พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

< ประวัติศาสตร์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
รัชกาลที่ ๙

รายละเอียดเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สามารถศึกษารายละเอียดได้จากบทความเรื่อง "พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสองรัชกาล" โดยชลลดา หงส์งาม สำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๔๙๓ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตั้งโต๊ะ ๘ ตัว เพื่อจารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกร จารึกพระนามสมเด็จพระสังฆราช จารึกพระสุพรรณบัฏพระนามพระบรมวงศานุวงศ์ที่จะได้รับสถาปนาเลื่อนพระยศ  เมื่อได้ฤกษ์และองค์ประธานจุดเทียนชัย โหรลั่นฆ้องชัย พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พราหมณ์เป่าสังข์ พนักงานแกว่งบัณเฑาะว์ ประโคมดนตรี ตลอดเวลาที่จารึก เมื่อจารึกพระปรมาภิไธย ดวงพระบรมราชสมภพ พระราชลัญจกร เสร็จแล้ว พระราชครูวามเทพมุนีหลั่งน้ำสังข์ที่พระสุพรรณบัฏแล้วพราหมณ์เบิกแว่นเทียนสมโภช ๓ รอบเป็นอันเสร็จพิธี และเตรียมแห่เข้ามณฑลพระราชพิธีในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ

วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๔๙๓ ถวายราชสักการะพระบรมอัฐิและพระอัฐิของสมเด็จพระบรมราชบุรพการีในหอพระธาตุมณเฑียร พระที่นั่งไพศาลทักษิณ เพื่อให้เกิดสวัสดิมงคลและเป็นการขอพระบรมราชานุญาต ที่จะเสด็จเข้าพิธีบรมราชาภิเษก วันเริ่มพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ พิธีแห่ดวงจากวัดพระศรีรัตนศาสดารามไปประดิษฐานในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีมายังพระบรมมหาราชวัง เสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระทวารเทเวศรักษา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยทรงเป็นประธานในพิธีประกาศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเจริญพระพุทธมนต์

วันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ เป็นวันประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับการสรงมูรธาภิเษกแล้วทรงเครื่องต้นเสด็จออกประทับเหนือพระที่นั่งอัฐทิศภายใต้สตปฎลเศวตฉัตร (ฉัตร ๗ ชั้น) สมาชิกรัฐสภาถวายน้ำอภิเษก (เดิมราชบัณฑิตเป็นผู้ถวายน้ำอภิเษก) และพราหมณ์พิธีถวายน้ำเทพมนต์เวียนไปครบ ๘ ทิศ ประธานวุฒิสภาถวายพระพรเป็นภาษามคธ และประธานสภาผู้แทนราษฎรถวายพระพรเป็นภาษาไทย พระราชครูวามเทพมุนีถวายนพปฎลมหาเศวตฉัตร (ฉัตร ๙ ชั้น) แล้วเสด็จพระราชดำเนินสู่พระที่นั่งภัทรบิฐ พราหมณ์ร่ายเวทย์เปิดศิวาลัยไกลาสทูลเกล้าฯ ถวายพระสุพรรณบัฏ เครื่องราชกกุธภัณฑ์เครื่องราชูปโภคและพระแสงอัษฎาวุธด้วยภาษามคธ

ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการแก่พสกนิกรว่า  “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ณ วันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมหาสมาคม ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ให้คณะรัฐมนตรี คณะทูตสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทน และข้าราชการเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อกราบทูลถวายพระพรชัยมงคล โดยมีจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีกราบทูลในนามคณะรัฐมนตรีและข้าราชการทั่วพระราชอาณาจักร และพระยาศรีธรรมาธิเบศ ประธานรัฐสภา กราบทูลในนามประชาชนชาวไทย แล้วทรงมีพระบรมราชโองการตรัสตอบขอบใจ แล้วเสด็จขึ้น 

ในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้หลวงอักษรการอาลักษณ์อ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระราชินีให้ทรงดำรงฐานันดาศักดิ์เป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินี

เย็นวันที่ ๕ พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามเพื่อทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะและถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงินบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงจุดธูปเทียนถวายนมัสการพระรัตนตรัยสมเด็จพระสังฆราชถวายศีล พระองค์ทรงสมาทานศีลและมีพระราชดำรัสประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก ท่ามกลางพระสงฆ์ ๘๐ รูป มีสมเด็จพระสังฆราชเป็นประธาน

วันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๔๙๓ มีพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จประทับแรมในพระบรมมหาราชวัง รุ่งเช้าจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ

วันที่ ๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ เสด็จออกท้องพระโรงกลาง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท คณะทูตานุทูตและกงสุลเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายชัยมงคล จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินมายังพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท คณะบุคคลและสมาคมต่างๆเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายชัยมงคล จากนั้นเสด็จออกสีหบัญชรพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาทให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

วันที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพิธีสถาปนาฐานันดรศักดิ์พระราชวงศ์สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระธรรมเทศนาเทวตาทิสนกถา ทศพิธราชธรรมและจักรวรรดิวัตร รวมหนึ่งกัณฑ์ การพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๔๙๓ จึงเป็นอันสิ้นสุด

การเสด็จเลียบพระนครเป็นการไม่สะดวกในขณะนั้นจึงได้ยกมากระทำการเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราสถลมารค ในพระราชพิธีมหามงคลเนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษาครบ ๓ รอบพระนักษัตรเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖ โดยกระบวนพยุหยาตราสถลมารคเพื่อทรงนมัสการพระพุทธรูปสำคัญ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร

ที่มา : บทความเรื่อง "พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสองรัชกาล" โดยชลลดา หงส์งาม สำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

Share to

© บริษัท บางกอก โพสต์ จำกัด (มหาชน) 2003-2019