ชายผู้ชนะมะเร็ง "สิงห์ทองน้อย ป.เตละกุล"

  • วันที่ 20 พ.ค. 2561 เวลา 12:52 น.

ชายผู้ชนะมะเร็ง "สิงห์ทองน้อย ป.เตละกุล"

เรื่องราวของ "สิงห์ทองน้อย ป.เตละกุล" อดีตแชมป์มวยไทยหลายสมัย กับหัวใจอันแข็งแกร่งที่สามารถเอาชนะโรงมะเร็งจนหวนคืนสังเวียนได้อีกครั้ง

************************

โดย...กษม จักรเครือ

กว่าจะมาถึงจุดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย หนทางสู่ความยิ่งใหญ่มักเต็มไปด้วยขวากหนาม ซึ่งบางคนอาจจะท้อและต้องยอมรับความพ่ายแพ้ แต่สำหรับ สิงห์ทองน้อย ป.เตละกุล อดีตแชมป์มวยไทยหลายสมัย คือคนที่เพิ่งผ่านความทุกข์ยากแสนสาหัสนั้นมาสดๆ ร้อนๆ

ทว่าล่าสุด สิงห์ทองน้อย โกงความตาย หายจากการป่วยเป็นมะเร็งโพรงจมูก ระยะที่ 3 คืนสังเวียนครั้งแรกในรอบ 5 ปี และสามารถเอาชนะ โจเซป ลาซิรี จากอิตาลี ในศึกวัน ซูเปอร์ ซีรี่ส์ มวยไทย รุ่นน้ำหนัก 61.2 กก. ในศึกมวยกรงรายการใหญ่ของเอเชีย “วัน แชมเปี้ยนชิพ” รายการที่ 9 ของปี ในชื่อ “Unstoppable Dreams” จัดโดย ชาตรี ศิษย์ยอดธง ซีอีโอใหญ่ “วัน แชมเปี้ยนชิพ” ที่อินดอร์สเตเดี้ยม ประเทศสิงคโปร์ เมื่อช่วงดึกวันที่18 พ.ค.ที่ผ่านมา

“ผมต้องต่อสู้กับตัวเองอย่างหนัก กำลังใจจากคนรอบข้างสำคัญมาก ทำให้ผมกลับมาอยู่จุดนี้ได้” อดีตแชมป์มวยไทยหลายสมัย กล่าว

สิงห์ทองน้อย ป.เตละกุล คือคนที่ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน เติบโตมาจากความยากจน แต่ไม่ได้ทำให้เขาท้อ กลับเอาความลำบากแสนเข็ญเปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อนเป็นการต่อสู้เพื่อครอบครัวและคนที่รัก หันสู่วงการศิลปะการต่อสู้ด้วยความหวังอีกครั้ง

“ผมฝึกซ้อมอย่างหนัก บางครั้งเคยคิดหนักถึงขั้นว่าจะเลิกชกมวยไปเลยก็มี แต่พอคิดถึงอนาคตตัวเองและครอบครัว ผมก็ต้องเดินหน้าต่อ เพื่อคนที่ผมรัก”

แม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้างในด้านฐานะ แต่สิงห์ทองน้อยก็หาวิธีการฝึกฝนและเพิ่มโอกาสให้ตัวเองอยู่ตลอด

“ผมฝึกซ้อมที่บ้านด้วยการเตะกระสอบข้าวสารที่บรรจุทรายข้างใน นอกจากนี้ผมยังไปซ้อมที่ศาลาหมู่บ้านกับเด็กคนอื่นๆ ด้วย”

ความสำเร็จไม่ได้สร้างเพียงแค่วันเดียว หยาดเหงื่อแรงกาย พร้อมมือทั้งสอง สิงห์ทองน้อยกลายเป็นหนึ่งในนักมวยไทยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศ โดยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมายตลอดอาชีพของเขา เช่น แชมป์เวทีลุมพินี เป็นรางวัลของชีวิต

สิงห์ทองน้อยปราบมวยไทยระดับซูเปอร์สตาร์หลายราย และมีสถิติขึ้นสังเวียนอาชีพกว่า 300 ครั้ง ด้วยสไตล์การชกที่ดุดัน ถูกใจแฟนมวย พอถึงช่วงบั้นปลายของอาชีพนักมวยไทย ดูเหมือนชีวิตต้องแย่ลง มีอยู่ช่วงหนึ่งเขาถึงต้องกลับบ้านไปขายนมแพะเพื่อเลี้ยงปากท้อง แต่โชคดีที่สิงห์ทองน้อยได้รับข้อเสนอให้เข้าร่วมทีม Evolve MMA ของสิงคโปร์ ในฐานะอาจารย์ผู้สอน และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาก็สามารถเลี้ยงดูครอบครัวของเขาได้

