ก่อนลงสนามพวกเขาทำอะไร

วันที่ 24 มิ.ย. 2553 เวลา 14:30 น.
ช่วงเวลาในห้องแต่งตัวก่อนก้าวลงสนามเป็นตอนสำคัญ บรรดานักเตะมีกิจกรรมตามความเชื่อส่วนบุคคลใดๆกันบ้าง

จาบูลานี

ก่อนลูกบอล “จาบูลานี” จะลงสนามแข่งขัน “ซันโกมา” หรือหมอผีเรียกตามภาษาแอฟริกัน จะลงคาถาใส่ลูกบอล โดยมีเครื่องประกอบพิธีเป็นธนบัตรแรนด์ของแอฟริกาใต้และมือลิงแห้ง

โฮเซ อันเดรส กวาร์ดาโด (เม็กซิโก)

“ผมมักจะใส่สนับเข่าซ้ายก่อน เพราะขาข้างซ้ายเป็นข้างทีเด็ดของผม ผมจึงต้องปกป้องมันก่อน เวลาลงสนามผมจะก้าวเท้าขวาเหยียบสนามก่อนเสมอ ผมค่อนข้างเชื่อถือเรื่องโชคลาง ถ้าไม่ทำตามนั้นผมจะกังวลว่าอาจจะมีอะไรผิดพลาดได้ ก่อนการแข่งขัน ผมจะฟังเพลงนุ่มๆ เพราะผมเองเป็นค่อนข้างโรแมนติก ผมชอบฟังเพลงเม็กซิโกจังหวะช้าๆ เพื่อพยายามผ่อนคลายและสงบจิตใจก่อนการแข่งขัน”

มาร์ก กอนซาเลส (ชิลี)

“ก่อนที่กรรมการจะเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขัน ผมมักจะตะโกนว่า “เอาเลย ตาต้า” ตาต้าคือปู่ของผมที่เสียชีวิตไปเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว ผมเรียกให้ท่านช่วยปกป้องผมและช่วยทีมพวกเรา ก่อนลงสนามแข่ง ผมจะสวดมนต์และขอพรให้ทีมได้รับการดูแลและได้รับชัยชนะ”

เนลสัน วัลเดซ (ปารากวัย)

“ในห้องแต่งตัวเราจะมีสิ่งศักดิ์ที่พวกเราบูชา พวกเรากว่าครึ่งทีมจะเข้าไปในห้องแต่งตัวและสวดมนต์ แล้วค่อยไปลงสนามแข่งเพื่อตัดสินใจว่าจะใส่สตั๊ดคู่ไหน จากนั้นจึงกลับไปที่ห้องแต่งตัวใหม่”

ออเรลิยง เชดฌู (แคเมรูน)

“ผมเป็นคริสเตียน ปกติจะทำสัญลักษณ์ไม้กางเขน 3 ครั้งและจูบลงบนรอยสักที่เป็นชื่อลูกชายของผมเพื่อนำความโชคดี และจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า จากนั้นจะจูบรองเท้าเพื่อจะได้นำโชคระหว่างการแข่งขัน ในแอฟริกา เมื่อคุณตาย คุณไม่ได้ตายจากไปจริงๆ เมื่อปู่ ย่า ตา ยาย ทวดของพวกเราเสียชีวิต พวกเขาจะปกป้องพวกเรา” 

ซาโลมอน คาลู (ไอวอรีโคสต์ )

“ส่วนใหญ่ผมก็จะใส่รองเท้าข้างซ้ายก่อนข้างขวา ซึ่งเป็นความเคยชินที่ค่อนข้างสำคัญ เพราะคุณจะคิดว่า เมื่อแข่งครั้งที่แล้วใส่รองเท้าข้างขวาก่อนแล้วยิงประตูได้ ฉะนั้น ก่อนแข่งแต่ละครั้งก็จะคิดทบทวนว่า ได้ทำอะไรไปบ้างในการแข่งขันคราวที่แล้วที่ชนะ เพื่อจะได้ชนะอีกในคราวนี้ แต่ที่จริงก็ไม่ได้ผลตลอดเวลาหรอก”

โอบาเฟมี มาร์ตินส์ (ไนจีเรีย)

“โดยทั่วไปแล้วผมมักจะสวดขอพรแบบมุสลิม เพราะคุณแม่ผมเป็นมุสลิมและคุณพ่อผมเป็นคริสเตียน ดังนั้นถ้าผมต้องการสวดขอพรก่อนเกม ผมจะสวดแบบมุสลิมเสมอ แน่นอน ผมยังมีความเชื่อในแบบแอฟริกา ซึ่งค่อนข้างเชื่อเรื่องโชคลางในเกือบทุกสิ่งทุกอย่าง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อมั่นอยู่เสมอมา นั่นคือ พระผู้เป็นเจ้า ที่น่าสนใจคือไนจีเรียเป็นทีมที่สนุกมาก เมื่อคุณเข้าไปในห้องแต่งตัว ทุกคนเต้นรำด้วยกัน ร้องเพลง ทั้งเต้นทั้งร้องอยู่อย่างนั้นด้วยกันจนกว่าจะออกจะไปวอร์มอัพ”

สตีเวน เจอร์ราร์ด (อังกฤษ)

“เพลงที่พวกเราฟังส่วนใหญ่มีจังหวะสนุก คึกคัก เพื่อที่จะได้กระตุ้นต่อมอะดรีนาลีน จะได้รู้สึกฮึกเหิมสำหรับการลงแข่ง ส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงแด๊นซ์”

แอนดรูว์ โบเยนส์ (นิวซีแลนด์)

“ผมไม่โกนหนวดในวันแข่ง ซึ่งผมก็ไม่รู้ทำไมแค่มันก็อาจจะได้ผล อีกอย่างหนึ่งคือ ผมต้องใส่สนับเข่าด้านซ้ายก่อนด้านขวา

สตีเวน พีนาร์ (แอฟริกาใต้)

“ผมมักฟังเพลงกอสเปลประสานเสียงจากไอพอดในห้องแต่งตัวหรือระหว่างเดินทางอยู่บนรถบัส เพื่อนร่วมทีมบางคนร้องเพลงประจำทีม เราจะร้องจนมาถึงห้องแต่งตัวและก็ยังร้องกันต่อ ก่อนใส่รองเท้า ผมจะเอารองเท้าขึ้นมาสวดมนต์ก่อนแล้วค่อยใส่”

จอห์น เพนซิล (กานา)

“ผมจะใส่ถุงเท้าก่อน แล้วค่อยใส่รองเท้า สวมกางเกง จากนั้นผมจะถอดเสื้อออก แล้วสวดมนต์กับเสื้อก่อนจะใส่ลงสนามแข่ง”

กากา (บราซิล)

“ผมไม่เชื่อโชคลาง แค่สวดมนต์ก่อนลงสนามเท่านั้น เมื่อผมลงสนามแข่ง ผมพยายามนึกภาพการแข่งขัน พยายามจินตนาการสถานการณ์การเล่นที่อาจจะเกิดขึ้น ผมพยายามเล่นตามเกมในความคิด นั่นคือสิ่งที่ผมทำ ผมไม่มีเครื่องรางอะไรเลย ส่วนคนที่ถือเครื่องรางผมก็เคารพในความเชื่อของเขา แต่สำหรับผมสิ่งเดียวที่ผมทำคือสวดมนต์แล้วลงสนาม”

ซลัตโก เดดิช (สโลวีเนีย)

“ผมไม่สามารถลงเล่นทั้งที่ใส่แหวนหมั้นได้ ผมมักจะถอดแหวนออก จูบมัน ซ่อนแหวนไว้ในที่ที่ไม่มีใครเห็น หลังแข่งเสร็จผมค่อยมาเอาแหวน”

ดานิเอเล เด รอสซี (อิตาลี)

“ผมจะกระโดด 3 ครั้ง แล้วคุกเข่า 3 ครั้ง ที่จริงก็ไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญ แต่คนอื่นๆคงไม่ได้ทำอย่างนี้”