"ลาครอส"...กีฬาใหม่ที่น่าลอง

วันที่ 13 ต.ค. 2553 เวลา 12:56 น.
ปัจจุบัน ลาครอส เป็นกีฬาที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐเลยทีเดียว ด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจจากเกมการเล่นที่รวดเร็ว และมีโอกาสทำแต้มกันตลอดเวลา....

โดย...เด็กสวนฯ

ตอนแรกที่ได้ยินว่ามีกีฬาอยู่ชนิดหนึ่งชื่อ ลาครอส (Lacrosse) บอกตามตรงว่านึกไม่ออกจริงๆ ว่าหน้าตาเป็นยังไง เล่นกันแบบไหน เอาส่วนไหนของร่างกายเล่น แล้วใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง (ไม่รู้ว่าโง่รึป่าว)

ตอนที่ได้ยินครั้งแรก เข้าใจว่าเป็น ลาคอสต์ (Lacoste) แบรนด์สินค้าดังที่ใครๆ ต่างน่าจะรู้จักกันดี ซึ่งมีทั้งเสื้อผ้า, น้ำหอม, รองเท้า ฯลฯ เพราะออกเสียงคล้ายๆ กัน

จึงขอยอมรับแต่โดยดี เพิ่งได้ยินก็ตอนที่มีข่าวว่า ทีมไทย เอาชนะ ทีมฮ่องกง 10-7 ในศึกไทยแลนด์-ฮ่องกง ลาครอส เฟรนด์ลี เกมส์ 2010” ณ ยามาฮ่า สเตเดียม เมืองทองธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมานี่เอง

แมตช์ดังกล่าวถือเป็นการแข่งขัน ลาครอส ครั้งแรกในเมืองไทย ทั้งที่มีการเล่นกันมาเป็นพันปีแล้ว และก่อนหน้านี้ ไทย ก็เพิ่งบุกไปเอาชนะ ฮ่องกง 10-8 ถึงถิ่น เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา

เท่าที่เริ่มศึกษาดู คิดว่ากีฬาชนิดนี้น่าจะค่อยๆ ขยายวงออกไปจนเป็นที่นิยมในบ้านเราได้เช่นกัน เพราะเดี๋ยวนี้คนไทยนิยมเล่นกีฬาออกกำลังกายกันมากขึ้น ไม่เชื่อลองเฉียดไปดู หรือจะผ่านไปโดยบังเอิญก็แล้วแต่ แถวๆ บรรดาสนามฟุตบอลที่มีให้เช่าเล่นอยู่ทั่วไป ขนาดตอนกลางคืนยังมีคนนิยมมาเล่นกันตรึมเลย

ปัจจุบัน ลาครอส เป็นกีฬาที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐเลยทีเดียว ด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจจากเกมการเล่นที่รวดเร็ว และมีโอกาสทำแต้มกันตลอดเวลา รวมทั้งยังเป็นเกมที่ต้องมีการวางแผนการเล่นหรือใช้กลยุทธไม่น้อยเลย เนื่องจากแต่ละตำแหน่งจะโดนจำกัดพื้นที่ให้เล่น ทั้งผู้รักษาประตู, กองหลัง และกองหน้า ห้ามไปเล่นข้ามเขตของตัวเองเด็ดขาด มีเพียงกองกลางเท่านั้น ที่สามารถวิ่งไปได้ทั่วสนาม

เริ่มเข้ามาเมืองไทย

พรรณธฤต เนื่องจำนงค์ หนึ่งในกลุ่มนักเรียนไทยในสหรัฐ ที่มีโอกาสได้เข้าไปซึมซับกับกีฬาชนิดนี้ แล้วรู้สึกติดใจในความสนุกตื่นเต้นของเกม จึงได้นำมาเผยแพร่ในเมืองไทย แถมยังเป็นกัปตันทีมไทยแลนด์ ลาครอส อีกด้วย

“ลาครอสเป็นกีฬาอันดับ 3 ซึ่งคนไทยที่ไปศึกษาในสหรัฐนิยมเล่นกัน เป็นรองแค่กอล์ฟ และเทนนิสที่เป็นกีฬายอดนิยมเท่านั้นเอง แต่ก็ยอมรับว่าในอดีตนั้น ลาครอส ถือเป็นกีฬาที่อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียว เพราะยังไม่มีกฏกติกาชัดเจน โดยไม้ที่ใช้แข่งเป็นตะกร้อผูกด้วยตะข่าย ซึ่งคล้ายๆ ไม้สอยมะม่วงบ้านเรานี่เอง และสามารถใช้ตีฝ่ายตรงข้ามได้ทุกส่วนของร่างกายเลย” พรรณธฤต กล่าว

