พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

< หน้าหลัก

พระราชกรณียกิจ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์มาโดยตลอด เพื่อแบ่งเบาพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทั้งในการพระราชพิธีสำคัญเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรไทย และพระราชพิธีทางศาสนาต่าง ๆ นอกจากนี้ได้โดยเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปแปรพระราชฐานประทับแรมตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย โดยทรงติดตามความก้าวหน้าด้านการชลประทาน การสร้างเขื่อนต่าง ๆ และพระราชทานแนวพระราชดำริให้กรมชลประทานแก้ปัญหาตามที่ชาวบ้านกราบทูล ส่งผลให้ราษฎรมีน้ำใช้ในการเกษตรอย่างอุดมสมบูรณ์และช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน


ด้านการแพทย์และสาธารณสุข

ทรงตระหนักถึงสุขภาพพลานามัยอันดีของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างสรรค์ทรัพยากรบุคคล จึงทรงสนพระราชหฤทัยในการประกอบพระราชกณียกิจ เช่น เมื่อรัฐบาลได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชขึ้น 21 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้การรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยในถิ่นทุรกันดาร โดยที่พระองค์ทรงเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช

ด้านการศึกษา

ทรงรับโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ๖ โรงเรียน ไว้ในพระราชูปถัมภ์ และพระราชทานวัสดุอุปกรณ์การศึกษาอันทันสมัยต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์แก่นักเรียน รวมทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมโรงเรียน ทรงติดตามผลการศึกษา และโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระราชธิดาทั้งสองพระองค์ ทรงร่วมกิจกรรมของโรงเรียนต่าง ๆ เสมอ ขณะที่ในการศึกษาระดับอุดมศึกษา พระองค์ได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

ด้านสังคมสงเคราะห์

ทรงมีความห่วงใยต่อประชาชนผู้ด้อยโอกาส โดยได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานคร หลายแห่ง และทรงพระกรุณาพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องกีฬา เครื่องดับเพลิง โปรดเกล้าฯ ให้กรมทหารในบังคับบัญชาของพระองค์ ร่วมกับประชาชนพัฒนาสิ่งแวดล้อม ทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์สนับสนุนโครงการของชุมชน เช่น โครงการพัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลน และโครงการปราบปรามยาเสพติดในหมู่เยาวชนชุมชนแออัดคลองเตย เป็นต้น

ด้านการต่างประเทศ

ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในการเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ โดยเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปทรงเยือนมิตรประเทศทั่วทุกทวีปอย่างเป็นทางการเป็นประจำทุกปี ปีละหลายครั้ง ซึ่งในการเสด็จพระราชดำเนินไปทุกครั้ง ทรงเตรียมพระองค์ด้วยการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประเทศที่จะทรงเสด็จฯ ไปทรงเยือน และระหว่างประทับอยู่ในประเทศนั้น ๆ ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการทอดพระเนตรและทรงศึกษากิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถนำมาเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบ้านเมืองไทยด้วย

ด้านการเกษตรกรรม

ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อส่งเสริมด้านการเกษตรกรรมอันเป็นอาชีพหลัก ของปวงชนชาวไทยตลอดมา เช่น เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการพระราชพิธีพืชมงคล ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นประจำ เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๙ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในการทำนาสาธิตโดยใช้ปุ๋ยหมัก ณ ต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ในการนี้ ได้ทรงปฏิบัติการสาธิตการทำนาด้วยพระองค์เอง เมื่อพระราชทานอุปกรณ์ การทำนา พันธ์ข้าวปลูก และปุ๋ยหมักให้ข้าราชการ ผู้ใหญ่ไปดำเนินการสาธิตแล้ว ได้ทรงถอดฉลองพระบาท ถลกพระสนับเพลา ทรงพระดำเนินลุยโคลน หว่านพันธ์ข้าวปลูกและปุ๋ยหมักในแปลงนาสาธิต โดยมิได้มีกำหนดการไว้ก่อน ยังความชื่นชมโสมนัสปลาบปลื้มปิติและซาบซึ้งในพระราชจริยวัตรแก่บรรดาข้า ราชการและประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาทในพิธีการวันนั้นเป็นอย่างยิ่ง

ต่อมาในปี ๒๕๔๙ ได้พระราชทาน ที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่สวนบ้านกองแห หมู่ที่ 4 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จำนวน ๑,๓๕๐ ไร่ ให้กับกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงบน พื้นที่สูงให้แก่เกษตรกรอย่างครบวงจรประจำภาคเหนือ ภายใต้ชื่อโครงการเกษตรวิชญา อันเป็นการสานต่อพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ด้านเศรษฐกิจพอเพียง

