ย้อนวีรกรรมฉุนหลังถูกเปลี่ยนตัว

วันที่ 20 ก.ย. 2552 เวลา 00:50 น.
โดย...ทีมข่าวกีฬา

ทันทีที่เห็นป้ายขอเปลี่ยนตัวข้างสนามขึ้นหมายเลข 10 ขณะที่เหลือเวลาอีกเกือบครึ่งชั่วโมง และยังเสมอ 0-0 ในเกมไปเยือนเบซิกตัส ที่อิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เวย์น รูนีย์ กองหน้าพลังเหลือเฟือของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ถึงกับออกอาการไม่สบอารมณ์ชัดเจนทันที
ดาวยิงทีมชาติอังกฤษวัย 23 ปี เดินส่ายศีรษะออกมาจากสนามด้วยสีหน้าเซ็งสุดๆ ก่อนจะต่อปากต่อคำกับแฟนบอลเจ้าถิ่นเหนือม้านั่งสำรอง จากนั้นก็ปาสตั๊ดลงพื้นและนั่งโกรธไม่พูดไม่จา

แม้ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะพิสูจน์ว่าเขาตัดสินใจถูก หลัง พอล สโคลส์ ยิงประตูชัยช่วงท้ายเกมให้แชมป์พรีเมียร์ลีกบุกไปชนะ 1-0 แต่กุนซือผีแดงก็เข้าใจอารมณ์ของรูนีย์ดี

“เขาไม่พอใจทุกครั้งที่ถูกเปลี่ยนตัวเหมือนนักเตะคนอื่นๆ เขาเป็นนักเตะบ้าพลังและต้องการเล่นอยู่ตลอดเวลา” เฟอร์กี กล่าว

อย่างไรก็ตาม รูนีย์ไม่ใช่คนแรกและจะไม่ใช่คนสุดท้ายที่จะแสดงอาการไม่พอใจต่อการตัดสินใจของผู้จัดการทีมที่ไม่ได้ดั่งใจ และนี่คือบางส่วนของเหตุการณ์แข้งสตาร์อารมณ์ฉุนหลังถูกเปลี่ยนตัวออก
 
คริสเตียโน โรนัลโด

คนนี้ไม่ต้องย้อนไปไกล เพราะเป็นนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ดคนล่าสุด (ก่อนถึงคิวรูนีย์) ที่กล้าแผลงฤทธิ์เช่นนี้ต่อหน้าเฟอร์กูสัน หากยังจำกันได้ ในเกมผีแดง ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี 2-0 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โรนัลโดซึ่งลงเป็นตัวจริงแทบทุกนัด แสดงความไม่พอใจเกินเหตุ หลังถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 59 ด้วยการขว้างเสื้อวอร์มที่เจ้าหน้าที่ทีมยื่นให้ลงพื้น ก่อนจะไปนั่งทำท่าแบะปากเหมือนเด็กเอาแต่ใจ เอามือปิดหน้าปิดตา และไม่ยอมยิ้มจนจบเกม

พฤติกรรมของปีกจอมเพชฌฆาตในตอนนั้น ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์บนหน้าหนังสือพิมพ์อังกฤษในวันรุ่งขึ้นว่า อนาคตของเขาในโอลด์แทรฟฟอร์ดน่าจะมาถึงปีสุดท้ายแล้ว หลังจากอดีตซูเปอร์สตาร์ผีแดงที่เคยแข็งข้อกับเฟอร์กี ต่างก็มีประวัติถูกเฉดออกจากทีมทั้งสิ้น ขณะที่โรนัลโดเองก็ตกเป็นข่าวกับ เรอัล มาดริด อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เฟอร์กีออกมากลบกระแสด้วยการอธิบายว่า นี่แหละคือพฤติกรรมของนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี

“เขาต้องการอยู่ในสนามต่อ เหมือนนักเตะทุกคน แต่ผมยังมีเกมอื่นให้คิดอีก” เฟอร์กี กล่าว แต่ในที่สุดโรนัลโดก็ย้ายไปเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวแพงที่สุดในโลก
 
จีโอวานนี

กองหน้าชาวบราซิเลียนออกสตาร์ตกับ ฮัลล์ ซิตี ในฐานะน้องใหม่ของพรีเมียร์ลีกได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่แล้ว ก่อนจะฟอร์มตกลงไปพร้อมกับทีมเมื่อเข้าสู่ครึ่งฤดูกาลหลัง
ผลงานเด่นของเขาคือประตูสุดสวยในเกมพบกับ อาร์เซนอล และ สเปอร์ส แต่กลับถูกลบเลือนด้วยภาพระเบิดอารมณ์ในเกมพบกับ แบล็กเบิร์น เมื่อเดือนมี.ค.

