หมดเวลา 'ซิโก้'

  • วันที่ 22 ก.ย. 2560 เวลา 09:05 น.

หมดเวลา 'ซิโก้'

โดย...ราชันเบอร์ 23

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ประกาศลาออกจากตำแหน่งกุนซือ การท่าเรือ เอฟซี หลังจบเกมโตโยต้า ไทยลีก ที่เปิดบ้านพ่าย ชลบุรี เอฟซี 1-3 เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา

อดีตกุนซือทีมชาติไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมว่าหากไม่ชนะ ชลบุรี จะยื่นซองขาวลาทีมทันที และกุนซือวัย 43 ปี ทำตามคำพูดของลูกผู้ชาย

"พี่โก้อยากให้ การท่าเรือ เดินหน้าต่อไป ส่วนพี่โก้บอกก่อนเกมแล้วว่า พร้อมยินดีรับผิดชอบผลงาน เพราะหลายๆ เกมที่ผ่านมาไม่สามารถเก็บ 3 คะแนนได้ ก็ยินดีลาออก พี่โก้ตั้งใจประเมินตัวเองปีหน้า แต่ในเมื่อทุกคนรอความสำเร็จไม่ได้ ยินดีที่จะรับผิดชอบ รู้อยู่แล้วว่าการไม่มีช่วงปรีซีซั่นหรือเข้ามาทำทีมกลางคัน มันอันตราย เพราะความคาดหวังของทีมก็สูงด้วย แต่ก็ยินดีเข้ามาทำงานตรงนี้" ซิโก้ กล่าวลา หลังจากทำงานในถิ่นแพท สเตเดี้ยม ราว 3 เดือน พาทีมรั้งอันดับ 12 ด้วยผลงานคุมทีม 10 นัด ชนะแค่ครั้งเดียว ที่เหลือแพ้ 6 และเสมอ 3

เล่นเอา "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ ที่ชักชวน "ซิโก้" เข้ามาทำงาน ถึงกับเศร้าใจไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้

"ขอบคุณสำหรับกำลังใจมากมายที่ทุกคนส่งมา ขอบคุณความเห็นต่างๆ วันนี้ ต้องบอกว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับการประกาศยุติบทบาทของโก้ ในฐานะโค้ชทีมสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ ขอยอมรับว่าโก้เป็นคนตั้งใจจริงและทุ่มเทให้กับทีม ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แป้งชื่นชมในสปิริตของโก้ โก้เป็นคนมีความสามารถ จะต้องเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์อะไรมากมายให้กับวงการกีฬาไทยอย่างแน่นอน ขอขอบคุณน้องชายคนนี้ที่ยินดีและกล้ามาร่วมทำทีมกับพี่แป้ง" นายใหญ่การท่าเรือ เอฟซี เปิดใจผ่าน อินสตาแกรมส่วนตัว

การลาออกในครั้งนี้ ทำให้หลายฝ่ายวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้ "ซิโก้" ไม่ประสบความสำเร็จในการคุมทีมสโมสร ซึ่งในอดีตผลงานก็ไม่ดี เพราะเคยคุมทีมในไทยลีก 5 สโมสร 111 นัด ชนะ 50 เสมอ 33 แพ้ 28 ทำได้ 157 ประตู เสีย 125 ประตู โดยยังไม่เคยคว้าแชมป์สักรายการ

ห้วงเวลาที่ไม่เหมาะสม

"ซิโก้" เข้ามารับงานนี้หลังจากเลิกคุมทีมชาติได้ไม่นาน และการเข้ามาคุมทีมช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง ตอนนั้นผลงานของ จเด็จ มีลาภ ไม่ได้ขี้เหร่ พาทีมอยู่เลขตัวเดียว แต่หลังจากเกียรติศักดิ์เข้ามาสานงานต่อ เปิดตัวไม่สวยด้วยการแพ้ แบงค็อก ยูไนเต็ด เป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่ดีเอาเสียเลย

นอกจากนี้ โปรแกรมการแข่งขันถี่ยิบ โค้ชใหม่ต้องใช้เวลาจูนนักเตะ แถมนักเตะเปลี่ยนแปลงตลอด และมีเกมกลางสัปดาห์อีกต่างหาก ไม่เหมือนสมัยคุมทีมชาติ ไม่มีปัญหาเรื่องการฝึกซ้อมเพราะนักเตะทุกคนฟิต สิ่งที่ต้องทำคือวางแท็กติกและระบบการเล่น ต่างจากการคุมสโมสร ที่ต้องซ้อมหนัก ทำให้นักเตะเกิดอาการอ่อนล้า ช่วงหลังโดนแฟนบอลออกมาวิจารณ์การทำงาน ทำให้ทวีความกดดันยิ่งขึ้น ทั้งผลงานในสนามและต้องแบกความคาดหวังของแฟนบอล

เลือกนักเตะใช้งาน

สมัยคุมทีมชาติไทย เป็นคนเลือกนักเตะเองทุกตำแหน่ง ที่คิดว่าเหมาะกับสไตล์การเล่นของตัวเอง แต่สำหรับสโมสรต้องใช้นักเตะที่มีอยู่ ต้องบอกว่าศักยภาพนักเตะมันต่างกันโดยสิ้นเชิง ทำให้ต้องเปลี่ยนรูปแบบการเล่นมาใช้ ผลงานจึงไม่ได้เป็นดังที่หวัง

ไม่เปลี่ยนแท็กติก

เกมริมเส้นของ "ซิโก้" เป็นจุดแข็งมาตลอดสำหรับคุมทีมชาติไทย เพราะมีนักเตะความเร็วสูงอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ หรือ มงคล ทศไกร ขณะที่ "สิงห์เจ้าท่า" ใช้ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ หากคู่ต่อสู้ดักไม่ให้ขึ้นเกมก็เป็นอันหมดจินตนาการ เป็นสิ่งที่ "ซิโก้" ต้องปรับปรุง ใช้แท็กติกที่หลากหลาย ซึ่งต้องสะสมประสบการณ์ต่อไป

"ซิโก้" เป็นคนที่มีฝีมือ เพียงแต่ต้องให้เวลา การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการหยุดพักชั่วคราวเพื่อตั้งหลัก และรอเวลาการกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

ข่าวอื่นๆ