‘สิงห์’ ลุ้นเบียดท็อปโฟร์

  • วันที่ 05 พ.ค. 2561 เวลา 09:24 น.

‘สิงห์’ ลุ้นเบียดท็อปโฟร์

โดย ราชันเบอร์ 23

งวดเข้ามาทุกขณะ สำหรับพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017-18 เหลือโปรแกรม 2-3 นัดสุดท้าย จะปิดฤดูกาล คู่เอก ระหว่าง “สิงห์บลู” เชลซี ที่ต้องการชัยชนะเพื่อรักษาโควตายุโรป เปิดบ้านพบ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในรอบ 11 ปี ส่วนท้ายตารางกำลังดิ้นรนหนีตกชั้นกันสุดกำลัง

เชลซี - ลิเวอร์พูล (วันที่ 6 พ.ค.)

สนาม : สแตมฟอร์ดบริดจ์

เวลา : 22.30 น.

“สิงโตน้ำเงินคราม” รั้งอันดับ 5 มี 66 แต้ม ต้องการชัยชนะเพื่อลุ้นอันดับ 4 ไปเล่นฟุตบอลยุโรปซีซั่นหน้า โดย อันโตนิโอ คอนเต กุนซือเชลซี เผยว่า ยังมีความหวังได้อันดับ 4 พร้อมกับลุ้นแชมป์เอฟเอคัพ พร้อมยอมรับว่าลิเวอร์พูลน่าจะได้ความมั่นใจจากการเข้ารอบชิงฯ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

“เรายังมีหวังหากชนะ 3 นัดที่เหลือ ก็มีโอกาสคว้าโควตาไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลหน้า เกมนี้เป็นเกมสำคัญ นอกเหนือจากการลุ้นแชมป์เอฟเอคัพด้วย ผมมองว่าลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ เพราะผ่านเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ลีก แต่เราเล่นในบ้านมีกองเชียร์หนุนหลัง พวกเราก็ต้องการชัยชนะเช่นกัน” กุนซือชาวอิตาเลียน กล่าว

ขณะที่ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ กองหลังเชลซี ยืนยันจะประกบ โมฮาเหม็ดซาลาห์ ปีกตัวจี๊ดของลิเวอร์พูล หากได้รับโอกาสลงสนาม

“หากผมได้ลงเล่น มันจะเป็นการปะทะกับ ซาลาห์ โดยตรง ผมจะต้องสปีด เขาเป็นคนที่สุภาพมากที่สุดเท่าที่เคยเจอในวงการฟุตบอล เขาเป็นคนที่ดีเลิศประเสริฐศรีจริงๆ แน่นอนเลยว่ามันมีเรื่องน่าประหลาดใจอยู่เสมอ แต่ผมรู้ฝีเท้าของเขาดี ผมรู้ว่าเขาจะไปได้สวยกับลิเวอร์พูล” กองหลังทีมชาติเยอรมนี กล่าว

ความพร้อมของเชลซี สามารถใช้งาน เอเดน อาซาร์, เชส ฟาเบรกาส และ วิลเลียน ขณะที่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ น่าจะได้รับโอกาสลงสนามอีกครั้ง โดยมี อัลบาโร โมราตา เป็นอีกทางเลือก

ด้าน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล รั้งอันดับ 3 ในตาราง แต่อาจจะโดนสเปอร์สแซงได้หากแพ้เกมนี้ ล่าสุดผ่านเข้ารอบชิงฯ ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดย เจอร์เกน คลอปป์ กำชับลูกทีมห้ามแพ้เด็ดขาด และต้องจบท็อปโฟร์ให้ได้

“ผมบอกพวกเขา ภารกิจเรายังไม่จบ เราต้องทำอันดับให้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้ แม้จะผ่านเข้าชิงฯ ไปแล้วก็ตาม ผมอาจจะโรเตชั่นนักเตะบางตำแหน่ง แต่ยืนยันสู้เต็มที่แน่” อดีตกุนซือดอร์ตมุนด์ กล่าว

คาดว่า คลอปป์ จะโรเตชั่นนักเตะหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะแผงกองกลาง ทว่า 3 ประสานอย่าง ซาดิโอ มาเน, โรเบอร์โต ฟีร์มิโน และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังคงลงช่วยทีมต่อเนื่อง

ความน่าจะเป็น : พบกัน 6 นัดล่าสุด ลิเวอร์พูลไม่เคยแพ้ เสมอ 4 ชนะ 2 “สิงห์บลู” เล่นในบ้านก็จริง แต่ความมุ่งมั่นและกำลังใจ “หงส์แดง” ดูดีกว่าน่าเบียดชนะได้

เวสต์บรอมวิช - สเปอร์ส (วันที่ 5 พ.ค.)

สนาม : ฮอว์ธอร์น

เวลา : 21.00 น.

เป้าหมายทั้งคู่ต้องการ 3 แต้มเหมือนกัน “เดอะแบ็กกี้ส์” รั้งบ๊วย หากแพ้เกมนี้จะตกชั้นไปเล่นเดอะ แชมเปี้ยนชิพ เป็นทีมแรก โดย ดาร์เรน มัวร์ กุนซือชาวจาเมกา สั่งลูกทีมเล่นให้เหมือนนัดชิงชนะเลิศบอลถ้วย

“เกมนี้เป็นเกมชี้ชะตา หากเราแพ้ก็จะตกชั้นไปเล่นในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลหน้า ผมบอกพวกเขาให้เล่นเหมือนนัดชิงบอลถ้วย”

ขณะที่ “ไก่เดือยทอง” รั้งอันดับ 4 มี 71 แต้ม ต้องการ 3 คะแนน เพื่อรักษาพื้นที่ยุโรป หากชนะเกมนี้จะแซงลิเวอร์พูล ขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ชั่วคราว โดย เมาริซิโอ โปเชตติโน กุนซือสเปอร์ส เผยไม่ใช่งานง่ายที่จะต้องเจอกับทีมที่เล่นเพื่อความอยู่รอด

“มันดูง่าย หากคุณดูจากอันดับ แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น พวกเราต้องเจอกับงานที่ยากลำบากแน่นอน” กุนซืออาร์เจนไตน์ กล่าว

ความน่าจะเป็น : เวสต์บรอมวิชเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอล หากแพ้จะตกชั้นทันที น่าจะยื้อสู้กับ “ไก่เดือยทอง” ได้สูสี แต่อาจทำได้แค่แบ่งแต้ม

ข่าวอื่นๆ