การถูกเปลี่ยนตัวให้ นิกกี บาร์มบี ลงมาแทน ทำให้เขาหงุดหงิด ถึงขั้นขว้างปาสิ่งของและเตะขวดน้ำ เหมือนพยายามแสดงให้ ฟิล บราวน์ เห็นว่าเขาโกรธแค่ไหน แต่บราวน์ยืนยันว่าจีโอวานนีต้องเจอฝันร้าย เพราะการกระทำของเขาไม่ดีเอาเสียเลย

“เขาจะไม่ทำแบบนั้นกับผมอีก ผมเป็นผู้จัดการทีม และจีโอวานนีก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่าสโมสรนี้”
 
มิโด

อดีตนักเตะของมิดเดิลสโบรช์และวีแกนคนนี้ กลายเป็นความน่าอับอายของชาติ ในศึกแอฟริกัน เนชันส์ คัพ ปี 2006 ซึ่งอียิปต์ เป็นเจ้าภาพ เมื่อช่วงก่อนหมดเวลา 11 นาทีในเกมพบกับเซเนกัล โค้ชฮาสซาน เชฮาตา เลือกเปลี่ยนตัว อาเมอร์ ซากี ลงแทน มิโด เพื่อพลิกสถานการณ์ที่ถูกกดดัน แต่นักเตะอียิปต์ไม่พอใจไม่ยอมเดินออกจากสนามแถมยังเดินไปเถียงกับโค้ช ก่อนถูกแฟนบอลของตัวเองโห่ส่งเข้าอุโมงค์ห้องแต่งตัว

แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขากลับมายิ้มออก เมื่อซากียิงประตูชัยให้ทีมและร่วมฉลองหลังจบเกม ซึ่งสุดท้าย อียิปต์ เอาชนะ ไอวอรีโคสต์ ในรอบชิงชนะเลิศ แต่มิโดถูกแบนในนัดดังกล่าวจากการแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม แม้ว่าจะได้รับอนุญาตให้รับเหรียญรางวัล หลังกล่าวขอโทษต่อสาธารณชน

อย่างไรก็ตาม มิโดก็ยังยืนยันว่าหากเขาได้อยู่ในสนามต่อก็จะยิงประตูได้
 
ฮอสซัม กาลี

คืนแห่งความทรงจำของอดีตมิดฟิลด์สเปอร์ส เกิดขึ้นในเกมพบกับ แบล็กเบิร์น ในศึกพรีเมียร์ลีก

กาลี เตรียมตัวจะลงแทน สตีด มัลบรองก์ ที่มีปัญหาบาดเจ็บ เมื่อ มาร์ติน โยล ผู้จัดการทีมในตอนนั้น ต้องการผลเสมอหรือชนะเพื่อคว้าโควตาไปแข่งยูฟ่า คัพ ก่อนที่โยลจะเปลี่ยนใจส่ง ร็อบบี คีน ลงสนามแทน ทำให้นักเตะชาวอียิปต์ไม่พอใจอย่างมาก และถอดเสื้อแข่งก่อนจะขว้างทิ้งต่อหน้าโยล จากนั้นก็ฉุนเฉียวเข้าอุโมงค์ไปและออกจากสนามไปก่อนจะหมดเวลา

นอกจากนี้ แฟนบอลทีม “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ร้องตะโกนว่า “นายไม่เหมาะที่จะใส่เสื้อหรอก” เมื่อไม่เห็นกาลีหลังจบแมตช์ แม้เจ้าตัวจะออกมาขอโทษด้วยคำพูด “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ใส่เสื้อสเปอร์สเสมอ และไม่เคยตั้งใจจะแสดงความไม่เคารพใดๆ เลย”

หลังจากนั้นกาลีก็ไม่ได้ลงเล่นให้สโมสรอีกเลย
 
ปาสกาล ชิมบงดา

ชิมบงดาน่าจะได้ฉลองแชมป์คาร์ลิง คัพ ปี 2008 อย่างมีความสุขกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นนานๆ หลังสเปอร์ส เอาชนะ เชลซี 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศ หากเขาไม่ออกอาการไม่พอใจ เมื่อ ฮวนเด รามอส กุนซือของทีม ตัดสินใจเปลี่ยน ทอม ฮัดเดิลสโตน ลงมาแทน เพื่อพยายามพลิกเกมที่ตามหลังอยู่ 0-1

