นักกรีฑาไทยยุคผลัดใบสู้ศึก"ซีเกมส์"

วันที่ 14 พ.ค. 2556 เวลา 20:03 น.
นักกรีฑาไทยยุคผลัดใบสู้ศึก"ซีเกมส์"
โดย...วารุณี อินวันนา

การแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 27 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11 ธ.ค.2556 ที่เมืองเนปีดอ เมืองหลวงแห่งใหม่ของประเทศพม่า เป็นอีกครั้งหนึ่งที่สมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ประกาศว่าจะต้องรักษาจ้าวเหรียญทองกรีฑาปีที่ 8 ไว้ให้ได้

งานนี้ พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมลคล อุปนายกและเลขาธิการสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ได้ขอร้องนักกรีฑาทีมชาติไทยทุกคนรวมถึงโค้ชรวม 105 ชีวิต ให้สู้เต็มที่ แม้ว่าซีเกมส์อาจจะไม่ยิ่งใหญ่เท่าโอลิมปิก หรือ เอเชียนเกมส์ แต่เป็นเกมส์แห่งศักดิ์ศรี เพราะไทยเป็นประเทศที่ใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งครองอันดับ 1 ที่คว้าเหรียญทองกรีฑามากที่สุด 6-7 ปีแล้ว โดยปี 2555 ที่ผ่านมาคว้ามาได้ 14 เหรียญทอง

“เรามีความตั้งใจแน่วแน่ว่า จะครองความเป็นเจ้ากรีฑา เป็นปีที่ 8 ไว้ให้ได้ และปีนี้สมาคมกรีฑา ถือเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ผลัดใบ เพราะมีนักกรีฑารุ่นใหม่เกิน 50% จากอดีตที่ผ่านมามีประมาณ 30% อาจเป็นปีที่หนักในการไปต่อกรกับประเทศอื่นๆ”พล.ต.ต.สุรพงษ์ กล่าว

ขณะนี้ นักกรีฑาไทยกำลังเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างหนัก ที่สมาคมกรีฑาฯมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และที่อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ โดยได้เชิญโค้ชจากประเทศเคนย่า มาทำการฝึกซ้อมนักกรีฑาประเภทลู่ และ ได้โค้ชจากประเทศรัสเซีย และ จีน มาทำการฝึกซ้อมนักกรีฑาประเภทลาน เช่น พุ่งแหลน และ ขว้างจักร

สำหรับ กลยุทธ์การที่จะรักษาแชมป์นักกรีฑาซีเกมส์ จะพยายามรักษาเหรียญทองประเภทที่เคยได้มาแล้ว 14 เหรียญไว้ให้ได้ และพยายามคว้าเหรียญทองที่พลาดไปเมื่อปีที่แล้ว รวมทั้งมองหาเหรียญทองในประเภทใหม่ๆ เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุรพงษ์ วิเคราะห์ว่า คู่แข่งที่น่ากลัวของนักกรีฑาไทย คือ ประเทศเวียดนาม และ อินโดนีเซีย แต่ในปีนี้จะมีคู่แข่งรายใหม่เพิ่มขึ้นคือ พม่า เพราะรัฐบาลได้ลงมาให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ รวมถึงสิงคโปร์ ที่หันมามุ่งสนับสนุนกรีฑาประเภทเฉพาะเจาะจงอย่างจริงจัง

พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมกรีฑาฯ เป็นสมาคมที่ได้รับการสนับสนุนจากภายนอกอย่างมาก จนทำให้มีฐานะการเงินเป็นปึกแผ่น ซึ่งอาจจะมากกว่าสมาคมกีฬาประเภทอื่นๆ ทั้งอาหาร อุปกรณ์กีฬา การเงิน ทำให้สมาคมฯสามารถบริหารจัดการและเดินไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง โดยต้องการที่จะให้ไทยเป็นเจ้าเหรียญทองของกรีฑาเป็นปีที่ 8 ในซีเกมส์ครั้งที่ 27 นี้ ซึ่งล่าสุดบริษัทกรุงเทพประกันชีวิต ได้ให้ความคุ้มครองชีวิต ทุพลภาพจากอุบัติเหตุ วงเงิน 1 ล้านบาทต่อคน รวม 105 ล้านบาท และคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุครั้งละ 5 หมื่นบาท จะทำให้นักกรีฑาไทยมีกำลังใจมากขึ้น