เมื่อกำปั้น “เจ้าแหลม” ไม่เฉียบแหลมเหมือนเคย...บทเรียนหลังแชมป์โลกหลุดมือ

วันที่ 27 เม.ย. 2562 เวลา 19:50 น.
เมื่อกำปั้น “เจ้าแหลม” ไม่เฉียบแหลมเหมือนเคย...บทเรียนหลังแชมป์โลกหลุดมือ
“ผมเสียใจที่ทำให้แฟนมวยทุกคนผิดหวัง และคำพูดว่าจะนำเข็มขัดกลับเมืองไทยก็ทำไม่ได้” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ให้สัมภาษณ์พร้อมแววตาที่สะท้อนถึงความผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

การป้องกันแชมป์รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท สภามวยโลก (WBC) ไฟต์ที่ 4 ของ “เจ้าแหลม” ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐ เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา จบลงด้วยความปราชัยต่อคู่ปรับเก่าอย่าง ฮวน ฟรานซิสโก้ เอสตราด้า กำปั้นเลือดจังโก้ ซึ่งสามารถถอนแค้นและกระชากเข็มขัดแชมป์ไปจากเอวของศรีสะเกษด้วยการชนะคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ทั้ง 3 เสียง 116-112, 115-113 และ 115-113

หากใครได้ดูการถ่ายทอดสดน่าจะมีความรู้สึกตรงกันว่า ศรีสะเกษชกได้ “ผิดฟอร์ม

ไม่ว่าจะเป็น ความว่องไว ความดุดัน ความแม่นยำ ล้วนเป็นรองผู้ท้าชิงทั้งหมด โดยสถิติจาก CompuBox ระบุว่าตลอดทั้ง 12 ยก ศรีสะเกษออกหมัดไปทั้งสิ้น 971 ครั้ง เข้าเป้า 230 ครั้ง คิดเป็น 24% ส่วนเอสตราด้าออกหมัด 1,019 ครั้ง เข้าเป้า 289 ครั้ง คิดเป็น 28%

หนึ่งในเหตุผลที่เชื่อว่าเป็น “ปัจจัยสำคัญ” ที่ทำให้เพลงหมัดของศรีสะเกษไม่ร้อนแรงเท่าที่ควรคือ แท็คติกการชก ซึ่งไฟต์นี้เจ้าแหลมเปลี่ยนมายืนมวยขวา (Orthodox) ทั้งๆที่ปกติเป็นมวยซ้าย (Southpaw) ซึ่งแม้กระทั่งเอสตราด้าเองก็ยังแปลกใจ

สิ่งที่บ่งชี้ได้ว่า แท็คติกดังกล่าวไม่เวิร์คเอาเสียเลยคือ “ตัวเลข” ในใบคะแนนของกรรมการ โดยจะเห็นได้ว่าช่วงที่ศรีสะเกษยืนทรงมวยขวานั้นคะแนนเป็นรองเอสตราด้าเกือบทุกยก จนกระทั่งช่วงท้าย เจ้าแหลมหันมายืนมวยซ้ายตามถนัด คะแนนจึงออกมาดีขึ้น

แต่สุดท้ายก็ไล่ไม่ทันเสียแล้ว...

ทั้งนี้ “เสี่ยฮุย” สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ เจ้าของค่ายนครหลวงโปรโมชั่น เผยถึงสาเหตุที่ให้ศรีสะเกษยืนมวยขวา เนื่องจากได้ศึกษาไฟต์ที่เอสตราด้าแพ้ โรมัน กอนซาเลซ ซึ่งไฟต์ดังกล่าว โรมันยืนการ์ดขวาแล้วสามารถตัดลำตัวจนเอสตราด้าออกอาการชัดเจน จึงตัดสินใจใช้แผนนี้ แต่ผลออกมากลับไม่เป็นอย่างที่คาด และเปลี่ยนสไตล์กลับมาช้าเกินไป

“เราเปลี่ยนกลับมาเป็นการ์ดซ้ายช้าไป ซึ่งผมก็บอกแล้วว่าให้สลับกันสองการ์ด ถ้าใช้ขวาแล้วได้เปรียบ เราก็ทำไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเสียเปรียบก็สลับมาเป็นซ้าย แต่สุดท้ายเราก็ไม่โทษใคร เพราะทุกคนทำเต็มที่แล้ว”

ถึงตรงนี้ ทุกฝ่ายยอมรับว่าเราทำได้ไม่ดีพอ ซึ่งถือเป็น “การบ้าน” ที่ทีมงานค่ายนครหลวงโปรโมชั่นต้องรีบนำกลับไปแก้ไข รวมไปจนถึงเรื่องการเตรียมตัวและสภาพร่างกายของเจ้าแหลมในวัย 32 ปี ที่ไฟต์นี้ดูอืดอาดและเหมือนจะเร่งไม่ค่อยขึ้น ผิดกับเอสตราด้า วัย 29 ปีที่ทั้งสดและแคล่วคล่องว่องไวกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนอนาคตหลังจากตกบัลลังก์แชมป์โลก เจ้าแหลมยังคงมีโอกาสกระชากเข็มขัดกลับคืนมาอีกครั้ง ซึ่ง “เสี่ยฮุย” เปิดเผยว่าได้มีการพูดคุยเบื้องต้นกับ เอ็ดดี้ เฮิร์น โปรโมเตอร์ผู้จัดไฟท์นี้แล้ว โดยเฮิร์นระบุว่า การฟาดปากกันระหว่างศรีสะเกษ-เอสตราด้า น่าจะมี “ภาค 3” ให้แฟนมวยได้ติดตามแน่นอน ขณะที่เอสตราด้าก็แบะท่าเปิดโอกาสให้เจ้าแหลมแก้มือได้ทุกเมื่อ

“ผมเชื่อว่าจะมีไฟต์ล้างตา เป็นไฟต์ที่ 3 ซึ่งผมจะต้องฟิตให้เกินร้อยกว่านี้ ซ้อมให้ดีกว่านี้ หมัดต้องออกเป็นชุด และไวกว่านี้ อยากให้พี่น้องชาวไทยให้กำลังใจผมด้วย ผมจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ”

ภาพ : Twitter @DAZN_USA

 

บทความแนะนำ