กองหลังฝรั่งเศสไม่สามารถปิดบังอาการผิดหวังได้ และต้องให้ เจอร์เมน จีนาส เพื่อนร่วมทีมเข้ามาพาออกจากสนาม ก่อนจะเข้าไปนั่งชมเกมทางทีวี อย่างไรก็ตาม เขากลับออกมาฉลองชัยชนะอย่างรวดเร็วหลังจบเกม แต่ก็ต้องย้ายออกจากสเปอร์สไปซันเดอร์แลนด์อย่างรวดเร็วเช่นกันในช่วงซัมเมอร์ ก่อนจะได้ย้ายกลับมาไวต์ฮาร์ตเลนอีกครั้ง หลังรามอสออกไป และแฮร์รี เรดแนปป์ สนใจดึงตัวมาใช้ประโยชน์ และเพิ่งย้ายไปแบล็กเบิร์นเมื่อเดือนที่แล้ว
 
ร็อบบี คีน

ก่อนจะได้ไปสร้างความคุ้นเคยบนม้านั่งสำรองในทีมลิเวอร์พูล คีนไม่ค่อยพอใจนักเมื่อ ฮวนเด รามอส กุนซือ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ในตอนนั้นมักจะทำให้เขาเป็นแพะรับบาป ก่อนจะถึงจุดเดือดในเกมพบกับ เบอร์มิงแฮม หลังหมายเลขของเขาถูกชูขึ้นข้างสนาม

กองหน้าชาวไอร์แลนด์ขว้างปลอกแขนกัปตันทีมทิ้งและเดินเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากไปยังม้านั่งสำรอง นับเป็นครั้งแรกที่คีนซึ่งทำประตูในระดับสโมสรมากกว่า 100 ประตู แสดงความผิดหวังที่ไม่ได้เล่นครบ 90 นาที

แต่แล้วเขาก็ค้นพบว่าชีวิตไม่ได้ดีขึ้นมากนักที่แอนฟิลด์ ซึ่งเขาไม่ได้ลงเล่นอยู่บ่อย แต่ได้รับการชื่นชมมากกว่ากับทีมในลอนดอน ที่เขาย้ายกลับมาหลังเก็บกระเป๋าออกไปได้แค่ 6 เดือน ท่ามกลางการอ้าแขนต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนๆ
 
ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ

สำหรับนักเตะศิลปินคนนี้ อาจผิดแปลกแหวกแนวไปจากคนอื่นๆ แต่มีต้นตอไม่ต่างกัน

ในเกมสเปอร์สบุกไปพ่าย “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล 13 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เบอร์บาตอฟไม่พอใจที่ถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง จึงไม่ยอมลุกจากม้านั่งสำรองไปวอร์มเพื่อเตรียมตัวลงสนามตามคำสั่ง มาร์ติน โยล หลังถูกนิวคาสเซิลนำ 20 โดยโยลต้องตะโกนเรียกถึง 3 ครั้งกว่ากองหน้าทีมชาติบัลแกเรียจะยอมลุก

อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวดัตช์ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว แต่ยืนยันเบอร์บาตอฟไม่ใช่นักเตะที่สู้ด้วยเหตุผล แม้จะไม่ออกอาการเกรี้ยวกราด แต่ประท้วงเงียบแบบนี้ก็แรงไม่แพ้กัน หรืออาจหนักกว่า ซึ่งก่อนจะย้ายมาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เบอร์บาตอฟก็ใช้มุขปฏิเสธการลงสนามกับทีมสเปอร์สในยุคของ ฮวนเด รามอส เช่นกัน
 
แกรม เลอโซ

ในเดือนธ.ค. 1992 เลอโซโชว์ความพิโรธหลังจากถูกเปลี่ยนตัวออกโดยผู้จัดการทีมของเชลซีที่ชื่อ เอียน พอร์ตเตอร์ฟิลด์ ด้วยการถอดเสื้อและโยนทิ้งอีกราย จากนั้นก็ทำเหมือนม้านั่งสำรองเป็นสถานที่ไม่น่านั่งเอาซะเลย ท่ามกลางการจับจ้องของแฟนบอลสิงห์บลูด้วยความตื่นเต้น และแม้ว่าพอร์ตเตอร์ฟิลด์จะถูกไล่ออกในอีก 2 เดือนต่อมา เดฟ เวบบ์ กุนซือชั่วคราว ก็ไม่เอาเลอโซไว้ โดยขายให้กับ แบล็กเบิร์น ภายในไม่กี่สัปดาห์ด้วยราคา 7 แสนปอนด์ (ราว 39.2 ล้านบาท) แต่ 4 ปีถัดมาเขาย้ายกลับมาสแตมฟอร์ดบริดจ์ด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ (ราว 280 ล้านบาท)
 
