พรีวิว:ช้างศึกท้าชนมังกรจีนมั่นใจสู้ได้ไม่เป็นรอง

วันที่ 20 ม.ค. 2562 เวลา 13:09 น.
พรีวิว:ช้างศึกท้าชนมังกรจีนมั่นใจสู้ได้ไม่เป็นรอง
ทัพช้างศึก จิตใจกำลังฮึกเหิม เกมนี้แม้จะขาดผู้เล่นบางราย แต่ทุกคนยังมั่นใจว่าจะสามารถต่อกรกับทีมชาติจีนได้อย่างไม่เป็นรองแน่นอน ในศึกฟุตบอลเอเชียน คัพ 2019 รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันนี้

ไทย-จีน สนามฮัสซา บิน ซายิด สเตเดี้ยมเวลา 21.00 น. (ช่อง 7)

ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย พร้อมด้วยมือขวา "โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์ รวมจิตใจลูกทีมเป็นหนึ่งเดียว จนสามารถพลิกสถานการณ์ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์รายการนี้ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปี ในฐานะรองแชมป์กลุ่มเอ ดังนั้นวินาทีนี้ทุกคนจึงหวังที่จะไปไกลมากกว่ารอบ 16 ทีม

“ผมดีใจและภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์หน้านี้ แต่ผมคิดว่ามันยังไม่ใช่ที่สุด เรายังโฟกัสที่จะไปต่อ และผมคิดว่าเราก็มีโอกาสที่จะทำได้ จีนเป็นทีมที่ดี พวกเขามีการลงทุนมหาศาลเกี่ยวกับฟุตบอล และเริ่มจะได้ผลผลิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ผมเชื่อว่าเรายังมีศักยภาพที่จะต่อกรได้ ผมคิดว่าเรายังมีโอกาสที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปได้เช่นกัน" ทริสตอง โด แบ็กขวา กล่าว

ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ยอมรับว่าทัพ "มังกร" มีจุดเด่นเรื่องสรีระร่างกายที่เหนือกว่าไทย แต่เรื่องฝีเท้าไม่ห่างกันมาก ดังนั้นสิ่งที่ต้องโฟกัสมากที่สุดก็คือเรื่องแผนการเล่นว่าจะสามารถเล่นตามแท็กติกได้มากน้อยขนาดไหน ซึ่งเกมระดับนี้ถ้าใครมีความละเอียดมากกว่า ก็มีโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะ

สภาพความพร้อมเกมนี้ "ช้างศึก" จะไม่มี สรรวัชญ์ เดชมิตร มิดฟิลด์ตัวเก่งที่บาดเจ็บหลังจนต้องเดินทางกลับประเทศไทย รวมถึง อดิศร พรหมรักษ์ กับ สุพรรณ ทองสงค์ 2 ปราการหลังที่ติดโทษแบน แต่จะได้ พรรษา เหมวิบูลย์ พ้นแบนคืนสนาม ร่วมกับ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว และมิก้า ชูนวลศรี ที่รักษาแผลแตกในเกมที่ผ่านมาจนหายดีแล้ว

ส่วนตำแหน่งอื่นพร้อมสมบูรณ์ คาดว่าจะยึดระบบเดิม คือ 3-5-2 นำโดย "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา, "เมสซีเจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์, อดิศักดิ์ ไกรษร, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ธีราทร บุญมาทัน, ทริสตอง โด และศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

ทั้งนี้ "เจ้ากอล์ฟ" เคยยิงประตูใส่ทีมชาติจีนมาแล้ว 4 ประตู จาก 2 ประตูในเกมอุ่นเครื่องที่ช้างศึกบุกถล่มถึงแดนมังกร 5-1 เมื่อปี 2013 และอีก 2 ประตูในศึกเอเชียนเกมส์ 2014

ด้าน ทีมชาติจีน ภายใต้การคุมทัพของ มาร์เซลโล ลิปปี กุนซือชื่อก้องโลก ที่เคยพาอิตาลีคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้วเมื่อปี 2006 คว้าชัย 2 นัดก่อนแพ้เกาหลีใต้ในเกมสุดท้ายทำให้จบอันดับ 2 ของกลุ่มซี มุ่งมั่นเต็มที่ที่จะประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ระดับทวีปรายการนี้ เพราะที่ผ่านมาฝันสลายคว้าเพียงรองแชมป์มาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 1984 และ 2004 โดย 4 ปีก่อนจอดป้ายในรอบ 2

ขุมกำลังของทัพมังกรสมบูรณ์พร้อมหลังพักแข้งหลักในเกมที่แล้วเกือบยกทีม โดยในทัวร์นาเมนต์นี้ใช้บริการของนักเตะที่ค้าแข้งในประเทศทั้งหมด นำโดย หวูเล่ย แนวรุกดีกรีดาวซัลโวไชนีส ซูเปอร์ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเคยบุกมาเบิ้ลประตูดับทีมชาติไทยคาบ้าน 2-0 ในเกมอุ่นเครื่องที่พบกันนัดล่าสุดที่ราชมังคลากีฬาสถาน พร้อมด้วย เกาหลิน ศูนย์หน้าตัวเก๋าวัย 32 ปี จากกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ซึ่งพกประสบการณ์โชกโชนคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศมาแล้ว 7 สมัย พร้อมด้วยแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย

"เกมกับไทยน่าจะหนักและยากขึ้น ไม่ง่ายแน่นอนหากเทียบกับเกมล่าสุดที่เราไปเตะที่ไทย แม้เราจะชนะมา 2-0 แต่ก็ไม่ใช่เกมที่ง่าย ทีมชาติไทยมีการพัฒนาขึ้นมาและเปลี่ยนแปลงทีมหลายตำแหน่ง เราได้ดูเกมของไทยมาบ้างแล้ว ผมคิดว่าพวกเขาโจมตีจากด้านข้างเป็นส่วนใหญ่ และมีความเร็ว รวมถึงความยืดหยุ่นที่ดี มันไม่ง่ายเลยในเกมนี้" ยานจุ่นหลิง ผู้รักษาประตูทีมชาติจีน ทิ้งท้าย

สำหรับการพบกันของขุนพลชุดใหญ่ทั้งสองทีม 6 นัดหลังสุดเป็นเกมอุ่นเครื่อง ผลปรากฏว่าทัพ “ช้างศึก” ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 โดย 2 เกมล่าสุดปราชัยคาบ้าน 0-2 เมื่อเดือน มิ.ย. 2018

ความน่าจะเป็น : ทั้งสองทีมเคยปะทะกันมาแล้วหลายครั้ง และไทยก็เคยชนะได้ อยู่ที่ว่าใครจะผิดพลาดน้อยกว่า