‘แข้งใหม่ปราสาท’ พร้อมกะซวกบีจี

วันที่ 09 มิ.ย. 2561 เวลา 09:25 น.
‘แข้งใหม่ปราสาท’ พร้อมกะซวกบีจี
โดย ชมณัฐสัปดาห์นี้ศึกไทยลีก กลับมาฟาดแข้งกันตามปกติหลังเว้นวรรคให้โปรแกรมทีมชาติ ซึ่งมีคู่บิ๊กแมตช์ห้ามพลาดระหว่าง “แชมป์เก่า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เตรียมส่งแข้งใหม่ล่าตาข่าย บางกอก กล๊าส เอฟซี

บางกอกกล๊าส เอฟซี-บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

สนามลีโอ สเตเดี้ยม

วันที่ 9 มิ.ย. เวลา 19.00 น.

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูง มี 41 คะแนน จาก 17 นัด คว้าชัยมา 4 เกมติด พร้อมถลุงคู่แข่งรวม 15 ประตู เกมนี้แฟนบอลมีโอกาสได้เห็นแนวรุกตัวใหม่ที่เข้ามาแทนที่ เอ็ดการ์ บรูโน ดา ซิลวา อย่าง ออสวัลโด ฟิลโญ แนวรุกดีกรีทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ วัย 31 ปี โดยเจ้าตัวจะลงผสานงานร่วมกับ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต หอกเพื่อนร่วมชาติที่นำดาวซัลโว 16 ประตู และฮาเวียร์ ปาตินโญ หอกสัญชาติฟิลิปปินส์ ที่คัมแบ็กร่วมทีมอีกครั้งในโควตาอาเซียน

“สภาพความพร้อมของทีมผู้เล่นตัวหลักก็อยู่กันครบ ส่วนคนที่บาดเจ็บมาตั้งแต่เลกแรกก็ยังต้องรออีกสัก 1-2 นัด ตอนนี้พยายามปรับตัวผู้เล่นใหม่ให้เล่นได้เข้าขากับแข้งเก่าเพื่อช่วยยกระดับทีม ออสวัลโดได้ลงเกมอุ่นเครื่องมาแล้ว อาจมีลุ้นลงสนามทันที ส่วนปาตินโญกลับมาอยู่กับเราเป็นเดือนแล้ว ร่างกายของเขาตอนนี้ก็ดีมากๆ อาจมีลุ้นได้ลงในเกมนี้เหมือนกัน” สิริชัย กิโมโต ผู้ช่วยผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ กล่าว

ทั้งนี้ ออสวัลโด ประเดิมเกมแรกให้ “ปราสาทสายฟ้า” ไปแล้วในเกมอุ่นเครื่อง พร้อมระเบิดแฮตทริกช่วยทีมถล่ม กระบี่ เอฟซี ทีมระดับเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ 5-1 เช่นเดียวกับ ปาตินโญ ที่ยิงได้อีก 1 ประตู

ขณะที่ อภิวัฒน์ งั่วลำหิน กองหลังป้ายแดงที่ดึงมาจากราชบุรี เอฟซี ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตอีกครั้ง หากไม่มีปัญหาอาจได้สัมผัสเกมในฐานะตัวสำรอง ส่วนขุมกำลังรายอื่นพร้อมเต็มร้อย นำโดย อันเดรส ตูเญซ จักรพันธ์ แก้วพรม และสุเชาว์ นุชนุ่ม

ด้านเจ้าถิ่น บางกอกกล๊าส ผลงานยังลุ่มๆ ดอนๆ 4 นัดหลังสุดแม้จะไม่แพ้แต่ก็ชนะ 2 เสมอ 2 อยู่ในโซนตกชั้นอันดับ 14 ของตาราง มี 20 แต้ม ตามหลังโซนปลอดภัย 1 คะแนน ดังนั้นเกมนี้จึงหวังที่จะมีแต้มในบ้านเพื่อโอกาสในการอยู่รอดบนลีกสูงสุด

“สถานการณ์ของทีมตอนนี้ไม่ค่อยดี ทุกแต้มต่อจากนี้มันสำคัญกับเรามากๆ เราต้องทำให้ได้ตามเป้าหมายเพื่อความอยู่รอด การเจอบุรีรัมย์เป็นงานยากเสมอ จากสถิติที่ผ่านมามักจะเป็นบุรีรัมย์ที่ทำได้ดีกว่าเรา แต่เราไม่มีทางเลือก ต้องสู้เพื่อเก็บ 1 แต้มให้ได้เป็นอย่างน้อย” แก้วเขียว ผู้จัดการทีมบางกอกกล๊าส กล่าว

เกมนี้ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด กุนซือบีจี จะยังไม่สามารถใช้งาน มาริโอ ยูรอฟสกี เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง และ อภิสิทธิ์ โสรฎา แบ็กซ้าย ได้แน่นอน เช่นเดียวกับ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ที่ติดสัญญายืมตัวจากคู่แข่ง ส่วน “เจ้าตั้ม” ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กองกลางทีมชาติไทยที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีม หายเจ็บกลับมาเคาะสนิมได้แล้วในเกมอุ่นเครื่อง 2 นัด แต่ยังไม่ฟิตพอจะลงสนามเกมนี้

อย่างไรก็ตาม “บีจี” มีข่าวดีเมื่อ อาเรียล โรดริเกซ ศูนย์หน้าคอสตาริกา ที่กลับคืนทีมหลังหมดสัญญายืมตัวมีโอกาสที่จะได้ลงล่าตาข่าย เพราะแม้จะร่วมซ้อมกับทีมได้เพียง 3 วัน แต่สภาพร่างกายสมบูรณ์ไร้ปัญหา โดยจะประสานงานร่วมกับ เฟเดริก เมนดี ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และพีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ ส่วนแนวรับมี แมทธิว สมิธ ยืนคุม

สำหรับสถิติการพบกันของทั้งคู่เมื่อฤดูกาลที่แล้วทั้งหมด 3 ครั้ง โดย “ปราสาทสายฟ้า” ชนะ 2 ครั้งที่บ้านในไทยลีก 1-0 และฟุตบอลถ้วยเอฟเอคัพ 2-0 ส่วนผลที่สนามแห่งนี้ “บีจี” เปิดบ้านเฉือน 2-1

ความน่าจะเป็น : บางกอกกล๊าส ยังไม่สามารถใช้ศักยภาพของแข้งใหม่ช่วยทีมในเกมนี้ได้ ต่างจากบุรีรัมย์ที่พร้อมเต็มสูบทุกขุมกำลังทั้งหน้าใหม่และเก่า ดังนั้น “ปราสาทสายฟ้า” ไม่น่าพลาด 3 แต้ม