เชส ฟาเบรกาส

กัปตันทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล จากเมืองกระทิง โกรธจัดหลังถูกเปลี่ยนตัวในเกมเจอกับทีมบอสเนียเฮอร์เซโกวีนา ในศึกเวิลด์คัพ รอบคัดเลือก ซึ่งทีมชาติสเปนคว้าชัย 10 ทั้งที่เพิ่งจ่ายบอลให้ ดาบิด บีญา ยิงประตูโทนของเกม

ฟาเบรกาสสะบัดแขนอย่างแรงบ่งบอกถึงความหงุดหงิดและยังระบายอารมณ์ใส่ บิเซนเต เดล บอสเก โค้ชทีมแชมป์ยุโรป และมิดฟิลด์วัย 21 ปีจะอธิบายการกระทำของเขา ด้วยการยืนยันว่า

“วันที่พวกเขาเปลี่ยนผมออก ผมไม่ได้โกรธ ผมจะเลิกเล่นฟุตบอล มันเป็นธรรมดาที่คุณจะคิดแบบนั้นเมื่อถูกเปลี่ยนตัวออก มันไม่ใช่การไม่เคารพผู้อื่น แต่ต้องการเป็นนักเตะที่ดีขึ้นทุกๆ วัน”
 
เธียร์รี อองรี

ดาวดังเลือดน้ำหอมของทีมบาร์เซโลนา ผิดหวังมากหลังถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมพบกับ บียาร์เรอัล เมื่อปีที่แล้ว ถึงขนาดล้มเลิกนัดเจอกันหลังจบเกมกับ โรแบร์ ปิแรส อดีตเพื่อนร่วมทีมอาร์เซนอล

หลังถูกเปลี่ยนตัวให้ โบยาน เกอร์กิช ลงมาแทนในครึ่งหลัง อองรีตึงตังออกจากสนามคัมป์นูกลับบ้านไปเลย โดยทิ้งให้ปิแรสรอพบเก้ออยู่คนเดียว

“อองรีโกรธมากเพราะเขาไม่ชินกับการถูกเปลี่ยนตัว ที่อาร์เซนอลเขาไม่เคยถูกเปลี่ยนตัว” ปิแรส กล่าว

เดิมทีทั้งคู่นัดคุยกันหลังจบเกม และคุยกันด้วยดีก่อนหน้านั้น แต่เมื่อปิแรสเข้าไปหาเพื่อนเก่าตามนัด กลับได้รับคำตอบว่าเขากลับบ้านไปแล้ว

“แต่เขายังทิ้งเสื้อไว้ให้ผมนะ” แม้โกรธจนควันออกหู แต่อย่างน้อยก็มีข้อดีที่ยังนึกถึงเพื่อน
 
โอบาเฟมี มาร์ตินส์

กองหน้าทีมชาติไนจีเรียเป็นอีกคนที่เดินเข้าอุโมงค์ไปด้วยอารมณ์เดือดดาล หลังถูกเปลี่ยนตัวออกในเกม นิวคาสเซิล พบกับ มิดเดิลสโบรช์ แต่ โจ คินเนียร์ เข้าใจและไม่ลงโทษใดๆ
“ผมไม่เคยปรับนักเตะที่แสดงความผิดหวังเมื่อถูกเปลี่ยนตัวออก เพราะผมต้องให้นักเตะทุกคนรู้สึกแบบนี้ และเข้าใจดีว่า โอบา รู้สึกอย่างไร” คินเนียร์ กล่าวไว้อย่างนั้น

นั่นไม่ใช่ครั้งเดียว แต่มาร์ตินส์ยังมีอาการโกรธแบบเดียวกันนี้ตอนถูกเปลี่ยนตัวออกที่เบอร์มิงแฮม ในเดือนมี.ค.ปีที่แล้ว ถึงขั้นเกือบร้องไห้เมื่อเห็นหมายเลขเสื้อของเขาถูกชูขึ้น

“ผมเสียใจทุกครั้งที่ถูกเปลี่ยนออก ผมไม่ต้องการออกไป เพราะอยากช่วยทีม ผมต้องการช่วยพวกเราคว้าชัยชนะ ผมรู้สึกว่าเราจะเป็นผู้ชนะและผิดหวังเมื่อตัวเองต้องออก มีน้ำตา
เล็กน้อยเพราะผมรู้สึกผิดหวังและเสียใจ ไม่มีใครอยากถูกเปลี่ยนออกหรอก ผมก็เหมือนกัน” มาร์ตินส์ ชี้แจง