เสื้อกั๊กเหลือง กับโลกที่เปราะบาง

วันที่ 05 มี.ค. 2562 เวลา 08:22 น.
เสื้อกั๊กเหลือง กับโลกที่เปราะบาง
ม็อบเสื้อกั๊กเหลืองทำให้ทุกประเทศทั่วโลกต้องย้อนกลับมามองตนเองหลายเรื่อง เพราะบางเรื่องอาจเป็นปัญหาใต้ภูเขาน้ำแข็งที่มองไม่เห็น

*********************

โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานสถาบันนวัตกรรมชุมชนอัจฉริยะ และ อธิการบดี สจล.

เดินทางมาฝรั่งเศสคราวนี้ได้ประสบการณ์ที่น่าจดจำหลายเรื่อง เริ่มตั้งแต่เส้นทางการบินที่ต้องอ้อมขึ้นประเทศจีน ก่อนบินผ่านยุโรปตะวันออก เป็นผลจากข้อพิพาทระหว่างปากีสถาน-อินเดีย จนเกิดการปิดน่านฟ้าปากีสถาน เดือดร้อนกันไปทั่วโลก หลายสายการบินต้องยกเลิกเที่ยวบิน ผู้โดยสารที่ตกค้างมาต้องบินเสริมไปด้วยกัน แน่นขนัดทุกเที่ยวบิน แถมระยะเวลาการบินก็เพิ่มขึ้นอีก

พิสูจน์ชัดเจนว่า โลกทั้งใบเชื่อมโยงกัน เมื่อที่ใดเกิดปัญหา แม้จะเป็นเรื่องเฉพาะประเทศ เฉพาะภูมิภาค ก็กระเทือนไปทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โลกเราจึง “เปราะบาง” เกินกว่าที่เราคิดจริงๆ

เมื่อถึงกรุงปารีส พอออกมาเดินเล่นที่ถนนเมืองฌ็องเซลิเซ่ ย่านช็อปปิ้ง สัญลักษณ์ของปารีส ก็มาเจอม็อบเสื้อกั๊กเหลืองรวมตัวกันเต็มถนน เห็นตำรวจปราบจลาจลไล่ฉีดน้ำกระจุยกระจาย ยิ่งกว่าวันสงกรานต์ไทย ผมอยู่ตรงนั้นท่ามกลางกระแสมวลชนที่กำลังโบกธงชาติฝรั่งเศส ยิ่งตอกย้ำว่าโลกทุกวันนี้ ปัญหาพร้อมเกิดได้ทุกที่

ม็อบเสื้อกั๊กเหลืองยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือนแล้ว ไม่มีทีท่าจะยุติได้ จุดกำเนิดการประท้วงทั่วประเทศในฝรั่งเศสครั้งนี้น่าเรียนรู้ยิ่งนัก เริ่มต้นจากกระแสความไม่พอใจต่อประธานาธิบดีมาครอง ที่ขึ้นภาษีน้ำมันด้วยเหตุผลทางสิ่งแวดล้อม แต่ไปกระทบชาวบ้านต่างจังหวัดที่ต้องใช้รถในการเดินทาง โดยคิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะบานปลายขนาดนี้

กระแสการประท้วงถูกจุดจนติดจากโซเชียลมีเดีย “เฟซบุ๊ก” ที่เชื่อมโยงคนไม่พอใจเข้าด้วยกัน เพราะคนฝรั่งเศสมีเฟซบุ๊กถึง 67% (แต่ยังน้อยกว่าประเทศไทย) และมีคนเข้าใช้ถึงวันละ 22 ล้านคน

เรื่องมีอยู่ว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งเริ่มต้นประท้วงด้วยการอัดคลิป โดยนำเสื้อกั๊กสะท้อนแสงสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ ที่ปกติผู้ขับขี่ทุกคนต้องมีไว้ในรถยามฉุกเฉิน รถเสีย จะได้ออกจากรถโดยปลอดภัย สังเกตได้ง่าย เกิดเป็นกระแสข้ามคืน จนคนทำตามกันเป็นแสน จากต่างจังหวัดลามสู่เมืองหลวงกรุงปารีส

เรื่องภาษีน้ำมันเป็นเพียงแค่จุดปะทุในใจคนฝรั่งเศส ที่มีสายเลือดนักสิทธิมนุษยชนเต็มขั้น แต่สิ่งที่ “เปราะบาง” แฝงไว้มานาน คือ “ความรู้สึกไม่เท่าเทียม” ระหว่างคนรวยและคนจน จึงมีลูกตามเกิดขึ้นมากมาย จากภาษีน้ำมัน มาจนความต้องการเก็บภาษีคนรวย จนถึงเรื่องการปฏิรูปการศึกษา และคงจะมีอีกหลายเรื่องตามมาอีก

ม็อบเสื้อกั๊กเหลืองทำให้ทุกประเทศทั่วโลกไม่ควรประมาท ต้องย้อนกลับมามองตนเองหลายเรื่อง บางเรื่องอาจจะเป็นปัญหาใต้ภูเขาน้ำแข็งที่มองไม่เห็น หรืออาจเป็นคลื่นสึนามิ หลังทะเลเงียบสงบ

ไม่ว่าจะเป็นประเด็น 1.เรื่องปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในสังคม อย่าคิดว่า คนทนได้ เข้าใจได้ ไม่จริง มันรอวันปะทุเท่านั้น 2.การให้สวัสดิการแก่พลเมืองเป็นเรื่องที่ดี แต่การให้เกินความพอดี อาจเป็นยาพิษ แทนยารักษาได้ ผลกระทบไม่มีวันจบสิ้น ไม่มีวันพอ และ 3.อิทธิพลของโซเชียลมีเดียที่น่ากลัวมากเหลือเกิน แม้แต่ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก เจ้าของเฟซบุ๊ก อาจคิดไม่ถึงด้วยซ้ำไป

และสุดท้าย ยอมรับเถอะว่าโลกของเราวันนี้ มันเปราะบางเหลือเกิน

ภาพ เอเอฟพี