อยู่หรือไป!5 เหตุผลที่ปีศาจแดง "ควรปลด" และ "ไม่ควรปลด" มูรินโญ

  • วันที่ 26 ก.ย. 2561 เวลา 19:37 น.

อยู่หรือไป!5 เหตุผลที่ปีศาจแดง "ควรปลด" และ "ไม่ควรปลด" มูรินโญ

ลองมาดู 5 เหตุผลที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด "ควรปลด" และ ไม่ควรปลด" มูรินโญ พ้นเก้าอี้กุนซือ

***********************

โดย...เจษฎา

ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ระหว่าง โจเซ มูรินโญ กับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตหลังพลาดท่าถูก ดาร์บี เคาท์ตี ทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตศิษย์เก่าบุกมาเขี่ยตกรอบที่ 3 ศึกคาราบาวคัพคาโรงละครแห่งความฝันต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง

แถมสถานการณ์ในลีกก็ตามหลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูงถึง 8 คะแนน แม้ว่าจะเพิ่งเล่นไปแค่ 6 นัดเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาระหองระแหงกับ ปอล ป็อกบา นักเตะตัวเก่งอีก ไม่น่าแปลกใจที่กระแสเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมอีกครั้งของ “ผีแดง” จะกลับมาเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์อีกครั้ง

แต่การเปลี่ยนแปลงแม่ทัพกลางศึกแบบนี้จะส่งผลดีจริงหรือ ? นี่คือ 5 เหตุผลที่ทั้ง “ควร” และ “ไม่ควร” สำหรับการเปลี่ยนแปลง

ไม่ควรปลด

1. ทีมจะเข้าสู่วัฏจักรเดิม

หลังจากที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือจากตำแหน่งผู้จัดการทีม สโมสรได้ดึง เดวิด มอยส์ และ หลุยส์ ฟาน กัล มาแทนที่จนกระทั่งถึง โจเซ มูรินโญ ที่หลายคนมองว่าจะสามารถพาทีมกลับมายิ่งใหญ่ได้จากผลงานเก่าๆที่เคยสร้างเอาไว้ แต่กลับเป็นว่า เข้าสู่ปีที่สามทีมยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเก่า และการเปลี่ยนแปลงตัวผู้จัดการทีมจะทำให้ทีมกลับสู่วงเวียนเดิมๆ

2. เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ในระยะเวลา 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ โจเซ มูรินโญ ได้ลงทุนลงแรงไปกับทีมของเขาพอสมควรแล้ว เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงให้ใครก็ตามที่เข้ามาทำทีมต่อจะกลายเป็นว่าทีมจะต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ในการสร้างทีมขึ้นมาทั้งตัวนักเตะ และระบบการเล่น

3. เงินที่ลงทุนไปสูญเปล่า

ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี กุนซือชาวโปรตุเกสถลุงเงินในตลาดนักเตะไปแล้วกว่า 392 ล้านปอนด์ (ราว 16,464 ล้านบาท) เพื่อซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทัพ การปลดเขาออกจากตำแหน่งและให้กุนซือคนใหม่เข้ามารับงานแทน ทรัพยากรบางอย่างที่ ผู้จัดการทีมวัย 55 ปีอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของกุนซือคนใหม่และมีโอกาสที่ทีมจะขาดทุนมากขึ้นไปอีกหลังจากที่จะต้องขายนักเตะที่ไม่ต้องการออกจากทีมแบบเลหลัง

4. ตัวแทนคือใคร

หากว่าคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวผู้จัดการทีมจริง ทีมจะต้องหาตัวตายตัวแทน แม้ว่าจะมีข่าวกับ ซีเนดีน ซีดาน อดีตผู้จัดการทีมเรอัล มาดริด ที่กำลังว่างงานอยู่ตอนนี้แต่ก็ยังไม่มีการรับประกันว่ามีการเจรจากันหรือยัง และผู้จัดการที่พา “ราชันชุดขาว” คว้าแชมป์ยุโรป 3 สมัยติดจะตกลงใจรับงานหรือไม่ และหากว่าไม่รับตัวแทนคนต่อไปคือใครที่จะกล้าเข้ามารับงานเผือกร้อนชิ้นนี้

