“ซนเฮืองมิน” ดาวยิงเบอร์ 1 ของเอเชีย ผู้ตั้งใจว่าจะไม่มีเมียจนกว่าจะเลิกเตะบอล

  • วันที่ 18 เม.ย. 2562 เวลา 21:11 น.

“ซนเฮืองมิน” ดาวยิงเบอร์ 1 ของเอเชีย ผู้ตั้งใจว่าจะไม่มีเมียจนกว่าจะเลิกเตะบอล

"เพราะเมื่อคุณแต่งงาน สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของคุณคือครอบครัว ภรรยาและลูก จากนั้นจึงตามด้วยเรื่องฟุตบอล"

โดย...สไปเดอร์แมว

คงไม่มีใครคัดค้านหากจะบอกว่า นักเตะเอเชียที่เก่งที่สุด ณ วินาทีนี้มีชื่อว่า...ซนเฮืองมิน

ในสงครามแข้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ดาวยิงพลังโสมรายนี้ซัลโว 2 ประตูสุดสวยช่วยให้ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ด้วยสกอร์รวมเสมอกับแมนฯ ซิตี้ 4-4 และเป็นทีม “ไก่เดือยทอง” ที่ได้ตีปีกเข้ารอบด้วยกฏการยิงประตูทีมเยือน

ขณะเดียวกัน จาก 2 ประตูในเกมดังกล่าว ทำให้ซนเฮืองมินสร้างสถิติเป็นนักเตะ “เอเชีย” ที่ยิงประตูในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกได้มากที่สุด ด้วยผลงานซัดไปแล้ว 12 ประตู แซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมคือ แม็กซิม แชตส์คิก อดีตกองหน้าชาวอุซเบกิสถานของดินาโม เคียฟ ซึ่งทำไว้ 11 ลูกตั้งแต่ปี 2007

ถึงตรงนี้ ซนเฮืองมิน ไม่ใช่มีเพียงแค่สถานะสุดยอดแข้งเอเชียเท่านั้น แต่นี่คือหนึ่งในกองหน้า “ตัวท็อป” ของวงการลูกหนังโลกอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยเว็บไซต์ Transfermarkt ได้ประเมินค่าตัวของอาตี๋ซนไว้สูงถึง 65 ล้านยูโร หรือประมาณ 2,340 ล้านบาทเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ ซนเฮืองมินผ่านบททดสอบมาอย่างมากมาย โดยตั้งแต่วัยเด็ก ซนถูกเคี่ยวกรำทักษะเชิงลูกหนังอย่างเข้มข้นจากคุณพ่อ ซนวองจุง ซึ่งเป็นอดีตนักฟุตบอลเก่า เรียกได้ว่า ดุเดือดตามสไตล์โค้ชเกาหลียังไงยังงั้น

จนกระทั่งวัย 16 ปี เจ้าหนูซน ซึ่งเป็นนักเตะเยาวชนของเอฟซี โซล ตัดสินใจหยุดเรียน เพื่อมุ่งหน้าสู่เส้นทางลูกหนังอย่างเต็มตัว โดยซนได้รับโอกาสเข้าสู่ทีมเยาวชนของ “สิงห์เหนือ” ฮัมบูร์ก ทีมดังของเยอรมนี ก่อนที่จะพัฒนาฝีเท้าขึ้นตามลำดับจนได้รับโอกาสลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 18 ปี

จากนั้นปี 2013 เลเวอร์คูเซ่น ตกลงควักกระเป๋า 10 ล้านยูโรเพื่อดึงตัวซนไปร่วมทีม ก่อนที่ซนจะเปลี่ยนสีเสื้อมาเป็นสมาชิก “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ในปี 2015 ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร พร้อมกับกลายเป็น นักเตะเอเชียค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังคงผลิตสกอร์ให้กับสโมสรดังแห่งกรุงลอนดอน พร้อมกับกลายเป็นขวัญใจแฟนบอลสเปอร์สมาจนถึงปัจจุบัน

ซนเผยว่าสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาก้าวมาได้ไกลในเส้นทางสายลูกหนังคือ คำสั่งสอนของคุณพ่อที่กระตุ้นให้เขาทุ่มเทและอุทิศตัวให้กับฟุตบอลอย่างเต็มที่ที่สุด ถึงขนาดที่ว่าอย่าเพิ่งมีครอบครัวในช่วงระหว่างเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ซึ่งเจ้าตัวก็เห็นดีเห็นงามกับคำสอนของป๊ะป๋าด้วย

“พ่อเคยบอกผมไว้ในเรื่องนี้ ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะ เพราะเมื่อคุณแต่งงาน สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของคุณคือครอบครัว ภรรยาและลูก จากนั้นจึงตามด้วยเรื่องฟุตบอล ผมอยากจะทำให้มั่นใจว่าฟุตบอลคือสิ่งสำคัญอันดับ 1 ในช่วงที่ผมยังค้าแข้งอยู่ในระดับท็อป จากนั้นเมื่อคุณแขวนสตั๊ด หรืออายุสัก 33-34 ปี คุณก็ยังมีเวลาอีกเยอะที่จะได้อยู่กับครอบครัว” หัวหอกวัย 26 ปี ให้สัมภาษณ์กับ The Guardian

นอกจากนี้ อีกหนึ่งสิ่งที่ฝังหัวซนมาโดยตลอด คือเรื่อง “น้ำใจนักกีฬา” ซึ่งแฟนบอลแทบไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกเรในสนามของดาวยิงทีมชาติเกาหลีใต้รายนี้เลย

“พ่อสอนผมตั้งแต่เด็กแล้วว่า ถ้าผมกำลังจะเข้าไปยิงประตู แต่คู่แข่งมีอาการบาดเจ็บ ผมควรจะเตะบอลทิ้ง เพื่อให้ไปเช็คอาการคู่แข่งก่อน เพราะถึงแม้คุณเป็นนักเตะฝีเท้าดี แต่คุณไม่รู้จักวิธีเคารพผู้อื่น คุณก็ไม่มีใครจดจำ ทุกวันนี้พ่อก็ยังพูดกับผมเช่นเดิม บางครั้งมันอาจจะยากสักหน่อย แต่เราต้องมีความเป็นมนุษย์ก่อนที่จะเป็นนักฟุตบอล”

 

ข่าวอื่นๆ