ้าบ้านหวังหนีตาย ส่วนทีมเยือนหวังแชมป์ คงต้องเน้นเกมแดนกลางกันให้เหนียวแน่น ก่อนอาศัยจังหวะผลัดกันโจมตี เจาะประตู แต่จากผลงานการฮึดทำประตูในช่วงท้ายเกม ทำให้ปีศาจแดงเบียดเข้าป้ายไปได้อย่างหืดจับ น้ำลายเหนียวคอ

คู่ที่สอง “ช่างปั้นหม้อ” สโตก ซิตี เปิดสนามบริทาเนีย สเตเดียม รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี โดยเจ้าบ้านอยู่อันดับ 10 ส่วนทีมเยือนรั้งที่ 3 ผลงานในบ้านของสโตก ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ชนะ 9 เสมอ 2 แพ้ 5 ส่วนสิงห์บลูก็ใช่ย่อย ชนะมา 3 นัดติด รวมทั้งแมนฯ ยูไนเต็ด และแมนฯ ซิตี สิงห์บลูก็เข่นมาแล้ว เจ้าบ้านจึงต้องเน้นเกมแดนกลางให้แน่น เพรสซิงเกมตลอดเวลา อย่าให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด และรามิเรส ที่กำลังขึ้นหม้อทำเกมได้ถนัด แล้วค่อยหาจังหวะสวนกลับทำประตูอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ผลงานที่เจอกันในรอบ 3 ปี เชลซีผูกปีชนะมาตลอด เกมนัดนี้ ก็น่าจะเป็นเหมือนเดิม สิงห์บุกมาเก็บ 3 แต้มเต็มหวังแชมป์ที่ยังพอเห็นเลือนลางต่อไป 

รูดม่านด้วยคู่ “เดอะ แบ็กกี” เวสต์บรอมวิช อัลเบียน เปิดสนามเดอะฮอร์ธอร์น บู๊กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เจ้าบ้านอยู่ในอันดับ 5 จากบ๊วย ทำให้ทุกนัดจึงต้องเล่นอย่างถวายหัว แถมตั้งแต่ได้ รอย ฮอด์จสัน มาคุมทีม ผลงานก็ดีขึ้นทันตา ไม่แพ้มา 5 นัดติดแล้ว เมื่อมาเจอลูกทีมเก่าที่เคยคุมทีมมา จึงได้เปรียบอยู่เล็กน้อย ที่รู้กึ๋นของเด็กหงส์พอสมควร ส่วนทีมเยือน หลุยส์ ซัวเรซ ก็โชว์สเต็ปนักเตะอเมริกาใต้ แถมเข้าขากับ เดิร์ก เคาต์ ที่ยิงได้ต่อเนื่อง ทำให้มีแอบลุ้นฟุตบอลยูโรปาลีกอยู่ลึกๆ อย่างไรก็ตามเด็กหงส์คงเจอกับการวิ่ง สู้ ฟัด ของเจ้าบ้านตลอดเกม จนทำให้เจาะประตูยากเย็น และคงเก็บได้แค่แต้มเดียวกลับบ้านไปอย่างขัดใจแฟนคลับ