1 รุม 2 ทางออกบอลไทย

วันที่ 23 ส.ค. 2556 เวลา 19:14 น.
1 รุม 2 ทางออกบอลไทย
โดย...มิวโกโตะ

ในที่สุดก็ได้ข้อสรุป (เปลาะแรก) จนได้ สำหรับมหากาพย์ศึกชิงประมุขลูกหนังไทยที่ยื้อกันไปมาเรื่องจุดยืน ล่าสุด "บิ๊กกร๊อง" วิรัช ชาญพานิชย์ ผู้นำฝ่ายค้าน และ "บังยี" วรวีร์ มะกูดี รักษาการบัลลังก์ ได้จูบปากและตกลงหารือร่วมกันได้อย่างลงตัว สรุปใช้จำนวน 72 เสียงในการโหวตเลือกนายกสมาคมฟุตบอลฯคนใหม่ แต่แก้ที่มาของดิวิชั่น 2 เป็นอันดับ 1-5 แทน (เลกแรก) ส่วนที่เหลือคงเดิม พร้อมกำหนดดีเดย์วันเลือกตั้งภายใน 45 นับจากนี้ แถมทั้งคู่ยังแสดงสปิริตอวยพรซึ่งกันและกัน หากใครได้เป็นนายกฯก็ตาม

จบง่ายจัง ???

คำถามนี้เกิดขึ้นในหัวผมทันที เพราะจากที่ได้ติดตามสถานการณ์แบบริงไซด์ ทั้ง 2 ฝ่ายดูจะมีจุดยืนเรื่องจำนวนเสียงต่างขั้วกันสุดโต่ง แต่บทจะยอมก็ง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเสียอีก ส่วนหนึ่งคาดว่าน่าจะมากจากตัวแปรสำคัญอย่างฟีฟ่า ที่กล่อมฝ่ายค้านอยู่หมัดเรื่องจำนวนเสียง และความสำคัญของธรรมนูญใหม่ หลังถกกันแบบเอ็กคลูซีฟนานเกือบ 4 ชั่วโมง ณ ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติหนองจอก เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน จนกลุ่มบิ๊กกร๊องขอพักหายใจ ก่อนจะตอบตกลงดื้อๆ โดยขอปรับรายละเอียดที่มาผู้มีสิทธิเล็กน้อย คล้ายกับยอมกัดฟันเสี่ยงเพื่อเดินหน้า

ขณะที่ฝั่ง บังยี ในฐานะแชมป์เก่าเจ้าของเข็มขัด ก็คงพร้อมแล้วสำหรับศึกชิงประมุขบอลหนังไทยครั้งนี้ หลังพยักหน้าตอบรับเงื่อนไขจากขั้วตรงข้ามแบบชิลๆ พร้อมให้สโมสรสมาชิกลงมติรับรองธรรมนูญแบบเต็มเวอร์ชั่นร่วมกัน ที่ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา

"ผมกับคุณวิรัชได้ตกลงกันแล้วว่าจากนี้ไม่ว่าใครได้เป็นนายกฯคนใหม่ก็ตาม อีกฝ่ายก็ยินดีที่จะช่วยเหลือ จากนี้ทางสมาคมฯจะเร่งนำร่างข้อบังคับฉบับใหม่นี้ไปจดทะเบียนให้เร็วที่สุดเพื่อให้ทันภายใน 45 วัน ส่วนที่อาจเลยกำหนดที่ทางฟีฟาให้มาคือวันที่ 30 ก.ย.นี้นั้น ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาเพราะทุกฝ่ายเห็นพ้องตรงกันและฟีฟาก็เตรียมที่จะประชุมในวันที่ 2 ก.ย. จึงอาจมาสิทธิ์ที่จะเลื่อนกำหนดการใช้ออกไปก่อนได้" วรวีร์ กล่าว

พร้อมกันนี้ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ตกลงที่จะตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง จำนวน 5 คน เข้ามาดูแลการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์นี้ โดยจะให้ทางฝั่ง บิ๊กกร๊อง เลือกประธาน 1 คน และกรรมการอีก 2 คน ส่วนทางฝั่งสมาคมฯจะเลือกกรรมการ อีก 2 คน อีกทั้งจัดตั้งคณะกรรมการอุทธรณ์ 3 คน โดยทางฝั่งสมาคมฯจะเลือกประธานและกรรมการ อย่างละ 1 คน ส่วนกรรมการอีก 1 คนให้สิทธิอีกฝ่ายเลือก

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ วรวีร์ เออออห่อหมกไปซะทุกเรื่อง คงมาจากความมั่นใจเต็มเปี่ยมเมื่อได้ชกรุ่นที่ตัวเองถนัด (72เสียง) แม้จะมีรายชื่อทีมแปลกๆเข้ามาแซมบ้าง แต่ก็ยังไหวอยู่

ด้านฝ่ายค้าน เมื่อยอมลงเอยด้วยข้อสรุปเช่นนี้ ก็แสดงว่าแอบมั่นใจลึกๆหรืออาจซ่อนไม้ตายอะไรไว้ แต่ต้องอย่าลืมด้วยว่า บุคคลที่ร่วมหัวจมท้ายกับบิ๊กกร๊องต่อสู้ทุกประเด็นอย่าง พินิจ งามพริ้ง ประธานชมรมเชียร์ไทย ต่างก็ลงสมัครนายกลูกหนังครั้งนี้ด้วย งานนี้ฝ่ายค้านต้องระวังคำว่าดาบสองคมให้ดี เพราะเมื่อกำหนดวันเข้าคูหาแล้ว จากพันธมิตรจะกลายเป็นศัตรูทันที ยิ่งกระแส2ขั้วสูสีเพียงใด การต้องมาตัดเสียงกันเอง อาจเป็นจุดอ่อนจนกลายเป็น 1 รุม 2 ก็เป็นได้

ในฐานะแฟนบอลคนหนึ่ง ขอใครก็ได้ที่รักฟุตบอลไทยจริงๆก็พอแว้วววว !!!