ก้าวต่อไปทัพจิ้งจอก เมื่อไร้เจ้าสัววิชัย

  • วันที่ 04 พ.ย. 2561 เวลา 07:36 น.

ก้าวต่อไปทัพจิ้งจอก เมื่อไร้เจ้าสัววิชัย

วิเคราะห์เส้นทางในอนาคตของ "เลสเตอร์ ซิตี้" หลังจากการจากไปของ "เดอะ บอส" ผู้เป็นที่รัก

***********************

โดย...ชมณัฐ

การสูญเสียของ "วิชัย ศรีวัฒนประภา" เจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำให้หลายฝ่ายจับตามองอนาคตของทีมว่าจะเดินต่อไปในทิศทางใดหลังจากนี้ โดยเฉพาะเรื่องผู้ที่จะขึ้นมาสานงานต่อ ตลอดจนการจัดการเกี่ยวกับโครงการต่างๆ

หลังจากการเสียชีวิตของ วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ จากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวตกบริเวณสนามเหย้า คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันที่ 27 ต.ค. 2561 ทัพ “จิ้งจอก” ได้ยกเลิกการลงฝึกซ้อมทันที รวมถึงเลื่อนโปรแกรมแข่งขันศึกฟุตบอลถ้วยคาราบาวคัพ รอบ 16 ทีมสุดท้ายกับเซาแธมป์ตัน ออกไป ก่อนกลับคืนสนามในเกมบุกเยือน คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันที่ 3 พ.ย. ท่ามกลางความโศกเศร้าและแรงกระตุ้นต้องการทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อให้ “เดอะ บอส” ผู้เป็นที่รักภูมิใจ

อย่างไรก็ตาม แม้นักเตะจะเดินหน้าต่อตามวิถีฟุตบอลแล้ว แต่หลังบ้านของสโมสรยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องจัดการและรับมือ ซึ่ง ร็อบ แทนเนอร์ ผู้สื่อข่าวของเลสเตอร์ เมอร์คิวรี สื่อใหญ่ประจำเมือง ได้ออกมาวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ต่อจากนี้ของสโมสรได้อย่างน่าสนใจ

ใครจะเป็นประธานคนต่อไป

แน่นอนว่า “ต๊อบ” อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ลูกชายของ “เจ้าสัววิชัย” ในฐานะรองประธานสโมสร คือเต็ง 1 ที่จะก้าวขึ้นมารับไม้ต่อจากผู้เป็นพ่ออย่างไม่ต้องสงสัย ทว่ายังมีแฟนบอลบางส่วนที่สังสัยในฝีมือ รวมถึงการจัดการกับภาระที่จะต้องเพิ่มขึ้น เนื่องจากเจ้าตัวควบตำแหน่งรองประธานสโมสรโอเอช ลูเวิน ในลีกรองของเบลเยียม อยู่ด้วย

“ในช่วงหลังต๊อบได้เข้ามาดูแลสโมสรมากกว่าวิชัย เขารู้จักสโมสรทั้งภายในและภายนอก พร้อมให้คำมั่นที่จะแบกรับหน้าที่ต่อจากคุณพ่อ ผมคิดว่าเขาจะมีแรงกระตุ้นมากขึ้นในการทำให้สโมสรสามารถแข่งขันกับทีมชั้นนำในลีกได้ ผมไม่คิดว่าเราจะสบประมาทต๊อบได้ ให้เวลาเขาในการก้าวต่อและเขาจะนำสโมสรบรรลุเป้าหมายตามที่พ่อของเขาวางไว้ ผมเคยพูดคุยกับเขา 2-3 ครั้ง และเขามีความเป็นมืออาชีพอย่างมาก อีกทั้งยังมีความคิดที่ไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีและมีความรอบคอบ เขาจะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลาม ส่วนตำแหน่งที่โอเอช ลูเวินนั้น อาจเป็นไปได้ที่คิง เพาเวอร์ จะหาบางคนมาช่วยแบ่งเบาภาระแล้วให้ต๊อบโฟกัสกับเลสเตอร์ได้เต็มที่” ร็อบ ระบุ

นอกจากนี้ ร็อบ ยังเชื่อว่า ซูซาน วีแลน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสโมสร จะเป็นเสาหลักให้กับทุกคนในสโมสรในช่วงเวลาที่เศร้าสลดนี้ เนื่องจากเธอเป็นคนใจเย็นและมีความสุขุมแม้จะเกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้า จึงมั่นใจว่าจะเป็นคนควบคุมหางเสือเรือและสนับสนุนอัยยวัฒน์ให้ทำงานได้อย่างราบรื่น และแฟนบอลสามารถมั่นใจได้ว่ายังมีคนที่ดีที่สุดและมีความตั้งใจมาบริหารสโมสร

