รุ่นน้องเปลี่ยนโลก (2)

วันที่ 10 ธ.ค. 2561 เวลา 07:23 น.
รุ่นน้องเปลี่ยนโลก (2)
"เวอร์จิล แอบโลห์" ผู้จบการศึกษาวิศวกรรมโยธาจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน แต่ผันตัวไปเป็นผู้นำแห่งโลกแฟชั่น

****************************

โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานสถาบันนวัตกรรมชุมชนอัจฉริยะและอธิการบดี สจล.

มองอนาคตไทยตอนที่แล้ว ผมได้เขียนถึง “ซัลมาน ข่าน (Salman Khan)” รุ่นน้องเปลี่ยนโลกของผมที่เอ็มไอที ผู้ก่อตั้งข่านอะคาเดมี (Khan Academy) ผู้ที่สามารถทำให้เด็กนักเรียนทั่วโลกเข้าถึงการเรียนการสอนออนไลน์ได้ฟรีทุกที่อย่างเท่าเทียมกัน จนกลายเป็น “นักปฏิรูปการศึกษาของโลกยุคดิสรัปชั่น” ตอนนี้จะขอเขียนถึงรุ่นน้องเปลี่ยนโลกอีกหนึ่งคน ซึ่งมหัศจรรย์ไม่แพ้กัน

เริ่มจากหากใครไม่รู้จักชื่อแบรนด์ออฟไวท์ (Off-White) และยิ่งไม่รู้จักเวอร์จิล แอบโลห์ (Virgil Abloh) เจ้าของแบรนด์ยอดดังนี้ด้วยแล้ว ก็ไม่ใช่คนยุคนี้โดยแท้ เพราะชายผิวสีคนนี้เป็นหนึ่งในร้อยผู้ทรงอิทธิพลของนิตยสารไทม์ประจำปี 2018 และกำลังเป็นขวัญใจของเด็กยุคใหม่ทั่วโลก มีผู้ติดตามและยึดถือเขาเป็นไอดอลของแฟชั่นยุคนี้มากมาย

นอกจากนี้ ยิ่งน่าทึ่งเข้าไปอีก หากรู้ว่าแฟชั่นดีไซเนอร์ผู้นี้ จบปริญญาตรี “วิศวกรรมโยธา” ซึ่งเป็นรุ่นน้องของผมที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน หนึ่งในมหาวิทยาลัยสุดยอดด้านวิศวกรรมของอเมริกา ก็ยิ่งทำให้ทุกคนแปลกใจว่า เวอร์จิล แอบโลห์ ซึ่งเป็นเด็กวิศวะ ทำไมถึงหักศอกชีวิต กลายมาเป็นผู้นำโลกแฟชั่นในขณะนี้ได้

เวอร์จิล แม้จะเก่งทางด้านคำนวณ ด้านวิศวกรรม แต่ตั้งแต่เรียนมัธยมได้สนใจเรื่องการออกแบบเรื่องแฟชั่นมาตลอด ยิ่งได้เรียนมหาวิทยาลัยสไตล์อเมริกันที่หลักสูตรมีความยืดหยุ่น มีวิชาบังคับตามสาขาน้อย แต่มีวิชาเลือกหลากหลายที่เปิดกว้างแบบไร้ข้อจำกัด ทั้งวิชาสร้างสรรค์ออกแบบ วิชาบริหารธุรกิจ และวิชาด้านศิลปศาสตร์ ทำให้เวอร์จิลและนักศึกษาทุกคน จึงได้เรียนรู้ตามความชอบ อยากฝึกงานที่ไหน อุตสาหกรรมใด ก็เปิดกว้างไม่จำเป็นต้องตรงสาขาก็ยังได้ ทำให้ได้เรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ด้านอื่นๆ ไปพร้อมๆ กัน

นั่นเพราะเด็กยุคนี้อาจไม่ประกอบอาชีพตามที่ตนเรียนจบได้ปริญญามา แต่กลับชอบเดินตามความฝันมากกว่า กล้าเสี่ยง กล้าเปลี่ยนตัวเองแบบหักศอก ผมจึงผลักดันแนวคิด “ศาสตร์และศิลป์” ต้องอยู่ร่วมกัน ไม่ควรแบ่งการเรียนเป็นสายวิทย์กับสายศิลป์

เวอร์จิล แอบโลห์ เป็นหนึ่งในผลผลิตของการเรียนการสอนแบบอเมริกัน ซึ่งสร้างนักเปลี่ยนแปลงโลกมานับไม่ถ้วน เห็นตัวอย่างได้ชัดเจนจาก สตีฟ จ็อบส์ ที่ชอบไปเรียนศิลปะตัวอักษร จนได้แรงบันดาลใจไปสร้างแบรนด์บันลือโลกแอปเปิ้ลจนถึงปัจจุบัน

ขณะที่แบรนด์ออฟไวท์เป็น Street Fashion หรือแฟชั่นของคนรุ่นใหม่ที่เน้นการแต่งตัวตามสบาย เช่น เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ซึ่งเวอร์จิลนำความดิบ ลายเส้นที่ตรงไปตรงมา กระชับ เน้นฟังก์ชั่น แบบความเป็นวิศวกรโยธามาเป็นแฟชั่นที่สร้างความแตกต่าง

เวอร์จิลเน้นแฟชั่นที่ “สร้างแรงบันดาลใจ” และ “สร้างจินตนาการ” โดยใช้ลายเส้นขาวดำแบบทางม้าลาย ข้อความที่ตรงไปตรงมา ชัดเจน ทรงพลัง ใส่ลงไปในผลงานจนโดดเด่น มีแต่คนอยากได้แม้จะราคาแพงมากก็ตาม

ในวันนี้ “วิศวกรโยธา” ผู้นี้ ได้รับเชิญเป็นผู้อำนวยการด้านการออกแบบของ หลุยส์ วิตตอง สุดยอดแบรนด์อันดับหนึ่งของโลก ที่ยังกลัวการถูกดิสรัปชั่นด้วยแบรนด์ใหม่ๆ จึงต้องรีบปรับเปลี่ยนแบบหักศอก ก่อนที่จะลำบาก

เวอร์จิล ได้สื่อสารกับคนรุ่นใหม่ให้รู้ว่า ไม่ว่าคุณจะเรียนอะไรมาก็ตาม คุณก็สามารถประสบความสำเร็จตามความฝันได้หากมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะทำตามความฝัน

ผมเองก็ได้เรียนรู้กับรุ่นน้องเปลี่ยนโลกผู้นี้เช่นกันว่า 1.มนุษย์ทุกคนล้วนมีความสามารถทั้งศาสตร์และศิลป์ สมองซีกซ้ายและซีกขวาพัฒนาควบคู่ด้วยกันได้ และ 2.โอกาสย่อมเปิดเสมอสำหรับคนที่มุ่งมั่นทำจริง ไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็ตาม