เมื่อ “ช้างศึก” กลายเป็น “ช้างป่วย”

  • วันที่ 08 มิ.ย. 2562 เวลา 21:12 น.

เมื่อ “ช้างศึก” กลายเป็น “ช้างป่วย”

ผลงานของทีมชาติไทยในศึกฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ที่จ.บุรีรัมย์ ต้องยอมรับเลยว่า “สอบตก” อย่างสิ้นเชิง

ขุนพลช้างศึกในฐานะ “เจ้าภาพ” ได้รับของฝากจากอาคันตุกะเป็นความปราชัย 2 นัดรวด แถมยังไม่สามารถยิงประตูให้แฟนบอลได้เฮกันสักแอะ หลังจากแพ้ต่อเวียดนามและอินเดียด้วยสกอร์ 0-1 ทั้งสองนัด

จากเป้าหมายก่อนแข่งซึ่งมองไปที่ “แชมป์” กลับกลายเป็นว่าได้ “บ๊วย” มาให้ชอกช้ำเสียอย่างงั้น

มันเกิดอะไรขึ้นกับช้างศึกเชือกนี้?

อย่างแรกที่เห็นได้ชัดคือ การขาดหายไปของ “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ซึ่งมีอาการบาดเจ็บ ส่งผลกระทบต่อเกมรุกของทีมชาติไทยที่ด้อยประสิทธิภาพลงไปอย่างเห็นได้ชัด แต่นั่นก็ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างของความล้มเหลวได้

นอกจากนี้ การเรียกตัวผู้เล่นเข้ามารับใช้ชาติในศึกคิงส์คัพของ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูพอสมควร โดยผู้เล่นหลายคน ซึ่งฟอร์มไม่ดีนักในสโมสร แต่ก็ยังมีชื่อติดโผเข้ามา อาจจะด้วยเหตุผลว่าผู้เล่นเหล่านี้เป็นนักเตะชุดเดิมที่โค้ชโต่ยเคยใช้งานมาแล้ว และทำผลงานได้น่าพอใจ จึงยังคงไว้ใจให้ติดธงต่อไป

แน่นอนว่า โค้ชแต่ละคนย่อมมีแนวทางการทำทีม มีผู้เล่นที่ชื่นชอบ มีนักเตะที่รู้ใจและเข้ากับแท็คติกของตัวเอง

แต่เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย มันจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องย้อนกลับไปมองถึงฝีไม้ลายมือและการทำงานของแม่ทัพ ซึ่งนอกจากการเรียกตัวผู้เล่นแล้ว ในแง่ของแท็คติก หรือการแก้เกม ก็ถูกตั้งคำถามเช่นกัน โดยสถิติที่ผ่านมา หากทีมชาติไทยโดนคู่แข่งยิงขึ้นนำก่อน โค้ชโต่ยยังไม่เคยพาทีมพลิกกลับมาเอาชนะคู่แข่งได้เลย

ขณะเดียวกัน เมื่อกึ๋นของกุนซือเป็นที่กังขา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยจะไม่สามารถปฎิเสธความรับผิดชอบได้เลย โดยเฉพาะเรื่องของการแต่งตั้งกุนซือคนใหม่

ย้อนกลับไปตอนที่ มิโลวาน ราเยวัช ถูกปลดกลางอากาศในศึกเอเชียนคัพเมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา สมาคมฯ ให้ “โค้ชโต่ย” เข้ามาคุมทีมขัดตาทัพ ปรากฎว่าทัพช้างศึกกลับทำผลงานได้ดีเกินคาด ทำให้โค้ชโต่ยได้คุมทีมต่อเนื่องและไปได้รองแชมป์ไชน่า คัพ ที่ประเทศจีน เมื่อเดือนมี.ค.

หลังจากนั้น “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกลูกหนังไทย ประกาศว่าทัพช้างศึกจำเป็นต้องเฟ้นหากุนซือถาวรคนใหม่ เพื่อเตรียมลุยศึกฟุตบอลโลก 2020 รอบคัดเลือก รอบสอง โซนเอเชีย ในเดือนก.ย.นี้ เนื่องจากโค้ชโต่ยยังไม่จบโปรไลเซนส์ตามข้อบังคับของเอเอฟซี

แต่ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลกลใด สมาคมจึงปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถหากุนซือคนใหม่ได้เสียที และใช้บริการโค้ชโต่ยต่อไป ทั้งๆที่ตอนแรกวางแผนไว้ว่าจะใช้ศึกคิงส์คัพเป็นเวทีเตรียมความพร้อมให้กับโค้ชคนใหม่ ก่อนไปลุยเป้าหมายสำคัญคือศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ครั้งหนึ่ง บิ๊กอ๊อดเคยลั่นวลี “ผมอาย” เมื่อครั้งที่ทีมชาติไทยในยุคของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง บุกไปแพ้ยอดทีมเอเชียอย่างญี่ปุ่น 0-4 ในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

ดังนั้นจึงเชื่อว่าความพ่ายแพ้คาบ้านต่อทีมอย่างเวียดนามและอินเดีย พร้อมกับการเป็นบ๊วยฟุตบอลคิงส์คัพในถิ่นของตัวเอง น่าจะทำให้บิ๊กอ๊อดยิ่งอายมากกว่าเดิมเป็นทวีคูณ และต้องเร่งหาหนทางเพื่อให้ช้างศึกเชือกนี้กลับมาผงาด พร้อมกับเรียกศรัทธาคืนจากแฟนบอลให้ได้โดยเร็ว

มิฉะนั้นเราคงได้อายกันอีกสองครั้ง นั่นคือ "ครั้งแล้ว" กับ "ครั้งเล่า" แน่นอน 

ข่าวอื่นๆ