หัวหน้าทีมไทยลาครอส ยังบอกอีกว่า หลังมีกติกาแน่นอนก็ทำให้กลายเป็นกีฬาที่สนุกท้าทาย และโดยส่วนตัวเขาที่นำกีฬาชนิดนี้เข้ามาเผยแพร่นั้น ก็หวังจะเป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยได้รู้จักและเริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้ ซึ่งตอนนี้ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจาก พรรณธฤต แล้ว ยังมี จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ซึ่งเป็นคนไทยคนแรกๆ ที่เล่นกีฬาชนิดนี้ แล้วก็ได้ช่วยเผยแพร่ต่อ จนเริ่มเป็นที่รู้จัก โดยปัจจุบันได้ตั้งชมรม “ไทยแลนด์ ลาครอส” ขึ้นเป็นผลสำเร็จ พร้อมได้รับการรับรองจาก องค์กรกีฬาลาครอสระดับนานาชาติ (The Federation Of International Lacrosse / FIL) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ณ ตอนนี้ เหลือรอแค่การรับรองจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ขยับเลื่อนสถานะจาก ชมรมฯ เป็น สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อจะได้นำทีมไทยแลนด์ลาครอสเข้าไปร่วมชิงชัยในศึกลาครอส เวิลด์ คัพ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของการก่อตั้งทีมขึ้นมา

ทั้งนี้ เคยมีทีมจากทวีปเอเชียเพียงทีมเดียวเท่านั้นคือ ญี่ปุ่น ที่มีโอกาสเข้าร่วมชิงแชมป์โลก

สำหรับผู้สนใจเล่นลาครอส ขอเชิญได้ที่อารีนา เทน ถ.ทองหล่อ ซอย 10 โดยทีมไทยแลนด์ ลาครอส จะซ้อมอยู่ที่นั่นประจำ ทุกวันอังคาร-พฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป โดยสามารถเข้าไปทดลองเล่นได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แถมมีโค้ชชาวสหรัฐคอยให้คำปรึกษา และสอนเทคนิคการเล่นให้ด้วย หรือลองเข้าไปดู  www.thailandlacrosse.com ก็ได้

หากใครพอมีเวลา น่าไปลองเล่นดู ไม่แน่นะ อาจติดทีมชาติไปแข่งชิงแชมป์โลก ก่อนบอลไทย ไปบอลโลก ซะอีก

ประวัติ "ลาครอส"

กีฬาลาครอส (Lacrosse) ถือกำเนิดโดยชาวอเมริกันพื้นเมือง หรือ อินเดียนแดง ที่มีถิ่นฐานอยู่ในสหรัฐและแคนาดา เมื่อกว่า 1,000 ปีมาแล้ว โดยใช้เล่นกันเพื่อกระชับมิตรแทนการทำศึกระหว่างชนเผ่า

จุตินันท์

ส่วนอุปกรณ์จะเป็นตะกร้อด้ามยาว สำหรับใช้รับส่งลูกบอลไปทำประตูฝ่ายตรงข้าม ซึ่งในอดีตมีผู้เล่นลงเล่นกันหลายร้อยคน ต้องใช้สนามแข่งขันกว้างใหญ่มาก 

ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสเข้ายึดครอง จึงได้ปรับปรุงการเล่นต่างๆ ซึ่งคำว่า ลาครอส ก็มาจากภาษาฝรั่งเศสนั่นเอง

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาและปรับปรุงจนมีกฎกติกาที่แน่นอน ซึ่งลักษณะการเล่นจะผสมผสานระหว่างฮ็อกกี้น้ำแข็งและฟุตบอล

ลาครอส ถือเป็นกีฬาที่เติบโตเร็วที่สุดชนิดหนึ่งในสหรัฐ และในปัจจุบันมีเล่นกันกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

สำหรับกติกาเบื้องต้น มีผู้เล่นทีมละ 10 คน แบ่งเป็น ผู้รักษาประตู 1, กองหลัง 3, กองกลาง 3, กองหน้า 3 คน ซึ่งผู้รักษาประตูและกองหลังต้องอยู่ในแดนรับของฝั่งตัวเอง และกองหน้าจะอยู่ในแดนรุกทั้งหมด ส่วนกองกลางสามารถเล่นได้ทั่วสนาม

ส่วนเวลาในการแข่งขันทั้งหมด 80 นาที แบ่งเป็น 4 ควอเตอร์ๆ ละ 20 นาที