ด้านการพระศาสนา

ทรงเสด็จฯ แทนพระองค์ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางศาสนาเป็นประจำสม่ำเสมอ เช่น ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตามฤดูกาล รวมถึงการเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานถ้วยรางวัล การทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านระดับประเทศ รวมถึงพระองค์ยังเสด็จฯเปิดงานเมาลิดกลางของศาสนาอิสลามเป็นประจำเกือบทุกปี อีกทั้งยังร่วมกิจกรรมส่งเสริมคริสต์ศาสนา ศาสนาพราหมณ์ฮินดู และศาสนาซิกซ์ เป็นต้น 

ด้านการกีฬา

ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทั้งในผู้แทนพระองค์และในส่วนของพระองค์เอง เช่น พระราชทานไฟพระฤกษ์กีฬาเยาวชนแห่งชาติ พระราชทานพระราชวโรกาสให้นักกีฬาไทยเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทานรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม

ด้านการทหาร

ทรงสนพระราชหฤทัยในวิทยาการด้านการทหารมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ นอกจากทรงรับการศึกษาด้านการทหารจากประเทศออสเตรเลียแล้ว ยังทรงพระวิริยะอุตสาหะเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในด้านวิทยาการการบิน ทรงรับราชการทหารมาโดยตลอดตั้งแต่วันที่ ๙ ม.ค.๒๕๑๘ และทรงดำรงพระยศทางทหารของ ๓ เหล่าทัพ คือ พล.อ. พล.ร.อ. พล.อ.อ. โดยทรงเข้าร่วมปฏิบัติการรบในการต่อต้านการก่อการร้ายในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งการคุ้มกันพื้นที่ในบริเวณรอบค่ายผู้อพยพชาวกัมพูชา ที่เขาล้าน จ.ตราด อีกทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีการด้านทหาร อาทิ งานวันราชวัลลภ

พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว”

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงานฤดูหนาวแบบย้อนยุค เพื่อสะท้อนความงดงามของประเพณี วัฒนธรรม และศิลปะแบบไทย ๆในชื่องาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์๒๕๖๑ ในปีต่อมาพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงานครั้งที่ ๒ ภายใต้ชื่องาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ระหว่างวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๔๖๑ ถึงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๑ ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า อีกทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินมาร่วมงานด้วยพระองค์เอง

โปรดเกล้าฯ จัดพิธีสวดมนต์มหามงคล

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดสวดมนต์ในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ สนามเสือป่า ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระชัย (หลังช้าง) มาประดิษฐานเป็นพระประธานในพิธี โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกเป็นประธานฝายสงฆ์และพระสงฆ์จำนวน 239 รูป นำสวดเจริญพระพุทธมนต์


พร้อมให้จัดพิมพ์หนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์พระราชทานแก่ผู้มาร่วมพิธีทรงออกแบบภาพปกและพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณให้เชิญอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ภาพวาดฝีพระหัตถ์ เป็นภาพประเพณีสงกรานต์ต่าง ๆ เช่น การสรงน้ำพระการก่อพระเจดีย์ทราย การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ และภายในเล่มลงพิมพ์พระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงตั้งพระราชปณิธานในอันที่จะทรงทำนุบำรุงประเทศชาติและประชาชนให้ร่มเย็นเป็นสุข

โปรดเกล้าฯ จัดงานมหาสงกรานต์ ตำนานไทย

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดงานเถลิงศกสุขสันต์ มหาสงกรานต์ ตำนานไทย เพื่อร่วมกันปลูกฝังความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณและอดีตพระมหาราช ส่งเสริม สืบสานศิลปวัฒนธรรม และประเพณีอันดีงามของชาติ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เชิญพระพุทธกำเนิดกาสาวพัตร์ พระพุทธรูปสำคัญที่หล่อขึ้นเมื่อครั้งทรงผนวช วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ มาประดิษฐานให้ประชาชนได้สักการะและสรงน้ำเพื่อเป็นสิริมงคล และได้จัดสถานที่ให้ประชาชนรดน้ำ ขอพรผู้ใหญ่ในครอบครัว ชมนิทรรศการความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์ การแข่งขันก่อพระเจดีย์ทราย ชิงโล่พระราชทาน การแสดงทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ตลอดจนการออกร้านจำหน่ายอาหาร และขนมไทย ร้านจิตอาสา 904 จำหน่ายกระเป๋าและเสื้อจิตอาสา ร้านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้งร่วมบันทึกภาพสามมิติประเพณีสงกรานต์ นิทรรศการนางสงกรานต์ และสวนดอกไม้ไทย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมประกวดก่อพระเจดีย์ทรายชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

