ช็อกวงการมวยไทย ! มะเร็งปอดคร่าชีวิต “นำขบวน หนองกี่พาหุยุทธ”

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 10:19 น.
ช็อกวงการมวยไทย ! มะเร็งปอดคร่าชีวิต “นำขบวน หนองกี่พาหุยุทธ”
จอมไถนา “นำขบวน หนองกี่พาหุยุทธ” อดีตแชมป์มวยไทยรุ่นจูเนียร์ไลท์เวท เวทีลุมพีนี วัย 48 ปี เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็งปอด ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วงการมวยไทยได้สูญเสียยอดมวยในตำนานอีกคน คือ “จอมไถนา” นำขวน หนองกี่พาหุยุทธ ภายหลังจากที่ช่วงกลางเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา ตรวจพบเป็นโรคมะเร็งปอดระยะที่ 4 และเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา หลังจากนั้นได้รักษาทั้งที่กรุงเทพฯ และจังหวัดนครราชสีมา ต่อมามะเร็งได้ลุกลามขึ้นไปถึงสมอง จนกระทั่งได้เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ปัจจุบันอายุ 48 ปี ช็อกวงการมวยไทยเป็นอย่างมาก

สำหรับนำขบวน หนองกี่พาหุยุทธ มีชื่อจริงว่า คำเพียว ศรีจันทึก ชื่อเล่น เพียว เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2516 ที่ ต.ทุ่งกระดานพัฒนา อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ปัจจุบันอยู่ที่ จ.นครราชสีมา เป็นน้องชายของ “ขุนเข่าหน้าเปื่อย” นำพล หนองกี่พาหุยุทธ ผู้เคยโดนศอกแม่ไม้ “ทัดมาลา” จาก สามารถ พยัคฆ์อรุณ จนลือลั่นเป็นตำนาน

นำขบวน นักชกรูปหล่อหน้าคม เคยทำสถิติไม่น่าจดจำ “แพ้น็อกเร็วที่สุด” เมื่อ 30 ตค. 33 ด้วยการโดนตวัดฮุคซ้ายหมัดเดียว พ่ายน็อกยกแรกในเวลาเพียง 33 วินาทีให้กับ “ไอ้หนุ่มชีวาส” วังจั่นน้อย ส.พลังชัย มาแล้ว จนทำให้วังจั่นน้อยได้รับฉายาว่า “ไอ้หมัด 33 วิ” จากการพบกันทั้งหมด 4 ครั้ง ผลัดกันแพ้ชนะคนละ 2 ครั้ง

จากนั้นมานำขบวนได้พัฒนาฝีมือขึ้นมา กลายเป็นยอดมวยที่ชกได้สวยงาม และกลายเป็นมวยเอกค่าตัวเงินแสน นำขบวนมีท่าไม้ตายทีเด็ดคือ “ไถนา” คือการจับขาของคู่ชกแล้วไถดันไปข้างหลังให้เสียหลัก จึงได้รับฉายาจากแฟนมวยว่า “จอมไถนา”

จากการที่นำขบวนชอบใช้ลูกไถนานี้ จึงได้มีการประชุมกติกาและตกลงกันใหม่ว่า ห้ามนักมวยไทยใช้ลูกไถนานี้อีก เนื่องจากเป็นการเอาเปรียบคู่ต่อสู้ ซึ่งยังใช้เป็นกติกามาจนปัจจุบัน นำขบวนเคยสร้างประวัติศาสตร์โดยเป็นแชมป์รุ่นจูเนียร์ไลท์เวท (130 ปอนด์) ของเวทีลุมพีนียาวนานถึง 6 ปี โดยไม่มีใครสามารถชิงแชมป์ได้ จนต้องสละตำแหน่งไป และเคยเป็นแชมป์ของสภามวยไทยโลกด้วย โดยมีค่าตัวการชกสูงสุดถึง 260,000 บาท

หลังจากเลิกชกมวยนำขบวน ก็ได้มาเปิดร้านขายหมูกระทะ อยู่บริเวณถนนสืบศิริ อ.เมือง จ.นครราชสีมา และไปสอนมวยไทยอยู่ที่ไทเกอร์มวยไทย ยิมมวยที่ จ.ภูเก็ต แต่ภายหลังจากที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดในระลอกที่ 2 ก็ได้กลับมาช่วยภรรยาขายหมูกระทะเหมือนเดิม จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 มค. 64 ได้ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งปอดระยะที่ 4 จึงได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จนกระทั่งมะเร็งได้ลุกลามขึ้นสมอง และเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 7 เม.ย. 64 เวลาประมาณ 22.00 น. รวมอายุ 48 ปี