พูดด้วยการกระทำ แรงบันดาลใจจากพ่อ...สู่ชาวอินเดียหัวใจรักในหลวง

  • วันที่ 26 ต.ค. 2560 เวลา 15:20 น.

พูดด้วยการกระทำ แรงบันดาลใจจากพ่อ...สู่ชาวอินเดียหัวใจรักในหลวง

"ราจาท คาปูร์" ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมชาวอินเดีย กับแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ในห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศกของคนไทยทั้งประเทศกับการถวายอาลัยครั้งสุดท้าย ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ชาวต่างชาติอย่าง ราจาท คาปูร์ ซึ่งมีโอกาสได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารไม่ถึง 5 ปี ก็รู้สึกไม่ต่างกัน

“ตอนมาถึงประเทศไทยครั้งแรกเมื่อเดือนก.พ.2013 สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาผมมากที่สุด คือ ถนนที่ผมผ่านไปจะเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินีฯ ขนาดใหญ่แทบทุกที่ และนั่นทำให้ผมอยากรู้เกี่ยวกับพระองค์ท่าน และหลังจากได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนๆ ก็ทราบว่า พระองค์ทรงเสด็จไปทั่วไปประเทศ ทุกคนเคารพพระองค์เหมือนพระเจ้า และได้รู้ว่าทำไมพระองค์ถึงได้รับความรักและเคารพจากคนไทยทั้งประเทศ” ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าว

หนุ่มอินเดีย วัย 45 ปี ซึ่งทำหน้าที่ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสเอเชีย (เอทีซี) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติเมืองทองธานี ด้วย เผยว่า ก่อนเดินทางมาประเทศไทย เขาไม่เคยรู้เรื่องราวของในหลวงร.9 มาก่อน รู้แค่ว่าเป็นประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อย่างไรก็ตาม หลังจากได้มาอยู่ประเทศไทย เขาก็พบว่าความผูกพันของประชาชนที่มีต่อพระองค์ท่านไม่ใช่แค่การมีภาพติดอยู่ข้างฝา แต่รู้สึกได้ว่าความรักและความเคารพที่ประชาชนมีต่อพระองค์ท่านไม่ได้ถูกบังคับ แต่มาจากหัวใจของพวกเขาอย่างแท้จริง

แม้จะเป็นเรื่องยากสำหรับชาวต่างชาติจากตะวันตก ที่จะเข้าใจความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อ “พ่อหลวง” แต่สำหรับตัวเขา ที่เติบโตในเอเชียด้วยกันแล้ว รับรู้ได้ด้วยหัวใจและความรู้สึกจากการได้อ่านและดูสารคดีเกี่ยวกับพระองค์ท่าน ซึ่งสิ่งที่รับรู้ได้คือ พระองค์ทรงทุ่มเทชีวิตเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร โดยทรงมุ่งเน้นพัฒนา 

“พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อการพัฒนาในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน การเกษตร หรือสาขาอื่นๆ ประเทศไทยไม่เพียงพัฒนาระบบของตัวเองเท่านั้น แต่ยังเปิดกว้างที่จะนำเอาเทคโนโลยีจากนานาชาติมาใช้ด้วย”

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาไม่เคยรู้สึกว่าเป็นคนนอก เพราะเข้าใจดีถึงความรู้สึกของคนไทย เมื่อพูดว่า "เรารักในหลวง" เพราะมันคือความรู้สึกเหมือนกับความรักที่มีต่อพ่อและแม่ของตัวเอง และยังเข้าใจดีว่าความรู้สึกนี้มาจากข้างในหัวใจอย่างแท้จริง

 

นอกจากสายรัดข้อมือรักพ่อที่เจ้าตัวใส่มาตลอด 3 ปีที่ผ่านมาแล้ว ในห้องทำงานของ คาปูร์ ยังมีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงร.9 ติดอยู่ในห้องและบนชั้นหนังสือ ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ และทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน

“ในเดือนพ.ย. 2014 ผมไปบิ๊กซี เพื่อซื้อของ และผมเห็นริสต์แบนด์ที่เคาน์เตอร์ทางออก สีส้มในวัฒนธรรมของพวกเราคือพระอาทิตย์หรือคนที่ให้ชีวิต ซึ่งใกล้เคียงกับ พ่อ เมื่อผมหยิบขึ้นมาดูก็เห็นข้อความเขียนว่า "ผมรักพ่อ" บนสายรัดข้อมือ ซึ่งรู้สึกประทับใจมากๆ ผมใส่มาตั้งแต่วันนั้น และไม่เคยถอดมันออกเลย มันทำให้ผมเชื่อมถึงกันกับคนนับร้อยนับพันในประเทศนี้”

ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาเทนนิส ยังเผยด้วยว่า รู้สึกภูมิใจในการใส่สายรัดข้อมือนี้ และตอนกลับไปเจอกับพ่อที่อินเดีย เขาได้บอกความหมายของคำว่า "ผมรักพ่อ" คือความรักของเขาที่มีต่อพ่อ และในส่วนของชีวิตในเมืองไทย มันคือการแสดงความเคารพและความชื่นชมที่มีต่ออีกคนสำคัญในประเทศไทย นั่นคือ พระมหากษัตริย์

หนึ่งในความน่าทึ่งที่สุดสำหรับ คาปูร์ ในการมาใช้ชีวิตในเมืองไทย คือ ทุกๆ คนที่คุยด้วย พูดถึงแต่สิ่งที่ดีเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ของพวกเขา และได้เห็นความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทย ที่หลั่งไหลไปรวมกันเต็มถนนรอบโรงพยาบาลศิริราชในวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ท่าน และเป็นเวลา 1 ปีเต็มที่ทุกคนร่วมใส่สีขาว-ดำเพื่อไว้อาลัย ซึ่งเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ไม่มีใครถูกบังคับให้ใส่ แต่เป็นการไว้ทุกข์ด้วยความเต็มใจและรวมใจเป็นหนึ่ง

"หากผู้ใดสามารถดึงอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนนับล้านได้มากขนาดนั้นแล้ว ผู้นั้นก็สมควรอย่างยิ่งที่จะถูกขนานนามว่า ราชาแห่งราชัน, พระมหากษัตริย์ที่ดีที่สุด หรือ พระราชาของประชาชน"

นอกจากนี้ คาปูร์ ยังนำคำสอนของพระองค์มาใช้ในการดำเนินชีวิต นั่นคือ 1. การซื่อสัตย์กับงานของตัวเอง และมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้นและทำให้ดีขึ้น ซึ่งไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อตัวเองแต่ต่อผู้อื่นเช่นกัน 2. มันง่ายมากที่จะอยู่เพื่อตัวเองและความสำเร็จของตัวเอง แต่มันยากที่จะมีความสุขและมีส่วนกับความสำเร็จของผู้อื่น คนที่ทำแบบนั้นจะเจริญรุ่งเรือง และ3.หากคุณพยายามจะเปลี่ยนแปลงอะไรเล็กๆ น้อยเพื่อสิ่งที่ดีขึ้นในชีวิตของคนอื่น และนำความสุขมาสู่ชีวิตของผู้อื่นนั้น นั่นคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

 

“สิ่งที่ผมได้รับแรงบันดาลใจจากพระองค์ท่าน คือ ความสงบสุขและการทุ่มเททำงานหนักแบบเงียบๆ และปล่อยให้การกระทำพูดแทนคำพูด”

คาปูร์ อาจจะมาอยู่ประเทศไทยเพราะเรื่องบังเอิญ เนื่องจากไม่ได้เลือกมาที่นี่ แต่เป็นโอกาสที่ส่งเขามาทำงานของสหพันธ์เทนนิสเอเชีย แต่ตัดสินใจอยู่ที่นี่ต่อเพราะความรักในวัฒนธรรมของประเทศนี้ ความสุภาพอ่อนโยนของประชาชน และความเคารพที่มีให้กับคนรอบตัว ทำให้เขาพบความสงบขณะที่อยู่ในเมืองไทย และตั้งใจจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อการพัฒนาของวงการกีฬาเทนนิสทั้งในไทยและเอเชีย

ข่าวอื่นๆ