สภาพจิตใจนักเตะ

เหล่าบรรดาผู้เล่นเลสเตอร์ ซิตี้ ต่างสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนปล่อยน้ำตาลูกผู้ชายให้ไหลออกมาโดยไม่ต้องเหนียมอาย หลายคนบรรยายความรู้สึกอย่างตื้นตันกับสิ่งที่พวกเขามีต่อประธานสโมสรผู้เป็นที่รัก เพราะ “เจ้าสัววิชัย” ไม่ได้ดูแลนักเตะในสโมสรแบบเจ้านายกับลูกจ้าง แต่ยังให้ความสำคัญ ช่วยเหลือและดูแลไปถึงครอบครัวของพวกเขาด้วย จนทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงเรื่องสภาพจิตใจของนักเตะที่ได้รับความกระทบกระเทือนไม่ต่างจากกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต

“ผมคิดว่า นี่คือสโมสรฟุตบอลที่คุณวิชัยรักและเอาใจใส่ เขารู้ความสำคัญของสโมสรที่มีต่อชุมชน แฟนบอล และนักเตะ ทีมจะต้องเล่นต่อไป ถ้าเกมกับคาร์ดิฟฟ์ต้องเล่นในบ้านผมคิดว่ามันเร็วเกินไป อารมณ์ยังดิบเกินไปที่จะลงเล่นภายใต้เงาของสถานที่ที่เกิดโศกนาฏกรรม ดังนั้นการเป็นเกมเยือนจึงเป็นโอกาสให้ผู้เล่นได้มีความพร้อมที่จะกลับสู่สนาม ทำให้เกิดขั้นตอนการเยียวยาความโศกสลด” ร็อบ เผย

ทั้งนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ มีโปรแกรมลงเล่นในบ้านนัดแรกหลังเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยการรับมือ เบิร์นลีย์ วันที่ 10 พ.ย. โดยคาดว่าอนุสรณ์สถานที่เปิดให้ชาวเมืองได้มาร่วมแสดงความอาลัยบริเวณหน้าสนามจะถูกย้ายไปบริเวณอื่นที่ใกล้เคียงแทน เพื่อให้ทุกคนยังสามารถเดินทางมาร่วมอาลัยได้ต่อ ขณะเดียวกันทางสโมสรยังมีแผนที่จะสร้างรูปปั้น “เจ้าสัววิชัย” เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานถาวรหน้าสนามด้วยเช่นกัน

ศูนย์ฝึกมูลค่า 100 ล้านปอนด์

เลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ของ “เจ้าสัววิชัย” มีโครงการที่จะสร้างศูนย์ฝึกแห่งใหม่ที่ดีที่สุดในยุโรป ภายใต้งบประมาณ 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,200 ล้านบาท) บนพื้นที่ 185 เอเคอร์ หรือราว 7.5 แสนตารางเมตร ทางตอนเหนือของเมือง ซึ่งที่ผ่านมามีเสียงคัดค้านพอสมควรไปที่สภาเมือง เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากแสงไฟและการจราจรบนถนนในชนบทใกล้เคียง จึงต้องจับตาดูว่าแผนดังกล่าวจะเดินหน้าต่อหรือไม่

“ผมเชื่ออย่างแน่นอนว่าโครงการศูนย์ฝึกนี้จะดำเนินต่อไปแม้จะมีการเสียชีวิตของประธานสโมสร สโมสรมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่กับโครงการนี้ นี่คือส่วนหนึ่งในวิสัยทัศน์ของคุณวิชัยที่ต้องการให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ในการทำงาน เพื่อช่วยดึงดูดผู้เล่นที่ดีที่สุดเข้ามาในสโมสร แม้จะเป็นเวลานานที่มีปัญหาในเรื่องของกฎหมายถูกกล่าวถึง แต่ใครควรจะได้รับเกียรติเช่นนี้ มันจะเป็นสิ่งสรรเสริญถึงคุณวิชัย” ร็อบ มั่นใจ

สำหรับศูนย์ฝึกแห่งใหม่ของทัพ “จิ้งจอก” จะประกอบไปด้วย สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐาน 12 สนาม สนามเล็ก 6 สนาม พื้นที่สำหรับผู้รักษาประตู 2 จุด พื้นที่สำหรับเกมรุก 1 จุด พื้นที่สำหรับวอร์มอัพและฝึกเทคนิค 5 จุด ห้องพักนักกีฬาและทีมสตาฟฟ์ 30 ห้อง โรงไฟฟ้าของตัวเอง ที่จอดรถ 421 คัน (8 ที่สำหรับผู้พิการและรถยนต์ไฟฟ้า) และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ นอกจากนี้ยังเตรียมนำวารีบำบัดทางการแพทย์มาใช้ฟื้นฟูร่างกายนักเตะเป็นสโมสรแรก

ภาพ เอเอฟพี

ข่าวอื่นๆ