"ไวรัสโคโรนา"ระบาด บทพิสูจน์จีนเอาอยู่

วันที่ 31 ม.ค. 2563 เวลา 14:03 น.
"ไวรัสโคโรนา"ระบาด บทพิสูจน์จีนเอาอยู่
โดย ดร.พรชณิตว์ แก้วเนตร รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศและลูกค้าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

จีนเอาอยู่แน่นอน Key Success คือผู้นำที่กล้าตัดสินใจ ถือชีวิตคนเป็นใหญ่ และการร่วมมือร่วมใจของประชาชนที่พร้อมปฏิบัติตามผู้นำ

จากการติดตามข่าวมาตรการการรับมือกับไวรัสโคโรน่าของประเทศจีน จะเห็นได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและเอาจริงเอาจังของผู้นำ การสั่งปิดเมือง ถ้านับเป็นมูลค่าตัวเลขความเสียหาย ก็นับว่ามหาศาลอยู่ แต่ก็คงเทียบไม่ได้กับชีวิตของประชาชนที่หากไม่ระงับการแพร่ระบาด ก็ไม่อาจประมาณการตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตได้ ประกอบกับการร่วมแรงร่วมใจกันของประชาชนทุกภาคส่วน

จากการส่งข่าวของบุคลากรมหาวิทยาลัยสวนดุสิตที่ถูกส่งไปทำหน้าที่อาจารย์ผู้ประสานงานประจำ ณ มหาวิทยาลัยกวางสี มณฑลหนานหนิงนั้น ได้บอกเล่าถึงมาตรการความเข้มงวดของมหาวิทยาลัยกวางสี ซึ่งแม้ว่าจะอยู่ห่างจากเมืองอู่ฮั่นถึงราว 1,200 กิโลเมตร แต่มหาวิทยาลัยกวางสี มีประกาศแจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ห้ามคนนอกเข้ามาในมหาวิทยาลัยเด็ดขาด

แม้แต่การสั่งอาหารดิลิเวอรี่ ก็ถูกสั่งห้ามเข้าไปส่งในมหาวิทยาลัยกวางสี และถ้าคนในมหาวิทยาลัยจะต้องออกไปไหน ต้องแสดงบัตรบุคลากรและต้องรายงานการเดินทางโดยละเอียดว่าจุดหมายปลายทางคือที่ไหน เข้าออกเวลากี่โมง หากมีอาการป่วยไข้สงสัย ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาโดยด่วน

นอกจากการต่อสู้กับเชื้อไวรัส การต่อสู้ทางจิตวิทยาก็เป็นอีกหนึ่งทางที่จีนกำลังรับมือ การสร้างความเชื่อมั่นว่า เราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตโรคระบาดนี้ไปได้โดยเร็ว ภาพแห่งการตะโกนว่า (ประเทศจีนสู้ๆ) (อู่ฮั่นสู้ๆ) นับเป็นการต่อสู้ในเชิงจิตวิทยาที่หากว่า ข่าวลือที่ว่าแท้จริงแล้วเชื้อไวรัสนี้มีกำเนิดจากผู้ไม่ประสงค์ดีเพาะเชื้อในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ เป็นจริงแล้วล่ะก็ เราคงอยู่ในยุคที่เห็นภาพสงครามที่ไม่เหมือนในตำราประวัติศาสตร์ที่เรียนมา

แต่อย่างไรก็ตาม ชีวิตคนไม่ใช่เครื่องมือในการต่อสู้ประหัตประหารกัน งานนี้นอกจากจะต้องใส่หน้ากาก กินร้อนช้อนกลางล้างมือแล้ว การมีสติในการเสพข่าว การมีสติในการแชร์ข่าว คือเครื่องวัดความพร้อมของตัวเราเองในการเผชิญหน้าบนโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงและ disruptive period อย่างแท้จริง