เป่านกหวีดเปิดฉากเวิลด์คัพ

วันที่ 11 มิ.ย. 2553 เวลา 12:08 น.
ก่อนหน้านี้ ทีมชาติแอฟริกาใต้ถือเป็นทีมเกรดบีของวงการลูกหนังโลก จวบจนโค้ชชาวบราซิเลียนนามว่า คาร์ลอส อัลแบร์โต ปาร์ไรรา ก้าวเท้าเข้ามานั่งเก้าอี้กุนซือเมื่อเดือน ต.ค. 2009

เจ้าภาพลั่นใช้บอลเรียดดับซ่าจังโก้

ก่อนหน้านี้ ทีมชาติแอฟริกาใต้ถือเป็นทีมเกรดบีของวงการลูกหนังโลก จวบจนโค้ชชาวบราซิเลียนนามว่า คาร์ลอส อัลแบร์โต ปาร์ไรรา ก้าวเท้าเข้ามานั่งเก้าอี้กุนซือเมื่อเดือน ต.ค. 2009 ฟอร์มพวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างผิดหูผิดตา
ทัพ บาฟานา บาฟานา ภายใต้การกุมบังเหียนของปาร์ไรรา สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นมา 12 นัดติดต่อกัน และพวกเขาก็หวังที่จะยืดสถิตินี้ออกไปในเกมฟาดแข้งอันยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาตินั่นคือเกมนัดเปิดสนามเวิลด์คัพ 2010 ซึ่งแอฟริกาใต้ในฐานะเจ้าภาพ จะลงดวลแข้งในกลุ่มเอ พบกับทีมชาติเม็กซิโก วันนี้ ที่สนามซอกเกอร์ ซิตี กรุงโยฮันเนสเบิร์ก

สภาพทีมเจ้าภาพไร้ปัญหานักเตะเจ็บ ซึ่งคาดว่า คัตเลโก เอ็มเฟลา หัวหอกฟอร์มแรงซึ่งยิง 4 ลูก จาก 3 นัดหลังสุด จะลงยืนเป็นกองหน้าตัวเดียว โดยมี สตีเวน พีนาร์ มิดฟิลด์จอมเทคนิคจากเอฟเวอร์ตันรับบทเป็นจอมทัพ ซึ่งปาร์ไรราเตรียมงัดแท็กติกบอลบนพื้นมาต่อกรกับแข้งจังโก้

พีนาร์

“เราคงไม่สามารถเอาชนะเม็กซิโก ฝรั่งเศส หรืออุรุกวัยได้ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายเท่านั้น ลูกทีมของผมจะสู้กับพวกเขาด้วยบอลเรียดบนพื้น ซึ่งนี่คือจุดแข็งของเรา” ปาร์ไรรา กล่าว

ขณะที่เม็กซิโกของกุนซือ ฮาเบียร์ อกีร์เร สภาพทีมถือว่าพร้อมเช่นกัน หลังจาก กิลเยร์โม ฟรังโก กองหน้าจอมเก๋าหายเจ็บกลับมา และพร้อมลงยืนประสานงานในแดนหน้ากับ ฮาเบียร์ เฟอร์นานเดซ กองหน้าป้ายแดงของแมนฯ ยูไนเต็ด โดยมี “กัปตันทีม” ราฟาเอล มาร์เกวซ ปราการหลังจาก|บาร์เซโลนา ยืนเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับของเม็กซิโก

“ผมคิดว่าเม็กซิโกชุดนี้เป็นชุดที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเรา”อกีร์เร กล่าว

อย่างไรก็ตาม เม็กซิโกมีสถิติลงเตะนัดเปิดสนามที่น่าเป็นห่วง โดยแข้งจังโก้เคยลงหวดนัดเปิดสนามฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้วถึง 4 ครั้ง ปรากฏว่าเสมอ 1 แพ้ 3

นักเตะที่ต้องจับตามอง : สตีเวน พีนาร์ (แอฟริกาใต้) - ราฟาเอล มาร์เกวซ (เม็กซิโก)

ทั้ง 2 คนเป็นซูเปอร์สตาร์ และรับบทหัวใจสำคัญของชาติตัวเอง และด้วยตำแหน่งที่ต้องเผชิญหน้ากัน ทำให้ พีนาร์-มาร์เกวซ กลายเป็นมวยถูกคู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 

จอมโหดวาง "ฟอร์ลัน-ซัวเรซ" ยิงน้ำหอม

อีกหนึ่งคู่ในกลุ่มเอ ที่สนามเคปทาวน์ สเตเดียม เป็นการดวลกันระหว่างอดีตแชมป์โลก คือ อุรุกวัย (ปี 1930, 1950) พบกับ ฝรั่งเศส (1998)

ออสการ์ ตาบาเรซ กุนซือของทีม “จอมโหด” อุรุกวัย ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการเผยรายชื่อ 11 นักเตะตัวจริงออกมาตั้งแต่ไก่โห่ แต่โผที่ออกมาไม่ได้เซอร์ไพรส์นัก โดยทีมจอมโหดเตรียมใช้แผน 3-4-1-2 ซึ่งมีอาวุธหนักคือคู่กองหน้า ดีเอโก ฟอร์ลัน หัวหอกจากแอต.มาดริด และ หลุยส์ ซัวเรซ ดาวซัลโวลีกดัตช์ฤดูกาลที่ผ่านมา หลังยิงระเบิดเถิดเทิงไปถึง 35 ประตู

ริเบรี

“ระบบการเล่นที่เราใช้สามารถปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่นได้อีกในเกมพบกับฝรั่งเศส” ตาบาเรซ กล่าว

ขณะที่ฝรั่งเศสถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกับฟอร์มในเกมอุ่นเครื่องก่อนลุยแอฟริกาใต้ โดยเฉือนหืดคอสตาริกา 2-1 เสมอตูนิเซีย 1-1 และนัดล่าสุดแพ้ช็อกโลกต่อจีน 0-1 แต่กุนซือเรย์มงด์ โดเมอเนก มั่นใจว่านักเตะเลือดน้ำหอมจะเรียกศรัทธาแฟนบอลกลับมาได้เมื่อถึงเวลาจริง

“ความพ่ายแพ้ต่อจีนในเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ผมพอใจได้ อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นแค่เกมอุ่นเครื่อง แต่ตอนนี้แหละที่เราจะต้องเจอเกมการแข่งขันจริงๆ แล้ว” โดเมอเนก กล่าว

ทีมตราไก่ไม่มีปัญหานักเตะเจ็บ นิโกลาส์ อเนลกา จะยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี ฟลอรองต์ มาลูดา กับ ซิดนีย์โกวู ขึ้นเกมทางริมเส้น ส่วนจอมทัพกลางสนามเป็นหน้าที่ของ ฟรองก์ ริเบรี ซึ่งอยากลงโชว์ฝีเท้าเต็มแก่ หลังทำได้เพียงนั่งดูเพื่อนร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิก โดนอินเตอร์ มิลาน กะซวก 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก

นักเตะที่ต้องจับตามอง : ดีเอโก ฟอร์ลัน (อุรุกวัย) –ฟรองก์ ริเบรี (ฝรั่งเศส)

ฟอร์ลัน ไม่ต่างอะไรกับ เวย์น รูนีย์ ของทีมชาติอังกฤษ ที่ต้องแบกความหวังการทำประตูของคนทั้งประเทศไว้บนบ่าของตัวเอง ขณะที่ ริเบรี นี่คือเวลาพิสูจน์ฝีเท้าของเขาแล้วว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวตายตัวแทนของ ซีเนอดีน ซีดาน ได้หรือไม่ m