ทุกอย่างเหมือนจะแฮปปี้เอนดิ้ง ชีวิตของสิงห์ทองน้อยก็พบจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งโพรงจมูกระยะที่ 3

“ผมไม่อยากเชื่อ ผมร้องไห้และทำใจไม่ได้ และคิดว่าต้องตายแน่ ก้อนมะเร็งมีความยาวประมาณ 2 ซม. มันเริ่มจากช่องจมูก ลามลงไปต่อมน้ำเหลืองที่คอ หลังจากที่รักษาด้วยรังสีและเคมีบำบัด ด้านในคอ ส่วนลำคอด้านนอกถูกรังสีเผาไหม้ไปทั่ว ตอนนั้นแค่เดินยังลำบาก มันอยากจะอาเจียนออกมาตลอดเวลา”

กำลังใจจากเพื่อนร่วมทีมและครอบครัว ทำให้สิงห์ทองน้อยมีกำลังใจ และความคิดด้านลบต่างๆ ก็ไม่ทำให้รู้สึกแย่ ภายหลังจากได้รับการรักษาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหมดค่ารักษาในแต่ละเดือนจำนวนมาก แพทย์ก็แจ้งข่าวดีว่าเจ้ามะเร็งร้ายได้อันตรธานไปเรียบร้อย

“ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นอนาคตของตัวเองและครอบครัวอีกครั้ง มันเหมือนฝันร้ายที่หายไป ฟ้าใหม่ย่อมสดใสเสมอ” เขากล่าว

การต่อสู้กับโรคมะเร็งครั้งนี้ สิงห์ทองน้อยได้เรียนรู้ว่าชีวิตมีคุณค่าเหลือเกิน

“สิ่งสำคัญคือต้องรักตัวเอง และดูแลคนที่คุณรักให้มากๆ เพราะคุณไม่รู้หรอกว่าจะตายเมื่อไร ฉะนั้นอยากทำอะไรต้องรีบทำ อย่ามัวแต่ผัดวันประกันพรุ่ง คุณอาจไม่โชคดีเหมือนวันนี้”

หลังจากเอาชนะโรคร้ายแรง มวยไทยก็เหมือนจะถูกแยกจากสิงห์ทองน้อยไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนชีวิตเดินทางมาอีกรอบ เมื่อสิงห์ทองน้อยถูกปลุกจิตวิญญาณ ได้รับโอกาสให้กลับมาขึ้นชกอีกครั้ง พร้อมการฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเล่นกีฬาที่รักเป็นชีวิตอีกครั้ง

สิงห์ทองน้อยกลับมาขึ้นสังเวียนในศึก “วัน ซูเปอร์ซีรี่ส์” อีกหนึ่งเวทีระดับโลกของ ONE Championship ซึ่งเป็นรายการที่รวมนักกีฬาที่ดีที่สุดในโลกมาดวลกัน ภายใต้นามของศิลปะป้องกันตัวที่สวยงามฉบับเอเชีย

นักชกวัย 37 ปี ตำนานชาวไทยไม่ทำให้แฟนมวยผิดหวัง เพราะเปิดตัวสวย ด้วยการเอาชนะ โจเซป ลาซิรี หนุ่มบ้าพลังชาวอิตาลี ภายใต้ชื่อการแข่งขันอย่างเป็นทางการว่า ONE : UNSTOPPABLE DREAMS ที่ระเบิดความมันส์ที่สิงคโปร์ อินดอร์สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

สิงห์ทองน้อยยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องมีแรงจูงใจอื่นในการคว้าชัยชนะ เพราะทั้งหมดที่เขาต้องทำบนเวที คือการสะท้อนประสบการณ์ของเขาตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาว่ายากลำบากเพียงใด และเพื่อครอบครัวที่เฝ้าชมจากที่บ้าน

“ผมสู้เพื่ออนาคตของตัวเอง ผมเต็มที่กับมันและผมก็สามารถก้าวผ่านอุปสรรคไปได้ ทุกคนก็ทำได้เหมือนผม” สิงห์ทองน้อย กล่าวทิ้งท้าย

อุปสรรคมีไว้ฝ่าฟัน หากไม่ย่อท้อและมีเป้าหมาย ทุกคนก็สามารถเอาชนะมันได้ดั่งเช่น สิงห์ทองน้อย ป.เตละกุล นักชกผู้เกรียงไกรจากเมืองย่าโม

ข่าวอื่นๆ