พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

< ประวัติศาสตร์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
รัชกาลที่ ๖

สำหรับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทำการอธิบายได้อย่างละเอียด

การประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีขึ้นในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๓ และได้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชอีกครั้งใน พ.ศ. ๒๔๕๔

เริ่มจากการจารึกพระสุพรรณบัฏ ในวันที่ ๔ พฤศจิกายน เมื่อได้พระฤกษ์ หลวงโลกทีปลั่นฆ้องชัยให้สัญญาณเจ้าหน้าที่ทั้งสามเริ่มจารึก พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา พราหมณ์เป่าสังข์เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์ พิณพาทย์ตลอดเวลาจนจารึกเสร็จจากนั้นหลวงเทพมุนี หลวงเทพาจารย์ ถวายน้ำสังข์ หลวงโลกทีป หลวงญาณเวท เจิมจุณ พราหมณ์ม้วนพระสุพรรณบัฏห่อแพรแดงพันด้วยไหมเบญจพรรณ บรรจุกล่องทองคำจำหลักลงยาราชาวดี อัญเชิญลงในถุงตาดระกำ โหรม้วนดวงพระชนมพรรษาพันห่อบรรจุกล่องและเก็บในถุงตาด เชิญลงรวมในหีบถมยาตะทอง ถุงตาดระกำด้านนอกประจำตรา เชิญประดิษฐานบนพานทองสองชั้นสำรับใหญ่คลุมด้วยผ้าตาดปักเลื่อม เชิญขึ้นตั้งบนโต๊ะทองหน้าธรรมาสน์ศิลา จากนั้นเวียนเทียนสมโภชและยังประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถจนถึงวันประกอบพระราชพิธี

สวดพระพุทธมนต์ในวันที่ ๘, ๙, ๑๐ พฤศจิกายน จุดเทียนพระมหามงคลและเทียนเท่าพระองค์ทุกวันอย่างละคู่ และตั้งเครื่องนมัสการพานทองใหญ่

วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๓ เมื่อใกล้พระฤกษ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกจากพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทโดยกระบวนพระราชยานไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดเทียนนมัสการพระสัมพุทธพรรณี แล้วเสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระราชาคณะ๑ ผู้ที่จะได้ถวายน้ำพระพุทธมนต์ขึ้นนั่งอาสนะที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณมีพระสงฆ์เข้าไปฉันในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานหลังตะวันตกและที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย และโหรพราหมณ์และผู้นำเสด็จในการสรงมูรธาภิเษกอยู่ชานพักด้านตะวันออก ส่วนเจ้าพนักงานพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และพราหมณ์๒ ผู้ถวายน้ำสังข์น้ำครอบอยู่ชานพักตะวันตก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศีลแล้ว เสด็จขึ้นประทับหอพระสุราลัยพิมาน ผลัดพระภูษา ทรงเศวตพัสตร์และทรงสะพักขาวขอบขลิบทองคำ เมื่อได้พระฤกษ์พระราชครูพิธีกราบทูลอัญเชิญเสด็จสู่พระมณฑปพระกระยาสนาน เมื่อสรงมูรธาภิเษกเสร็จแล้ว เสด็จขึ้นทรงเครื่อง ณ หอพระสุลาลัยพิมานโดยมีกระบวนราชบัณฑิตและพราหมณ์นำเสด็จ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องตามสีพิชัยสงครามแล้วเสด็จออก ประทับพระที่นั่งอัฐทิศผันพระพักตร์สู่ทิศตะวันออกพระยาราชโกษาทูลเกล้าฯ ถวายพระเต้าเบญจครรภเพื่อทรงรับน้ำอภิเษกจากพราหมณ์และราชบัณฑิตที่ประจำอยู่ตามทิศต่างๆ ทรงจิบและลูบพระพักตร์เวียนไปโดยทักขิณาวัฏ แล้วเสด็จไปประทับพระที่นั่งภัทรบิฐ จากนั้นถวายน้ำพระมหาสังข์และพระครอบ

ครั้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับพระที่นั่งภัทรบิฐผันพระพักตร์ไปยังทิศตะวันออก (บูรพา) สุดเสียงสังข์แล้วหลวงราชมุนี (ที่พระราชครู) อ่านเวทสรรเสริญไกลาสแล้วกราบบังคัมทูลเฉลิมพระปรมาภิไธย ถวายเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์และเครื่องประดับพระราชอิสริยยศด้วยภาษามคธ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสรับด้วยภาษามคธ แล้วพระราชครูกราบทูลเป็นภาษาไทยอีก ทรงรับด้วยภาษาไทย

แล้วพราหมณ์เป่าสังข์ โหรลั่นฆ้องชัย กราบแสงในขับไม้บัณเฑาะว์ เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์ มโหระทึก เครื่องดุริยดนตรี แล้วเจ้าพนักงานผู้เชิญเครื่องตามเสด็จเชิญเครื่องเข้าไปส่งให้พระราชครูนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทีละคนตามลำดับ ตั้งแต่พระสุพรรณบัฏ พระสังวาลพราหมณ์ธุรำ พระสังวาลนพรัตนราชวราภรณ์ พระมหาพิชัยมงกุฎ เรื่อยมาจนถึงพระแสงปืนคาบชุดข้ามแม่น้ำสะโตง เมื่อหยุดประโคม พระสิทธิไชยบดี กราบทูลถวาย พระนพปฎลมหาเศวตฉัตรด้วยภาษามคธตรัสรับด้วยภาษามคธ แล้วกราบทูลด้วยคำภาษาไทยทรงรับด้วยภาษาไทย แล้วพระสิทธิไชยบดีเชิญพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรขึ้นถวาย ๒  พราหมณ์เป่าสังข์ โหรลั่นฆ้องชัย เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์ ไกวบัณเฑาะว์ มโหระทึก เครื่องดุริยดนตรี

