‘ปาร์คฮังซอ’กุนซือผู้ปลุกแข้งเวียดนามโค่นบัลลังก์ช้างศึก

  • วันที่ 27 มี.ค. 2562 เวลา 20:32 น.

‘ปาร์คฮังซอ’กุนซือผู้ปลุกแข้งเวียดนามโค่นบัลลังก์ช้างศึก

รู้จักกุนซือพลังโสม ผู้พาทีมชาติเวียดนามกลับมาผงาดเหนือทีมชาติไทย พร้อมนำทัพแข้ง "ดาวทอง" เขย่าวงการลูกหนังเอเชีย

โดย...สไปเดอร์แมว

ต้องยอมรับกันตรงๆว่า ณ วินาทีนี้ ทีมชาติเวียดนามแซงหน้าทีมชาติไทยไปแล้ว

หากไล่เรียงดูผลงานของทีมชาติเวียดนามในทัวร์นาเมนท์ใหญ่ๆช่วงหลังมานี้ พวกเขาประสบความสำเร็จเหนือทีมชาติไทยอย่างชัดเจน โดยทัพนักเตะ “ดาวทอง” คว้าแชมป์ซูซูกิคัพ 2018 ซิวอันดับ 4 เอเชียนเกมส์ 2018 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียน คัพ 2019 ก่อนพ่ายต่อญี่ปุ่นอย่างหวุดหวิด 0-1 และผลงานชิ้นโบแดงคือตำแหน่งรองแชมป์ ศึกยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2018

และปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวียดนามพุ่งกระฉูดแตกขึ้นมาขนาดนี้ ต้องยกความดีความชอบให้กับกุนซือพลังโสมนามว่า “ปาร์คฮังซอ” ซึ่งถูกสถาปนาให้เป็นวีรบุรุษแห่งวงการลูกหนังเวียดนามไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับ ปาร์คฮังซอ เคยผ่านประสบการณ์เป็นผู้ช่วยของกุนซือ กุส ฮิดดิงก์ ชุดพาทีมชาติเกาหลีใต้คว้าอันดับ 4 ฟุตบอลโลก 2002 ก่อนจะได้ทำหน้าที่กุนซือทีมชาติเกาหลีใต้ชุดยู-23 ตามด้วยการนั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมสโมสรในลีกลูกหนังแดนโสม อาทิ กียองนัม เอฟซี, ชุนนัม ดราก้อนส์, ซางจู ซางมู และชางวอน ซิตี้

จนกระทั่งปี 2017 ปาร์คฮังซอถูกดึงตัวมากุมบังเหียนทีมชาติเวียดนาม โดยควบตำแหน่งทั้งกุนซือทีมชาติชุดใหญ่ และทีมชาติชุดยู-23 ซึ่งหลังจากเข้ามารับตำแหน่ง ปาร์กฮังซอ ระบุว่าผู้เล่นเวียดนามมีพื้นฐานฟุตบอลที่ดีอยู่แล้ว สิ่งที่เขาเข้ามาปรับคือเรื่องแท็คติกและทัศนคติ ส่วนเรื่องรูปร่างนั้น เฮดโค้ชวัย 60 ปีมองว่าไม่ใช่ข้ออ้าง

“ผมมองว่านักเตะเวียดนามมีจุดแข็งของตัวเอง รวมทั้งมีเทคนิคที่สามารถชดเชยเรื่องความแข็งแกร่งและสรีระได้ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนมักบอกว่ารูปร่างเล็กเป็นจุดอ่อนของนักเตะเวียดนาม เพราะผู้เล่นตัวเล็กย่อมมีความรวดเร็วกว่า นอกจากนี้นักเตะเวียดนามยังมีความเฉลียวฉลาด ซึ่งสามารถเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับแผนการเล่นของผมได้อย่างรวดเร็วมาก” ปาร์กฮังซอ กล่าวกับสื่อเวียดนาม

ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งสิ่งที่ปาร์คฮังซอให้ความสำคัญมากคือการ “ให้ใจ” ลูกทีม พร้อมกับสร้างบรรยากาศกลมเกลียวภายในทีม ที่สำคัญคือปลูกฝังความคิดและความภาคภูมิใจในการรับใช้ชาติให้กับนักเตะทุกคน

“ในการฝึกซ้อม ผมอาจจะตะคอกใส่พวกเขาและต้องเข้มงวดอยู่บ้าง แต่หลังจากนั้น พวกเราคือทีมเดียวกัน ทุกคนต้องทิ้งอีโก้ไว้ข้างหลัง นามสกุลของผมคือปาร์ค ซึ่งก็มีนักเตะบางคนเล่นมุขเปลี่ยนนามสกุลของตัวเองเป็นปาร์คตามผม มันเหมือนพ่อกับลูกชายหยอกล้อกัน”

“และเมื่อพวกเขาได้สวมเสื้อทีมชาติ พวกเขาต้องภาคภูมิใจและพยายามอย่างเต็มที่ที่สุด มิฉะนั้นแล้ว พวกเขาก็ไม่ควรได้สวมเสื้อตัวนี้ ซึ่งผมพยายามย้ำเตือนและจับตามองพวกเขาอยู่ตลอด ถึงแม้ว่าพวกเขาจะกลับไปเล่นให้สโมสรแล้วก็ตาม”

 

ข่าวอื่นๆ