โปรดเกล้าฯอัญเชิญพระบรมราโชวาท ร.๙ เตือนสติคนไทย “ส่งเสริมคนดีปกครองบ้านเมือง”

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เลขาธิการพระราชวังอัญเชิญพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานไว้ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๖ ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี วันพฤหัสบดี ที่ ๑๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๒ ความตอนหนึ่งว่า

"ขอให้ทราบถึงสิ่งสําคัญในการปกครองไว้ว่า ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทําให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทําให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทําให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอํานาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"

ทั้งนี้ ทรงมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนในชาติ ตลอดจนข้าราชการทุกหมู่เหล่า ทั้งข้าราชการพลเรือน ทหาร และตํารวจ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความมั่นคงของประเทศชาติและบำบัดทุกข์ บํารุงสุขให้กับประชาชน ได้ทบทวนและตระหนักถึงพระบรมราโชวาทที่ได้พระราชทานไว้ ด้วยทรงมีความห่วงใยในความมั่นคงของประเทศชาติ ความรู้สึกและความสุขของประชาชน จึงได้พระราชทาน เพื่อเป็นขวัญกําลังใจ และเป็นการเตือนสติ ให้น้อมนํามาเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความสมัครสมานสามัคคี ความมั่นคงของชาติบ้านเมือง และความสุขของประชาชน เป็นการรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงรักและทรงห่วงใยในชาติบ้านเมือง และประชาชนมาโดยตลอด

โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้

ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ก็อยู่ในพระเนตรพระกรรณ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ลงพื้นที่ไป เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ และติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ตลอดเวลา ล่าสุดในวันที่ ๒๑ ม.ค.๒๕๖๒ โปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เยี่ยมประชาชนที่วัดศรีสาคร อา.ศรีสาคร จ.นราธิวาส

พร้อมทั้ง ได้มอบสิ่งของพระราชทานให้กับเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ พร้อมร่วมพูดคุยเพื่อให้กำลังใจและสอบถามถึงปัญหา ตลอดจนรับข้อเสนอแนะของประชาชนในพื้นที่เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ เป็นไปตามความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะงานด้านความมั่นคงและการพัฒนา

 อีกทั้งรับสั่งให้ข้าราชการในพระองค์ ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และถวายรายงาน เมื่อความทราบถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสียพระทัยทุกครั้งที่มีการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน หรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งอัญเชิญกระแสพระราชรับสั่งให้กำลังใจประชาชน เจ้าหน้าที่และครอบครัว ซึ่งสิ่งของพระราชทานเป็นสิ่งแทนน้ำพระราชหฤทัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่อัญเชิญมา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณให้ดูแลยังชีพในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่น้ำพระทัยนั้นมีมาทุกวัน

กิจกรรม BIKE FOR MOM

กิจกรรม BIKE FOR MOM "ปั่นเพื่อแม่" จัดขึ้นในวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่จะถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย เมื่อประชาชนทั่วประเทศหลายแสนคนจะออกมาปั่นจักรยานกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๓ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จะทรงจักรยานนำข้าราชการและประชาชน

นอกจากนั้น พระองค์ได้พระราชทานสิ่งของจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นเสื้อยืดสีฟ้าสำหรับขี่จักรยาน จำนวน ๙๐,๐๐๐ ตัว เข็มกลัดพระราชทาน จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ อัน น้ำดื่มพระราชทาน รวมทั้งมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานชุดช่างจักรยาน หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภ รักษาพระองค์ ตรวจสภาพจักรยานฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พสกนิกรผู้เข้าร่วมกิจกรรม 

ทรงนำพสกนิกรปั่นเพื่อพ่อ "BIKE FOR DAD"

วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้อีกวันหนึ่ง เป็นวันรวมพลังและรวมใจเป็นหนึ่งเดียวของพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ และทั่วโลก ได้แสดงความกตัญญูและความจงรักภักดี ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ผ่านกิจกรรม “ปั่นเพื่อพ่อ BIKE FOR DAD” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ โดย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงนำขบวนพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทั้งคณะรัฐบาล, ข้าราชการ, นักธุรกิจ, ทูตานุทูต รวมทั้งตัวแทนองค์กรต่างๆ, ตัวแทนผู้พิการและประชาชนทั่วไป จำนวน ๙๙,๙๙๙ คน ปั่นจักรยานแสดงความจงรัก และภักดี ตามเส้นทางเกาะกรุงรัตนโกสินทร์

Share to

© บริษัท บางกอก โพสต์ จำกัด (มหาชน) 2003-2019