5. ความปั่นป่วนที่จะตามมา

ขนาดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นมากกว่าสโมสรฟุตบอลทีมหนึ่งแล้ว พวกเขาเป็นทีมที่มีมูลค่าในตลาดหุ้น และการเปลี่ยนแปลงตัวผู้จัดการทีมในขณะที่เพิ่งเล่นไปได้แค่ 6 เกมน่าจะตามมาด้วยความปั่นป่วนโดยเฉพาะดัชนีของหุ้นที่มีโอกาสที่จะดิ่งลง อาจะเป็นความวุ่นวายในระยะสั้นที่จะตามมาหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการ

เหตุผลที่ควรปลด

1.ความสัมพันธ์กับนักเตะถึงจุดวิกฤต

การที่กุนซือชาวโปรตุเกสออกมายอมรับด้วยตัวเองว่าได้ถอด ปอล ป็อกบา ออกจากตำแหน่งรองกัปตันทีมถือว่าเป็นการราดน้ำมันบนกองไฟ แสดงสัญญาณว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่มาถึงจุดแตกหักแล้ว และในห้องแต่งตัวน่าจะมีคนที่ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนี้ ทีมมีโอกาสที่จะแตกออกเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายที่สนับสนุนโค้ช และฝ่ายที่สนับสนุนนักเตะ ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องเล่นเป็นทีม เมื่อมาถึงจุดนี้คงยากที่ทีมใดจะประสบความสำเร็จได้หากขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

2. ให้โอกาสคนอื่น

ฟุตบอลยุคใหม่ไม่มีการรอคอยความสำเร็จอีกต่อไป โค้ชทุกคนที่เข้ามารับงานจะต้องพาทีมประสบความสำเร็จได้ทันที จะไม่มีการรอคอยการสร้างทีมเหมือนอย่างที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยทำทีม 6 ปีจนกลับมาคว้าแชมป์ลีกได้อีกต่อไป เวลา 2 ฤดูกาลที่ยังไร้แชมป์ลีกอาจจะเป็นเครื่องตัดสินแล้วว่า มูรินโญ ไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับ ยูไนเต็ด และอาจจะถึงเวลาที่จะต้องเปิดทางให้คนอื่น

3. ทีมไม่ได้เล่นอย่างที่เคยเป็น

แต่ไหนแต่ไร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่เล่นฟุตบอลได้อย่างน่าตื่นเต้น และไม่เคยยอมแพ้จนถึงนาทีสุดท้าย คำว่า “รถบัส” ไม่เคยอยู่ในปรัชญาการทำทีม จนกระทั่งการเข้ามาของอดีตกุนซือเชลซี ที่เปลี่ยนแปลงให้ทีมกลายเป็นทีมที่หันมาเล่นเกมรับเป็นหลักจนรูปแบบการเล่นออกมาน่าเบื่อ หรือแม้กระทั่งการงัดเอาการโยนยาวมาใช้ เมื่อมีกองหน้าตัวเป้าอย่าง โรเมลู ลูคาคู กับ มารูยาน เฟลไลนี อยู่ในสนาม

4. ขาดการส่งเสริมพัฒนาการของแข้งดาวรุ่ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักจะสร้างทีมจากผู้เล่นในอคาเดมีของตัวเองเสมอแต่ในยุคปัจจุบันนักเตะที่ถูกดันขึ้นมาจากชุดเยาวชนอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือ เจสซี ลินการ์ด, อันเดรียส เปไรรา รวมไปถึง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ต่างพร้อมใจกันหยุดพัฒนาฝีเท้าของตัวเอง ส่วนหนึ่งเพราะไม่สามารถเบียดนักเตะที่ มูรินโญ ซื้อมาเสริมทัพได้ บวกกับการยังไม่ได้รับความเชื่อใจมากพอจากผู้จัดการทีม

5. เลยจุดเทิร์นนิ่งพ้อยท์

อันที่จริงหากว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ ดาร์บี เคาท์ตีได้ สถานการณ์ของพวกเขาน่าจะดีกว่านี้เพราะทีมสามารถกลับมาได้ในช่วงท้ายเกมทั้งๆที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คนแม้ว่าจะเป็นการเอาชนะทีมที่ต่ำชั้นกว่า แต่เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรองย่อมทำให้อะไร อาจจะกลับมาดูดีขึ้น แต่ว่าทีมพลาดโอกาสในการที่จะกลับมาสู่ฟอร์มเก่งอีกครั้ง เพราะแพ้จุดโทษ จนจมอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายต่อไป

ภาพ เอเอฟพี

ข่าวอื่นๆ