รวย

เกาะขบวนลงทุนนอกหุ้นเทคโนโลยี-นวัตกรรม-เวียดนาม

เรื่อง พูลศรี เจริญ

การลงทุนในต่างประเทศผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนต่างประเทศ หรือ FIF เป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยได้กระจายความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทน ไม่ว่าจะนักลงทุนรายใหญ่หรือรายย่อยสามารถเข้าถึงได้ ที่สำคัญ คือ ทำให้ได้ ลงทุนในบริษัทระดับโลกที่ตลาดหุ้นบ้านเราไม่มี

นอกจากนี้ทำให้ได้เกาะขบวนรถไฟจากแนวโน้มใหญ่หรือเมกะเทรนด์ที่มาแรง นั่นก็คือ ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ที่มีบทบาทสำคัญกับชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมากทั้งด้านการติดต่อสื่อสาร การเงิน การจับจ่ายใช้สอย และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในด้านอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ความต้องการทางเทคโนโลยีส่งผลให้มีการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับทางด้านเทคโนโลยีมากขึ้น และบริษัทเหล่านั้นก็มีมูลค่าแบรนด์ที่สูงขึ้นมากตามไปด้วย

และจากกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและรวดเร็วของระดับของนวัตกรรมและเทคโนโลยีทั่วโลกทำให้เกิดกระแสการแทรกแซงทางธุรกิจ (Disruptive Trend) ซึ่งบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจใหม่และสามารถเข้ากับกระแสหลักของโลกก้าวขึ้นมาแทนธุรกิจแบบเดิมๆ

นอกจากนี้แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์และสังคม ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ได้แก่ การใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้นมาก การใช้หุ่นยนต์ทดแทนแรงงานที่อาจขาดแคลน หรือความต้องการออมเงินมากขึ้นตามวัยเกษียณที่ยาวนานขึ้น

กระแสดิสรัปทีฟ

จากที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้เกิดโอกาสการลงทุนในกิจการที่ได้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ดังกล่าว เช่นหุ้นของกลุ่มบริษัทที่เป็นผู้นำในการแทรกแซงธุรกิจ (Disruptor) ยังมีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดดสามารถเป็นทางเลือกในการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนที่พร้อมรับความเสี่ยงสูงจากหุ้นและคาดหวังโอกาสรับผลตอบแทนสูงในระยะยาวได้

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสแซท พลัส ตระหนักถึงโอกาสการลงทุนในกระแสดิสรัปทีฟ (Disruptive) จึงไหวตัวก่อนใคร ด้วยการออกกองทุนเปิด แอสเซทพลัสดิสรัปทีฟ ออพพอร์ทูนิตี้ส์ (ASPDISRUPT) ช่วงเดือน มี.ค. ของปีนี้ ซึ่งเป็นกองทุนแรกในอุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทยที่เน้นการลงทุนในธีมดิสรัปทีฟ

กองทุน ASP-DISRUPT เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่เป็นผู้แทรกแซงทางธุรกิจ และหุ้นของบริษัทที่ได้รับประโยชน์จาก Disruptive Trend ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่

1) กลุ่มเศรษฐกิจดิจิทัล

2) กลุ่มไลฟ์สไตล์ดิสรัปชั่น

3) กลุ่มคมนาคมขนส่งและพลังงานแห่งอนาคต

จากแนวโน้มการเติบโตของหุ่นยนต์จักรกลอัตโนมัติและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ โรโบติกส์และเอไอ (Robotics & A.I.) นับตั้งแต่ปี 2557 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังมีการคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องประมาณ 10-15% ต่อปีในอนาคต ซึ่งจะส่งผลต่อโอกาสเติบโตของหุ้นบริษัททั่วโลกที่เป็นผู้พัฒนาและนำเอาโรโบติกส์และเอไอ มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ

จากปัจจัยดังกล่าวจึงทำให้ธีมการลงทุนนี้มาแรง ทั้งยังมีโอกาสเติบโตสูงขึ้นอีกในอนาคต และเป็นทางเลือกสำหรับการกระจายความเสี่ยง รวมถึงเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนสูงตามแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดดของโรโบติกส์และเอไอ

บลจ.แอสเซท พลัส ส่งกองทุนเปิดแอสเซทพลัส โรโบติกส์ (ASP-ROBOT) ลงตลาดตั้งแต่เดือน ส.ค. ปีที่ผ่านมาชูจุดเด่นคว้าโอกาสรับผลตอบแทนสูงก่อนใครในหุ้นบริษัทผู้พัฒนาและประยุกต์ใช้หุ่นยนต์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการดำเนินธุรกิจทั่วโลก

นอกจากนี้ได้เพิ่มทางเลือกให้ผู้ลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ด้วย การออกกองทุนเปิดแอสเซทพลัส โรโบติกส์เพื่อการเลี้ยงชีพ (ASP-ROBOTRMF) เหมาะสำหรับคนที่พร้อมรับความเสี่ยงได้สูงสะสมเข้าพอร์ตเกษียณเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนสูงในระยะยาวจากแนวโน้มการเติบโตของหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลก

การลงทุนครอบคลุมเทรนด์หลักที่เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ ได้แก่ กลุ่มจักรกลอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายเนื่องจากมีความแม่นยำ ตลอดจนสามารถทดแทนแรงงานคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มคมนาคมขนส่ง เช่น ระบบขับเคลื่อนยานยนต์อัตโนมัติ

กลุ่มเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข เช่น หุ่นยนต์ช่วยเหลือในการผ่าตัดและปฏิบัติการทางการแพทย์เทคโนโลยีเอไอที่ช่วยให้คำปรึกษาด้านสุขภาพเครื่องมือเพื่อการดูแลสุขอนามัยต่างๆ ที่มีความต้องการสูงขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุในสังคมเพิ่มขึ้น และกลุ่มเทคโนโลยีเชิงบูรณาการ เช่น เซ็นเซอร์ ฮาร์ดแวร์ และซอฟแวร์ ซึ่งเทรนด์เหล่านี้ยังมีศักยภาพในการขยายตัวสูงและจะสามารถสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาวที่ดีได้

กองทุน ASP-ROBOTIC นับเป็นนวัตกรรมในอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย เนื่องจากเป็นกองทุนแรกที่เสนอขายและเน้นลงทุนในโรโบติกส์ และเอไอซึ่งเป็นเทรนด์การลงทุนที่มีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดด

จัดพอร์ตครบเครื่องต้อง "กองทุนผสม"

ปัจจุบันบริษัทจัดการกองทุนบ้านเราได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุนรวมแบบครบเครื่องในกองทุนเดียวเพื่อตอบโจทย์สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเพิ่มผลตอบแทน และกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ ทั้งหุ้นตราสารหนี้ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านกองทุน เช่น กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน นั่นคือ กองทุนแบบผสม นอกจากนี้จะเห็นได้ว่ามีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศด้วย

สำหรับ บลจ.แอสเซท พลัส มีกองทุนเปิด แอสเซทพลัส เฟล็กซิเบิ้ลพลัส (ASP-FLEXPLUS) เพื่อเป็นทางเลือกในการกระจายการลงทุนเพิ่มเติม โดยกองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนผสม ระดับความเสี่ยง 5 ออกแบบมาเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจได้ทั้งในตลาดหุ้นขาขึ้นและตลาดขาลง เนื่องจากเน้นกลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรุกและมีกรอบการลงทุนที่ยืดหยุ่น 0-100%

กองทุนสามารถปรับเปลี่ยนการลงทุนได้ทันต่อสถานการณ์ สามารถลงทุนได้ทั้งในตลาดหุ้นไทย ตราสารหนี้ในประเทศ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) ทั้งยังสามารถกระจายการลงทุนไปในหุ้นภูมิภาคอาเซียน

สำหรับตลาดหุ้นในภูมิภาคอาเชียนที่มาแรงตอนนี้ ต้องยกให้เวียดนามซึ่งจะเห็นได้ว่า บลจ. หลายๆ เจ้า ทยอยออกกองทุนหุ้นเวียดนามกันต่อเนื่องเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นของประเทศดังกล่าวหลังเชื่อศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นเวียดนามเป็นที่หมายปองของนักลงทุนต่างชาติ โดยรัฐบาลเวียดนามได้ปฏิรูปตลาดเงินและตลาดทุนมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานสากลและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงการมีแผนให้รัฐวิสาหกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น

ด้าน บลจ.แอสเซท พลัส มีกองทุนเปิด แอสเซทพลัส เวียดนามโกรท ฟันด์ (ASP-VIET) มีนโยบายเน้นการลงทุนในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลักในประเทศเวียดนามที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต โดยสามารถผสมผสานทั้งการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามโดยตรงผ่านการคัดเลือกหุ้นรายตัวของผู้จัดการกองทุน บลจ.แอสเซท พลัส การลงทุนผ่านหน่วยลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศและการลงทุนในกองทุนอีทีเอฟที่เน้นลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม


แนะนำการลงทุน

ได้เวลาซิ่งกองทุนลดหย่อนภาษีหุ้นไทยปรับฐานโอกาสซื้อ

ได้เวลาซิ่งกองทุนลดหย่อนภาษีหุ้นไทยปรับฐานโอกาสซื้อ

บอนด์ยิลด์ เพิ่มขึ้น ราคาตราสารหนี้ปรับลดลง

วางแผนภาษีที่ดี ดูที่เงินได้ก่อนค่าลดหย่อน

วางแผนภาษีที่ดี ดูที่เงินได้ก่อนค่าลดหย่อน

การวางแผนภาษีจะเป็นฮอท อิชชูในช่วงใกล้สิ้นปีเสมอ

5 เมกะเทรนด์ กำหนดโลกลงทุน

5 เมกะเทรนด์ กำหนดโลกลงทุน

นักลงทุนต้องศึกษาหาความรู้ ดูแนวโน้มใหญ่ หรือที่เรียกว่า “เมกะเทรนด์”

ลงทุนต่างประเทศอย่างไร ได้ทั้งลดหย่อนภาษี กระจายความเสี่ยง

ลงทุนต่างประเทศอย่างไร ได้ทั้งลดหย่อนภาษี กระจายความเสี่ยง

การลงทุนในกลุ่มกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ถือเป็นหนึ่งในทางเลือก