รัฐบาลชุดใหม่กับอนาคตของบ้านเมือง

  • วันที่ 23 พ.ค. 2562 เวลา 10:40 น.

รัฐบาลชุดใหม่กับอนาคตของบ้านเมือง

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองตรงกันว่า  “ เสถียรภาพทางการเมือง “ ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่จะเผชิญปัญหาหลายประการ  บางพรรคอาจก่อกวนทั้งในและนอกสภาเพื่อจะแก้ตัวในการเลือกตั้งใหม่

*************

โดย ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ในช่วงเวลานี้  เมื่อเราเสพสื่อใดก็มีแต่เรื่องวิเคราะห์การจัดตั้งรัฐบาลจากบรรดานักวิเคราะห์ข่าว  ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองของสำนักข่าวต่าง ๆ จนประชาชนสับสนไปหมด  ซ้ำยังเจอการปล่อยข่าวเท็จออกมาเป็นระยะ  หากไม่ตั้งสติให้ดี ๆ ก็จะทำให้ประชาชนสับสนมากขึ้น  

ถ้าเราจะใช้หลักอริยสัจ 4 มาแก้ปัญหาของชาติและประชาชนก็ย่อมทำได้  ก่อนอื่นต้องรู้ว่า   อะไรคือ “ทุกข์ของประชาชน หรือ ทุกข์ของบ้านเมือง” แต่ละพรรคเสนอก็คือ  “วิธีการแก้ทุกข์ของประชาชน”  หรือ วิธีแก้ทุกข์ของบ้านเมืองอย่างไร  เพราะฉะนั้น  ใครที่เตรียมตัวจะเป๋นรัฐบาลต้องรู้แล้วว่า  ประเทศชาติและประชาชนมี “ทุกข์” อะไรบ้าง    และ”ความสุข” ที่ประชาชนคาดหวังจากพรรคการเมืองทีเสนอตัวมาคืออะไร 

เคยเขียนมาแล้วแต่ขอย้ำอีกครั้งว่า  โดยพื้นฐาน  ประชาชนต้องการมีชีวิตอยู่โดย (1) ปราศจากความหวาดกลัว  และ (2) ปราศจากความหิวโหย  สองอย่างเท่านั้นจริง ๆ แต่สองอย่างนี้แยกย่อยออกไปได้อีกมากมาย  ประชาชนต้องการบ้านเมืองที่สงบเรียบร้อย ไม่มีการจลาจลวุ่นวาย  ไม่มีศึกสงครามจากภายนอกและภายใน  ไม่มีการสู้รบชายแดน  ไมมีโจรผู้ร้าย อาชญากรรมมีน้อย  ประชาชนไปไหนมาไหนได้โดยไม่ถูกจี้ปล้น  ข่มขืน  ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน  ไม่มีการก่อการร้ายทั้งจากภายในประเทศและจากนอกประเทศ   ไม่มีการใช้ความรุนแรงทางการเมืองหรือเผาบ้านเผาเมืองอีก 

สิ่งที่บ้านเมืองต้องการอันดับแรกก็คือ บ้านเมืองต้องมีความสงบสุข  มั่นคง  ก่อน แล้วจึงพัฒนาประเทศได้  ถ้าบ้านเมืองวุ่นวาย  ก็พัฒนาไม่ได้  นักลงทุนหนีไปลงทุนประเทศอื่นหมด  หากบ้านเมืองสงบเรียบร้อย  รัฐบาลก็มีเวลาและใช้เงินที่มีอยู่ในการช่วยเหลือประชาชนให้มีชีวิตอย่างน้อยก็พอมีพอกิน   ทำมาค้าขายคล่องเป็นพื้นฐาน   หากใครจะมีชีวิตสะดวกสบายหรือร่ำรวยกว่านั้นก็เป็นเรื่องที่ดี   โดยเฉพาะเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ  ปลูกพืชผักขายได้กำไรพอควร   พ่อค้าแม่ค้าชายของพอได้  ถ้าทำมาหากินไม่คล่อง ค้าขายไม่ดี   รัฐบาลก็ลงมาช่วยเหลือทันเวลา 

รัฐบาลต้องดูแลทั้งประชาชนกลุ่มรายได้น้อย  ปานกลาง  และรวย  คนจนซึ่งเป็นผู้ด้อยโอกาสทางสังคมมากที่สุดต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษและก่อนกลุ่มอื่น  เพื่อเพิ่มจำนวนคนไทยให้พ้นจากความยากจน   ห้าปีที่ผ่านมา  คนพ้นจากเส้นความยากจนมีมากขึ้น  คนที่มีรายได้ปานกลางรัฐบาลก็ต้องดูแลเขา  โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่เริ่มตั้งตัว กลุ่มธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลาง  แม้แต่คนชั้นบนที่ทำธุรกิจด้านการผลิต การส่งออก  ฯลฯ ที่จะต้องแข่งขันกับต่างประเทศ  รัฐบาลก็ต้องดูแลด้วย  โดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย  แต่จัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนให้ดี

สิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการให้รัฐบาลไม่ว่าจะมาจากพรรคใดกระทำ คือ “การทุจริตคอรัปชั่นหรือการรับสินบน”  โดยคิดเปอร์เซ็นต์จากผู้ลงทุนจากโครงการขนาดใหญ่โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการสะสมทุนเพื่อการเลือกตั้ง  พรรคการเมืองที่ถูกข้อหาทุจริตคอรัปชั่นต้องไม่ได้รับโอกาสมาบริหารประเทศอีก ไม่ว่าจะบริหารระดับชาติหรือระดับท้องถิ่นก็ตาม  เมืองไทยควรก้าวหน้าพัฒนาไปกว่านี้อีกมากหากเงินภาษีของประชาชนไม่ถูกเบียดบังไปเพื่อประโยชน์ของกลุ่มและส่วนตัว

เวลานี้มีนักการเมืองหลายคนที่เคยมีประวัติและถูกตราหน้าว่าโกงกินที่สุดแต่รอดคดีทางกฎหมายไปได้  เข้าแถวรอจะมาร่วมรัฐบาล  ซึ่งประชาชนรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นใคร  นายกรัฐมนตรีจะต้องไม่เอามาร่วมรัฐบาล   หากจำเป็นทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   นายกรัฐมนตรีต้องคุมให้ได้ไม่ให้คนเหล่านี้เข้ามาโกงกิน   โดยที่สื่อและประชาชนจะคอยจับตาดูนักการเมืองที่มีประวัติโกงกินเหล่านี้อย่างใกล้ชิด การตรวจสอบจากภาคประชาชนจะเป็นไปอย่างเข้มข้นมากกว่าทุกยุคทุกสมัย  

หาก “หัวไม่ส่าย  หางจะหาโอกาสกระดิกก็ยาก “  หากมีรัฐมนตรีจากพรรคไหนทุจริตคอรัปชั่น  ก็ต้องตัดนิ้วร้ายเสียก่อนดังที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์  เคยทำโดยขอให้รัฐมนตรีจากพรรคหนึ่งที่มีข่าวพัวพันกับการทุจริตคอรัปชั่นลาออกจากตำแหน่งโดยหัวหน้าพรรคนั้นไม่อาจปฏิเสธได้ 

  ( แม้ว่า ส.ส.ในพรรคไม่อยากเลือกตั้งใหม่ก็ตาม )  ดังนั้น  นักการเมืองบางกลุ่มอาจมุ่งสะสมทุนเพื่อเตรียมเลือกตั้งต่อไป  นักลงทุนไทยและจากต่างประเทศต้องการ “รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ”  เป็นสำคัญ  ไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่กล้าลงทุน  โครงการของประเทศที่วางไว้ก็หยุดชะงัก   เศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้าสหรัฐกับจีนอยู่แล้ว  ก็จะมีปัญหามากขึ้น และส่งผลต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจระดับชาวบ้าน 

เมื่อศึกษาถึง “ความต้องการพื้นฐานของประชาชน”  ว่าทุกข์ของประชาชนคืออะไร  ความสุขที่ประชาชนต้องการคืออะไร   ทีนี้ก็มาพูดถึงว่า   “ใครบ้างที่พอจะทำความต้องการของประชาชนให้พอเป็นจริงได้  โดยให้ประเทศเดินหน้าโดยไม่ต้องมาเริ่มต้นใหม่ “ ในความเป็นจริง ไม่มีพรรคใดที่เป็นรัฐบาลได้พรรคเดียว  รัฐบาลต่อไปต้องเป็นรัฐบาลผสม  ที่มีเพียงสองขั้วเท่านั้น  คือ  “ขั้วที่ไม่เอาทักษิณ”  กับ “ ขั้วที่เอาทักษิณ”   สิ่งที่ประชาชนต้องก้าวข้ามจริง ๆ คือ “สงครามวาทกรรม” เรื่องประชาธิปไตยกับเผด็จการ  มากกว่า   ประชาชนต้องคิดว่า  ใครที่พอจะ “เอาบ้านเมืองอยู่รอด และเดินหน้าไปได้ ”  ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์  จากพรรคพลังประชารัฐร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจฝ่ายหนึ่ง   หรือ จะเอาตัวแทนทักษิณจากพรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่อีกฝ่ายหนึ่ง ก็แค่นั้นเอง 

และประชาชนได้ตัดสินใจแล้ว

ข่าวอื่นๆ