"พุมเซ่ไทย"เขย่าเอเชีย! ก้าวสำคัญกีฬาทางเลือกใหม่

วันที่ 26 ส.ค. 2561 เวลา 07:39 น.
"พุมเซ่ไทย"เขย่าเอเชีย! ก้าวสำคัญกีฬาทางเลือกใหม่
วันนี้พิสูจน์แล้วว่า "พุมเซ่" คือกีฬาทางเลือกใหม่ที่ทุกคนสามารถเล่นได้ และมีโอกาสประสบความสำเร็จระดับนานาชาติ

*********************************

โดย...ชมณัฐ

ทัพนักกีฬาเทควันโดพุมเซ่ทีมชาติไทย สร้างปรากฏการณ์คว้าเหรียญทองในศึกเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซียได้สำเร็จ ซึ่งนับเป็นก้าวประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของกีฬาชนิดนี้ และถือเป็นกีฬาความหวังของคนไทยในระดับโลกที่เด็กทุกคนสามารถเจริญรอยตามได้ไม่ยาก

กีฬาเทควันโดนอกจากจะแข่งขันต่อสู้กันแล้ว ยังมีการชิงชัยประเภทร่ายรำ หรือที่เรียกว่า “พุมเซ่” ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ได้รับความนิยมและแพร่หลายเท่าที่ควรในประเทศไทย แต่วันนี้ 3 นักกีฬาพุมเซ่สาวไทยวัย 18 ปี “เจล” เพ็ญกัญญา ไพศาลเกียรติกุล, “ออมสิน” อรนวีย์ ศรีสหกิจ เเละ “ออนซ์” กชวรรณ ชมชื่น ได้แสดงให้ทั้งทวีปเอเชียได้เห็นแล้วว่าคนไทยก็ไม่แพ้ใครในกีฬาชนิดนี้ จากการโค่นต้นตำรับอย่างเกาหลีใต้ 8.210-8.200 คะแนน ในนัดชิงชนะเลิศทีมหญิง ผงาดคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังได้เพิ่มอีก 1 เหรียญทองแดงจากบุคคลชาย “เจ้าเบนซ์” พงศ์ภรณ์ สุวิทยารักษ์ ด้วยเช่นกัน

“ดีใจมาก ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาก เมื่อก่อนยังไม่มีคนรู้จักพุมเซ่มากเท่าไหร่ แมตช์ใหญ่ๆ ก็มีแค่ซีเกมส์ มันเลยยังไม่ดังหรือบูมมาก แต่พอมาถึงเอเชียนเกมส์ มันเป็นการแข่งขันระดับทวีป ทำให้คนรู้จักมากขึ้น และคนที่ไม่รู้จักก็หันมาสนใจมากขึ้น เชื่อว่าการได้เหรียญทองของพวกเราในครั้งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆ น้องๆ อยากที่จะมาลองเล่นกีฬาชนิดนี้ดู” อรนวีย์ กล่าว

พุมเซ่เพิ่งถูกบรรจุเข้าแข่งขันในศึกเอเชียนเกมส์ครั้งนี้เป็นครั้งแรก และทัพสาวไทยก็โชว์ความยอดเยี่ยมคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะก่อนหน้านี้ทัพพุมเซ่ไทยทั้งชายและหญิง ต่างเดินหน้ากวาดรางวัลมาแล้วมากมายทั้งเหรียญทองซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย ตลอดจนในศึกชิงแชมป์โลก 2017 ที่ประเทศกรีซ

วันนี้จึงพิสูจน์แล้วว่าพุมเซ่คือกีฬาทางเลือกใหม่ที่ทุกคนสามารถเล่นได้ และมีโอกาสประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติไม่น้อยหน้ากีฬาชนิดอื่น เห็นได้จากเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่มอบให้นักกีฬาผู้คว้าเหรียญทอง เหรียญละ 2 ล้านบาทเท่ากันกับกีฬาทุกชนิด

“ทุกคนเริ่มต้นจากการเล่นเทควันโดประเภทต่อสู้มาก่อน เพราะสมัยก่อนยังไม่มีพุมเซ่ แต่พอได้มารู้จักพุมเซ่ที่เน้นการร่ายรำและสามารถออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรงได้โดยที่ไม่ต้องบาดเจ็บหรือเจ็บตัว ที่สำคัญคือมีความสวยงามเวลาออกท่าทาง และไม่ต้องทำน้ำหนักตามรุ่น จึงหันมาสนใจและฝึกซ้อมอย่างจริงจังเรื่อยมา” กชวรรณ เผย

นอกจากนักกีฬาแล้ว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “พุมเซ่ไทย” ประสบความสำเร็จก็คือโค้ชสาวชาวเกาหลีใต้นามว่า ลีนายอน ดีกรีแชมป์โลกเทควันโดพุมเซ่ 3 สมัย ปี 2004, 2006 และ 2007 ที่เข้ามาปลุกปั้นพุมเซ่ไทยตั้งแต่เดือน มี.ค. 2016 และเพิ่งได้รับการการันตีเตรียมต่อสัญญาฉบับใหม่เพิ่มจากสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย

เจ้าตัวเผยว่าปลื้มใจเป็นอย่างมากที่สามารถพาทัพพุมเซ่ไทยคว้าเหรียญทองในครั้งนี้ได้ โดยเฉพาะนัดชิงชนะเลิศที่แม้จะต้องเจอกับบ้านเกิดของตัวเอง แต่ก็ยังเชื่อใจและมั่นใจว่าลูกทีมจะเอาชนะได้แน่นอน เพราะสามารถยกขาเตะได้สูงกว่าอย่างชัดเจน ซึ่งความสำเร็จนี้เปรียบเสมือนของขวัญพิเศษให้กับตัวเองที่เข้ามาทำงานครบ 2 ปีอีกด้วย

“ช่วงแรกที่เข้ามานักกีฬาไทยยังรู้แค่กฎกติกา แต่ยังขาดความเข้าใจเรื่องพื้นฐานที่ถูกต้อง เช่น ขั้นตอนการออกท่วงท่าที่ดีและมีประสิทธิภาพ จึงต้องเริ่มต้นสอนเบสิกใหม่ทั้งหมดก่อนจะสอนท่ารำภายหลัง ตอนนี้นักกีฬาก็ทำตามเป้าหมายได้แล้ว แต่ก็ยังต้องพัฒนากันต่อโดยเฉพาะระดับเยาวชนที่จะก้าวขึ้นมาใหม่ รวมถึงนักกีฬาปัจจุบันที่ต้องการจะก้าวไปข้างหน้า เพื่อให้มาตรฐานพุมเซ่ไทยสูงขึ้น” ลีนายอน เผย

ขณะที่ เพ็ญกัญญา เจ้าของเหรียญทองชิงแชมป์โลก 2016 ยอมรับว่า โค้ชลีนายอนคือหัวใจสำคัญของทัพพุมเซ่ไทย เพราะเมื่อก่อนไปแข่งกันก็ไม่ค่อยจะได้เหรียญ เนื่องจากไม่มีใครเป็นต้นแบบ ต้องเรียนรู้และฝึกซ้อมกันเอง แต่พอโค้ชมาทุกแมตช์ที่แข่งขันก็ได้เหรียญทองมาตลอด จึงต้องขอขอบคุณโค้ชที่มาช่วยฝึกฝน วันนี้หากใครต้องการจะเรียนรู้ก็จะได้รับการสอนที่ถูกวิธี ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้พุมเซ่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ส่วนตัวเองก็จะพยายามพัฒนาตัวเองต่อไป เพื่อสร้างชื่อเสียงในระดับโลกให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น จะได้เป็นกำลังใจและเป็นเป้าหมายให้คนอื่นที่อยากจะมาเล่นได้เจริญรอยตาม

อย่างไรก็ตาม การจะทำให้พุมเซ่เป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย ยังต้องการปัจจัยอีกหลายอย่าง ซึ่ง ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ได้เล็งเห็นและเตรียมแผนการไว้แล้วเหมือนที่เคยพัฒนาเทควันโดต่อสู้จนกลายเป็นที่นิยมของเยาวชนทั่วประเทศ

“การได้เหรียญทองมาเป็นการกระตุ้นประชาชนให้ได้รู้จักเทควันโดพุมเซ่ไปในตัวอยู่แล้ว ทำให้เด็กและเยาวชนก็เริ่มอยากที่จะลองเล่นมากขึ้น อยากเก่งเหมือนพี่คนนั้น อยากประสบความสำเร็จเหมือนพี่คนนี้ ส่วนสมาคมกีฬาเทควันโดฯ ก็มีหน้าที่สรรหาดาวรุ่งช้างเผือกเหล่านี้ให้มากขึ้น รวมถึงจัดการแข่งขันให้ถี่มากขึ้นในระดับต่างๆ เพื่อมีเวทีให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ” บิ๊กเอ กล่าว

นายใหญ่จอมเตะไทย ทิ้งท้ายว่า แม้พุมเซ่จะไม่โด่งดังเท่าประเภทต่อสู้ที่มีมาก่อน และถูกบรรจุในโอลิมปิกเกมส์ แต่ก็ถือว่าตามมาติดๆ และในอนาคตก็มีความเป็นไปได้ที่จะก้าวขึ้นระดับเดียวกัน แต่สิ่งสำคัญก็คือพุมเซ่เป็นอีกทางเลือกให้ผู้ปกครองที่อยากให้ลูกเล่นเทควันโดแต่ไม่อยากให้บาดเจ็บ หรือกลัวแข้งขาหัก เพราะเด็กยังสามารถได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ รวมถึงสามารถพัฒนาจนสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองและประเทศชาติได้