"ช้างศึก"รับอัดฉีดวันเดียวเกือบ 30 ล้าน

  • วันที่ 24 ธ.ค. 2557 เวลา 20:09 น.

"ช้างศึก"รับอัดฉีดวันเดียวเกือบ 30 ล้าน

แข้งทีมชาติไทยชุดแชมป์ซูซูกิคัพ 2014เดินสายรับเงินอัดฉีดเพียบ วันเดียวเกือบ30ล้านบาท 

ฮีโร่นักเตะไทยชุดแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 เดินสายรับเงินอัดฉีด บมจ.สามารถ ได้มอบเงินรางวัลอัดฉีดให้กับนักเตะไทย 2 ล้านบาท พร้อมด้วยโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอ-โมบาย รุ่นไอคิวเอ็กซ์ ออซซี่ ให้กับทุกคนรวมเป็นจำนวนเงิน 297,000 บาท ส่วน สยามพิวรรธน์ เจ้าของห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนมอบ อัดฉีด 1ล้านบาท

ด้านสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จับมือ โหลทอง โฮลดิ้ง มอบ 25 ล้านบาท รวมแล้วรับเกือบ 30 ล้านบาทในวันเดียว ขณะที่สามารถเตรียมเจรจา “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพื่ออุ่นเครื่องกับทีมชาติไทย ในปีหน้า เดือนก.ค. ด้านโค้ชซิโก้ น้ำตาคลอปลื้มพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานกำลังใจ จนทำให้นักเตะไทยต้อสู้จนคว้าแชมป์ได้ในที่สุด

ความเคลื่อนไหวขุนพลนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ชุดทวงแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014” ได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 4 ในรอบ 12 ปี ยังคงเดินสายออกงานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย นำนักเตะไทยพร้อมด้วยสต๊าฟโค้ชเดินทางไปร่วมงาน “สามารถ ร่วมสนับสนุนฟุตบอลไทย แชมป์อาเซียน” ที่ตึกบริษัท สามารถ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ โดยมี นายเจริญรัฐ วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.สามารถ พร้อมด้วย นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถ ได้มอบเงินรางวัลอัดฉีดให้กับนักเตะไทย 2 ล้านบาท พร้อมด้วยโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอ-โมบาย รุ่นไอคิวเอ็กซ์ ออซซี่ ให้กับทุกคนรวมเป็นจำนวนเงิน 297,000 บาท ส่วนทีมชาติไทยได้มอบลุกฟุตบอล และชุดแข่งขันพร้อมลายเซ็นนักเตะครบทีมให้กับ บมจ.สามารถ อีกด้วย

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กล่าวว่า บรรยากาศแฟนบอลที่ได้เห็นก็ยังรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะไม่เคยเห็นบรรยากาศเช่นนี้มานานแล้ว นักเตะไทยชุดนี้ไม่ได้ซ้อมเพียง 2 สัปดาห์หรือ 2 เดือน แต่ซ้อมร่วมกันมานานกว่า 2 ปีแล้ว ตั้งแต่ไปทวงแชมป์ซีเกมส์ 2013 ที่ประเทศพม่า ตอนนั้นศรัทธาของแฟนบอลไทยก็เริ่มเกิด จนต่อมาไปคว้าอันดับ 4 ในเอเชี่ยนเกมส์ ที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยแพ้ในรอบชิงเหรียญทองแดงต่อเจ้าภาพไป ก็เริ่มได้ศรัทธาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนล่าสุดคว้าแชมป์อาเซียนได้ก็นับเป็นเรียกศรัทธาจากแฟนบอลกลับมาเป็นกระแสที่ได้เห็นแฟนบอลเต็มราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งไม่เคยเห็นมานานกว่า 19 ปีแล้ว จึงขอขอบคุณแฟนบอลทุกคนที่คอยส่งกำลังใจ และอยากจะให้แฟนบอลช่วยกันเชียร์ต่อไป

“ในปีหน้าทีมชาติไทยมีศึกใหญ่ถึงหลายรายการคือ รายการแรกในศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ในระหว่างวันที่ 1-7 ก.พ.2558 ที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีทีมเกาหลีใต้, เกาหลีเหนือ และโครเอเชีย มาเตะที่ไทย ตั้งเป้าว่าอยากจะล้างแค้นแข้งโสมขาวให้ได้ในเมืองไทย และน่าจะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ตื่นเต้น ขณะที่กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์นั้น เด็กชุดนี้เล่นได้ 13 คน หวังจะไปป้องกันแชมป์ให้ได้ แต่ก็ไม่ประมาท, ศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นไม่เกิน 23 ปี ที่เป็นรายการคัดเลือกไปโอลิมปิกเกมส์ 2016 หรือปรี-โอลิมปิกเกมส์ อยู่รอบแรกร่วมกลุ่มกับเกาหลีเหนือ, ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา หวังจะคว้าอันดับ 1 ของกลุ่มผ่านไปคัดรอบสุดท้ายที่ประเทศกาตาร์ให้ได้ ซึ่งเด็กชุดนี้เล่นได้ 8 คน”

“ส่วนฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชียนั้น ตอนนี้คงเร็วเกินไปที่จะคิดถึงฟุตบอลโลก แต่จะขอเวลาอีก 5-6 ปี เพื่อให้เด็กชุดนี้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปจนช่วงอายุ 27-28 ปี ก็น่าจะมีความแข็งแกร่งกำลังดี จึงอยากจะฝากให้แฟนบอลช่วยกันติดตามต่อไปอีกหลังจากนี้ด้วย”

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กล่าวว่า นับเป็นปรากฏการณ์ที่ได้เห็นแฟนบอลไทยกลายเป็นกระแสในตอนนี้ โดยทางสามารถที่ร่วมสนับสนุนกีฬามาโดยตลอดจึงอยากจะมอบเงินรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับนักเตะไทยที่สร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้น ซึ่งนักเตะทุกคนทุ่มเทเต็มที่ จนสามารถสร้างความสุขให้กับชาวไทยได้ในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งตัวเองก็หวังที่เห็นแฟนบอลช่วยเชียร์เช่นนี้ตลอดไป ทั้งในการแข่งขันรายการต่างๆ หลังจากนี้ และอนาคตก็หวังที่ได้เห็นทีมชาติไทยไปเตะในฟุตบอลโลกด้วย

นอกจากนี้ทางสามารถ ​ได้ร่วมกับบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) และองค์กรอื่น กำลังเจรจากับทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพื่อเดินทางมาลงเตะกับทีมชาติไทย ที่ประเทศไทย ในปีหน้าช่วงเดือนก.ค.ซึ่งทางอาร์เซนอลมีโปรแกรมมาทัวร์ปรี-ซีซั่นในเอเชียอยู่แล้ว ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่ทีมอาร์เซนอลจะเดินทางมาลงเตะที่ไทย

จากนั้นช่วงบ่าย คณะนักฟุตบอลทีมชาติไทยได้เดินทางต่อไปยังศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อรับเงินรางวัลอัดฉีดอีก 1 ล้านบาท โดยมีนางพาสินี ลิ่มอติบูลย์ กรรมการ บริษัท สยามพิวรรธ์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัพเวอรี่ เป็นประธานในพิธีเเสดงความยินดีเเละมอบเงินสนับสนุนทัพนักฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดเเชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 1 ล้านบาท ที่ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ท่ามกลางบรรยากาศแฟนบอลแห่ร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ทั้งนี้ยังมี เสียงซอ เลิศรัตนชัย นักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทย ประเภทกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง และรวิสรา เวชากร นักขี่ม้าทีมชาติไทย ประเภทศิลปะบังคับม้า ร่วมตามมาให้กำลังใจด้วย

ซิโก้ กล่าวว่า หลังกลับมาเมืองไทย น้องๆ นักเตะไทยตระเวนเดินทางอย่างต่อเนื่อง ไม่มีหยุดหลังจากที่เดินทางมาถึงประเทศไทย ซึ่งทุกคนก็รู้สึกเหนื่อย แต่ต้องยืมคำของ “น้องเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ มาใช้ว่า “แม้จะเหนื่อย แต่แฟนบอลทุกคนเหนื่อยกว่าพวกเราเยอะ” ทำให้ทุคนรู้สึกดีที่ได้เห็นบรรยากาศแฟนบอลคึกคักเช่นนี้

จากนั้นซิโก้กล่าวถึง การที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งให้ราชเลขาธิการโทรศัพท์มาเพื่อพระราชทานกำลังใจให้กับทีมชาติไทยในช่วงพักครึ่งการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 ที่ทีมไทยตามหลังเมเลเซีย 0-2 ท่ามกลางน้ำตาคลอว่า “นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่พระองค์ทรงพระราชทานกำลังใจ จนทำให้นักเตะไทยต้อสู้จนคว้าแชมป์ได้ในที่สุด โดยหลังจากนี้จะทำหน้าที่ต่อไปให้ดีที่สุด และจะตอบแทนแฟนบอลด้วยชัยชนะไปฝากเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังขออวยพรให้แฟนบอลไทยทุกคนมีความสุข และสุขภาพแข็งแรงกันทุกคนในช่วงปีใหม่นี้ รวมถึงกลับไปชาร์จแบตให้เต็มเพื่อเตรียมพร้อมกลับมาเชียร์ทีมชาติไทยต่อในปีหน้า”

นางพาสินี กล่าวว่า สยามพารากอน จัดโครงการของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนชาวไทย “แชร์ความสุขกับบอลไทย แชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014” โดยนำถ้วยแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 ที่ทีมชาติไทยคว้ามาได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 4 ในรอบ 12 ปี มาจัดแสดงที่บริเวณไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 24-28 ธ.ค.นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนบอลได้ร่วมถ่ายภาพกับถ้วยแชมป์แห่งความสำเร็จครั้งนี้

ต่อมาคณะนักเตะก็ได้เดินทางไปที่เดลินิวส์ ก่อนปิดท้าย มารับเงินอัดฉีดจากสมาคมฯ และ บริษัท โหลทองโฮลดิ้ง จำกัด โดยมี นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูถัมภ์ เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลเเละเงินอัดฉีดให้แก่ทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย เเชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 แชมเปียน ออฟ อาเซียน ร่วมด้วย นายวิลักษณ์ โหลทอง ประธาน บริษัท โหลทองโฮลดิ้ง จำกัด ที่ห้องจตุรทิศ โรงเเรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน

สำหรับเงินรางวัลเเละเงินอัดฉีด ทางสมาคมฟุตบอลฯ มอบเงินจำนวน 18 ล้านบาทเเละจากบริษัท โหลทอง โฮลดิ้ง จำกัด 7 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 25 ล้านบาท โดยนักเตะทั้ง 22 คนได้รับคนละ 900,000 บาท  ในส่วนของ ร.ต.ท. เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เเละทีมงานสตาฟโค้ช รับไปรวม 5,200,000บาท

ข่าวอื่นๆ