จากนั้นพระครูอัษฎาจารย์อ่านมนต์ยกอนุษฎกอิศวร หลวงเทพาจารย์อ่านมนต์ยกอนุษฎกนารายณ์ ถวายชัย เมื่ออ่านจบพราหมณ์เป่าสังข์ทุกครั้ง พระราชครูกล่าวคำถวายชัยด้วยภาษามคธและภาษาไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการพระราชทานอภัยและอารักขาแก่ประชาชนเป็นภาษามคธและภาษาไทย พระราชครูก็รับพระบรมราชโองการเป็นภาษามคธและภาษาไทย แล้วพราหมณ์เป่าสังข์ทักขิณาวัฏ เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์ บัณเฑาะว์ ฆ้องชัย มโหระทึก เครื่องดุริยดนตรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรยดอกพิกุลทอง พิกุลเงิน พระราชทานพราหมณ์ทั้งสี่ และผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วโปรยเงินสลึง๔ พระราชทานพราหมณ์ทั้งสี่ แล้วทรงหลั่งน้ำทักษิโณทกทรงตั้งสัตยาธิษฐาน ตั้งพระราชหฤทัย ทรงบำเพ็ญราชธรรมจริยาแผ่แด่ประชาชน แล้วทรงเปลื้องพระมหาพิชัยมงกุฎ ทรงปลดพระธำมรงค์วิเชียรจินดาและพระธำมรงค์รัตนวราวุธ แล้วเสด็จจากพระที่นั่งภัทรบิฐ ทรงโปรยดอกพิกุลทอง พิกุลเงิน และเงินสลึงพระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการ 

แล้วเสด็จขึ้นพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ทรงประเคนเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ ๘๕ รูป พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวชิรญาณวโรรส ถวายอดิเรกพิเศษเป็นพระฤกษ์ปฐม พระสงฆ์สวดโส อัตถลัทโธ ๓ จบ สวดสัมพุทธาและภวตุ สัพพมังคลัง แล้วถวายพระพรลาเข้าไปนั่งอาสน์บนพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ๓๐ รูป พระพิมลธรรมดับเทียนชัย พระราชาคณะสวดคาถาดับเทียนชัย เป็นการเสร็จพระราชพิธีสงฆ์ 

ตอนบ่ายเมื่อใกล้พระฤกษ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงถือพระแสงขรรค์ชัยศรีเสด็จออกประทับพระที่นั่งพุดตานบนพระที่นั่งมหาเศวตฉัตร แล้วทรงพระมหาพิชัยมงกุฎและฉลองพระบาท เมื่อได้พระฤกษ์เจ้าหมี่นเสมอใจราช หัวหมื่นมหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านไขพระสูตร จมื่นจงรักษาองค์ชายชูพุ่มข้าวบิณฑ์ ดอกไม้ทองให้สัญญาเจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์ พระบรมวงศานุวงศ์และอัครราชทูตผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายคำนับ กองทหารทำวันทยาวุธ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี สุดเสียงประโคมแล้ว พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ อ่านคำกราบบังคมทูลถวายชัยมงคลของฝ่ายหน้า เสร็จแล้วมีพระบรมราชโองการดำรัสตอบแล้วพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ จึงรับพระบรมราชโองการเป็นพระฤกษ์แล้วเสด็จขึ้นฝ่ายในถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชฎามหากฐิน ทรงพระแสงขรรค์นวโลหะ เสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณประทับพระที่นั่งภัทรบิฐให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาทฝ่ายในซึ่งมีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสมรรัตน์สิริเชษฐเป็นผู้กราบบังคมทูลถวายชัยมงคลแทน แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสตอบแล้วทรงโปรยดอกพิกุลทอง ดอกพิกุลเงิน เงินสลึงพระราชทาน 

ในการเฉลิมและสมโภชพระราชมณเฑียร เสด็จทรงเปลื้องพระชฎาและฉลองพระองค์ครุยในหอพระสุราลัยพิมาน เสด็จพระราชดำเนินขึ้นพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานทรงโปรยดอกพิกุลทอง ดอกพิกุลเงิน และเงินสลึง มีนางเชื้อพระวงศ์เชิญพระแสง เครื่องเฉลิมพระราชมณเฑียรและเครื่องราชูปโภคตามเสด็จเข้าในพระราชมณเฑียร ทรงจุดเทียนนมัสการ เสด็จขึ้นพระแท่นที่บรรทมพระเจ้าอัยยิกาเธอ พระองค์เจ้าแม้นเขียนถวายดอกหมากทองคำและพระแส้หางช้างเผือกผู้ ทรงรับแล้ววางข้างที่ ท้าวทรงกันดาลถวายกุญแจทองคำ แล้วเอนพระองค์ลงเป็นพระฤกษ์ พระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ฝ่ายในถวายพระพรชัยมงคล เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์เป็นเสร็จพิธี ประทับในพระมหามณเฑียร 

การเสด็จเลียบพระนครมีในวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ก็ได้จัดกระบวนตามที่เคยทำมาในครั้งก่อนๆ และมีทหารปืนใหญ่ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ๑๐๑ นัด แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนของพสกนิกร คือ เจ้าพระยายมราช เสนาบดีกระทรวงนครบาล อ่านคำกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายชัยมงคล เป็นอันเสร็จการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชในรัชกาลที่ ๖

ที่มา : พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว www.kingprajadhipokmuseum.com

Share to

© บริษัท บางกอก โพสต์ จำกัด (มหาชน) 2003-2019