พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

< ประวัติศาสตร์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
รัชกาลที่ ๗

รายละเอียดเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สามารถศึกษารายละเอียดได้จากบทความเรื่อง "พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสองรัชกาล" โดยชลลดา หงส์งาม สำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เริ่มด้วยพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๘ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม 

ครั้นถึง วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๘ เวลาใกล้พระฤกษ์ สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องเต็มยศ เสด็จขึ้นประทับ ณ หอพระสุราลัยพิมาน ทรงพระภูษาขาว สะพักขาวขลิบทองนพคุณโหรบูชาพระฤกษ์พระราชครูวามเทพมุนี เจ้ากรมพราหมณ์พิธี กราบบังคมทูลเชิญเสด็จสรงน้ำมูรธาภิเษก ที่พระมณฑปพระกระยาสนานทรงขึ้นประทับตั่งไม้อุทุมพรพันผ้าขาว ทรงเหยียบ ใบตะขบ ผันพระพักตร์สู่ทิศอีสาน ทรงรับพระเครื่องกระยาสนานและสหัสธารา พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ ถวายน้ำพระพุทธมนต์ที่พระอังสาและพระหัตถ์ พระบรมวงศ์ผู้ใหญ่และพราหมณ์ถวายน้ าจากพระเต้าต่างๆ พราหมณ์ถวาย น้ำพระมหาสังข์และพระครอบเสร็จพิธีแล้ว เสด็จสู่หอพระสุราลัยพิมาน ราชบัณฑิตถวายน้ าอภิเษก พระครูวามเทพมุนีร่าย เวทย์สรรเสริญไกลาส ทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์เครื่องบรมราชาภิเษก และเครื่องประดับอิสริยยศ

ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการแก่พสกนิกรว่า “ดูกรพราหมณ์ บัดนี้เราทรงราชภาระ ครองแผ่นดินโดยธรรมสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและสุขแห่งมหาชน เราแผ่ราชอาณาเหนือท่านทั้งหลายกับโภคสมบัติ เป็นที่พึ่งจัดการปกครองรักษาป้องกันอันเป็นธรรมสืบไป ท่านทั้งหลายจงวางใจอยู่ตามสบาย เทอญ” 

ในการพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตาลทองคำให้พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า ผู้แทนพระราชาธิบดีและประธานาธิบดี คณะทูตานุทูต ข้าราชการ เฝ้าฯ ตามตำแหน่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชกราบบังคมทูลแสดงความจงรักภักดีและถวายพระพรในนามพระบรมวงศ์ เสนาบดี ข้าราชบริพาร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ มีพระบรมราชโองการขอบใจ

จากนั้นมีพิธีประกาศสถาปนาสมเด็จพระบรมราชินี ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมุรธาธร อ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาหม่อมเจ้ารำไพพรรณี ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี จบแล้วทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์ ทรงเจิม

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จโดยขบวนพยุหยาตราเป็นพระฤกษ์คราวแรก สู่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และทรงประกาศพระองค์เป็นพระพุทธศาสนูปถัมภก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินถึงพระราชมณเฑียร ทรงจุดธูปเทียน นมัสการ แล้วเสด็จขึ้นพระแท่นบรรทม พระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ฝ่ายในถวายพระพรชัยมงคล มีประโคมสังข์แตรเครื่องดุริยดนตรี เสร็จแล้วประทับในพระมหามณเฑียร เพื่อเฉลิมพระราชมณเฑียร

วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๘ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีเสด็จออกมุขพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทให้เอกอัครราชทูตนานาประเทศเข้าเฝ้า จากนั้นเสด็จออกพระที่นั่งไพศาลทักษิณให้พระบรมวงศานุวงศข้าราชการฝ่ายในเข้าเฝ้า สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานสวดชยันโตและถวายพระ ธรรมเทศนา

วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๘ เสด็จออกมุขพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระยาเพ็ชรดาสมุหพระนครบาล กราบบังคมทูลพระกรุณาทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้ รูปเทียนแทนประชาราษฎร มีพระราชด ารัสตอบแล้ว เสด็จขึ้นสมเด็จพระสังฆราชถวายพระธรรมเทศนา รวมหนึ่งกัณฑ์เป็นอันสิ้นสุดพิธีพระบรมราชาภิเษก

หลังประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มีหมายกำหนด การเสด็จเลียบพระนคร ด้วยกระบวนพยุหยาตราสถลมารคและชลมารค ๒ วัน คือ วันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๖๘ เสด็จพระราชด าเนินด้วยขบวนพยุหยาตราเลียบพระนครโดยสถลมารคตามราชประเพณีเพื่อทรงนมัสการปูชนียวัตถุในวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

วันที่ ๓ มีนาคม ๒๔๖๘ เสด็จพระราชด าเนินด้วยขบวนพยุหยาตราเลียบพระนครโดยชลมารคตามราชประเพณี เพื่อทรงนมัสการปูชนียวัตถุ ณ วัดอรุณราชวราราม แล้วเป็นอันเสร็จงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลที่ ๗

ที่มา : บทความเรื่อง "พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสองรัชกาล" โดย ชลลดา หงส์งาม สำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

Share to

© บริษัท บางกอก โพสต์ จำกัด (มหาชน) 2003-2019