‘ผมคือยอดแข้งในประวัติศาสตร์’ คริสเตียโน โรนัลโด

  • วันที่ 10 ธ.ค. 2560 เวลา 13:50 น.

‘ผมคือยอดแข้งในประวัติศาสตร์’ คริสเตียโน โรนัลโด

โดย นูโน่

ข้อถกเถียงที่ว่า "ใครคือสุดยอดแข้งของโลก" ระหว่าง ลิโอเนล เมสซี กับ คริสเตียโน โรนัลโด ยังคงมองไม่เห็นจุดจบ เมื่อสตาร์ดังเรอัล มาดริด คว้ารางวัลบัลลงดอร์ สมัยที่ 5 เทียบเท่าสถิติสูงสุดของคู่แข่งจากบาร์เซโลนา

ยิ่งเป็นการตอกย้ำ "ความเก่ง" ที่ไม่เป็นสองรองกัน แต่อาจจะคนละแนวทาง

กระนั้นก็ตาม โรนัลโด ไม่เขินที่จะยกย่องตัวเองเป็นสุดยอดนักเตะในประวัติศาสตร์ลูกหนัง หลังได้รับรางวัลทรงคุณค่านี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

"ผมคือนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติ ศาสตร์ ในช่วงเวลาที่ดีและไม่ดี" โรนัลโด เผยผ่านทางนิตยสารฟรองซ์ ฟุตบอล เจ้าของลิขสิทธิ์

กัปตันทีมโปรตุเกสยืนยันว่า เขาเคารพความชอบของทุกคน แต่ไม่เคยเห็นใครดีกว่าเขา และคิดเช่นนั้นมาเสมอ เพราะไม่มีนักฟุตบอลคนไหนที่สามารถทำในสิ่งที่เขาทำได้ ไม่มีใครครบเครื่องมากกว่าเขา เล่นได้ดีทั้งสองเท้า มีความเร็ว ทรงพลัง เล่นลูกโหม่งได้ดี ยิงประตูได้มากมาย และแอสซิสต์ หลายคนอาจจะชอบ เนย์มาร์ หรือ เมสซี แต่บอกได้เลยว่าไม่มีใครครบเครื่องมากกว่าเขาแล้ว

"ไม่มีใครคว้ารางวัลส่วนตัวได้มากเท่าผม และผมไม่ได้พูดถึงแค่บัลลงดอร์ นั่นบอกอะไรบางอย่าง หรือไม่ใช่? มันไม่ใช่แค่ผลของการซ้อมหนักในยิม อย่างที่ทุกคนคิด มันเป็นผลพวงจากหลายๆ สิ่ง ตำนานอย่าง ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ และ เลบรอน เจมส์ ไม่ได้ก้าวสู่ระดับเพอร์เฟกต์ของพวกเขาโดยบังเอิญ แต่เกิดจากหลายปัจจัย การอยู่ในระดับท็อปและยังคงอยู่ตรงนั้น คุณต้องมีพรสวรรค์มากกว่าคนอื่น"

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหนึ่งของอาชีพ ยอดแข้งผู้มีความมั่นใจใน ตัวเองสูง ยอมรับอย่างเต็มปากเต็มคำว่า เคยรู้สึกหมดกำลังใจ และไม่ต้องการแม้แต่จะไปร่วมงานมอบรางวัลเช่นกัน ในช่วงที่ เมสซี ผูกขาดรางวัลนี้ 4 ปีซ้อน (2009-2012)

"ผมคว้ารางวัลบัลลงดอร์ก่อน เมสซี แต่จากนั้นเขาก็เอาชนะผม และคว้ารางวัล 4 ปีซ้อน ผมจะไม่ปิดบังว่าผมเสียใจและโกรธ ผมไปงานมอบรางวัลและไม่เคยชนะ ณ จุดๆ หนึ่ง ผมรู้สึกหมดกำลังใจ ผมไม่ต้องการไปอีกแล้ว การไปอยู่ที่นั่นเพื่อถ่ายรูปไม่ได้น่าสนใจกับผม

จากนั้นมันค่อยๆ ดีขึ้น ขอบคุณคนใกล้ชิดผม ผมบอกกับตัวเองว่า ในชีวิตมีทั้งการเริ่มต้นและสิ้นสุด และในกีฬาฟุตบอล สิ่งที่นับกันคือเมื่อสิ้นสุด ไม่ใช่ตอนสตาร์ท ผมต้องอดทน แล้วผมก็คว้ารางวัลบัลลงดอร์อีก 4 สมัย"

นับเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ที่นักเตะคนอื่นซึ่งไม่ใช่ คริสเตียโน และ เมสซี ที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์ ซึ่งคนนั้น คือ กาก้า อดีตแข้งสุดหล่อของเอซี มิลาน และบราซิล

หลังจากคว้าถ้วยใบใหญ่ยุโรป ฤดูกาล 2006/07 กับเอซี มิลาน ด้วยการเอาชนะลิเวอร์พูล 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศ กาก้า ได้รับรางวัลโกลเดน บอล และถูกคาดหวังว่าจะคว้ารางวัลอีก แต่แล้วก็ไม่มีครั้งที่สองตามมา โดยในปี 2009 กาก้า ได้ย้ายไปร่วมทีมเรอัล มาดริด แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ก่อนจะย้ายกลับมามิลานในปี 2013 และปิดฉากอาชีพในวัย 35 ปี ที่ออร์แลนโด ซิตี้ ในลีกสหรัฐ เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา

อดีตแข้งแซมบ้าอธิบายความแตกต่างระหว่าง คริสเตียโน และ เมสซี ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะยืนยันว่า พวกเขาคู่ควรในการครองรางวัลบัลลงดอร์ใน 10 ปีล่าสุด

"สำหรับผม เมสซี คืออัจฉริยะคนหนึ่ง และ คริสเตียโน คือ ต้นแบบของฟุตบอลสมัยใหม่ ซึ่งเป็นนักเตะที่มีความครบเครื่องมาก มันยุติธรรมแล้วที่ทั้งคู่จะมีสถิติเท่ากันในการคว้าบัลลงดอร์ 10 ปีล่าสุด" กาก้า กล่าว

ทั้งนี้ โรนัลโด ยังให้เครดิตอดีตต้นสังกัดอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมทั้ง รุด ฟาน นิสเตลรอย และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตเพื่อนร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นแรงกระตุ้นให้เขาในช่วงแรกเริ่มสมัยอยู่โอลด์แทรฟฟอร์ด ปี 2003

"ผมต่างจากเด็กคนอื่นๆ ผมรู้ว่าทำได้ดีที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ร่วมทีมกับยอดนักเตะคนอื่นๆ ฟาน นิสเตลรอย, เฟอร์ดินานด์ ในฤดูกาลแรก ผมคิดถึงความทุ่มเทมากขึ้น"

ซูเปอร์สตาร์เรอัล มาดริด ยังเผยด้วยว่า ความสำเร็จในเวทีใหญ่ช่วยให้เขาได้รับรางวัลนี้ แต่ยอมรับว่าการคว้ารางวัลนี้อีกครั้งในปีหน้าคงเป็นเรื่องยาก

"ผมรู้ว่าหากผมคว้าแชมป์แชม เปี้ยนส์ลีก ผมมีโอกาสได้บัลลงดอร์ สมัยที่ 5 เราชนะ และผมเป็นดาวซัลโวในการแข่งขันอีกครั้ง และสิ่งที่มากกว่านั้น ผมยิง 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศ นั่นคือกุญแจสำคัญ ผมไม่รู้ว่าผมจะคว้าสมัยที่ 6 ในปีหน้าได้หรือไม่ ยังมีการแข่งขันอีกมากในปีหน้ากับเรอัล มาดริด จากนั้นก็เป็นเวิลด์คัพกับโปรตุเกส

แน่นอนว่าศึกเวิลด์คัพจะมีส่วนสำคัญในการพิจารณารางวัลบัลลงดอร์ปีหน้า และหาก โรนัลโด ต้องการจะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ นั่นหมายความว่า เรอัล มาดริด อาจจะต้องคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้ง และเขาเป็นผู้ทำประตูสูงสุด และมีผลงานบอลโลกเล็กน้อย หรือไม่อย่างนั้นคงยากที่จะหวัง เพราะการคว้าแชมป์ลีกไม่เพียงพอ เดิมพันมันสูงกว่านั้น

ทั้งนี้ ล่าสุดเขากลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูได้ทั้ง 6 แมตช์ในรอบแบ่งกลุ่ม ช่วยลูกทีมของ ซีเนอดีน ซีดาน ผ่านเข้ารอบในอันดับ 2 รองจากสเปอร์ส

แม้คำตอบของคำถามต้นเรื่องยังคงไร้วี่แววจุดจบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า โรนัลโด เป็นนักเตะครบเครื่องที่กุนซือสมัยนี้หลายคน ถวิลหา อยากจะมีอยู่ในทีมจริงๆ n

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