มายาคติในเรื่อง "ความโง่ของเด็กไทย"

  • วันที่ 03 ธ.ค. 2561 เวลา 19:12 น.

มายาคติในเรื่อง "ความโง่ของเด็กไทย"

เด็กไทยไม่ได้โง่แต่รูปแบบการสอบ, การวัด, การประเมิน พยายามบอกว่าเด็กโง่ และทำให้เด็กไทยขาดอิสรภาพในการมี Passion ในการดำเนินชีวิต

***********************

โดย...ศ.ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์ ผู้อำนวยการ ศูนย์ศึกษาพัฒนาการเศรษฐกิจ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ นิด้า www.econ.nida.ac.th / Email: [email protected]

จากตัวชี้วัดในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ผลการประเมินในระดับชาติ อย่างเช่น O-NET หรือการประเมินในระดับนานาชาติ อย่างเช่น PISA รวมไปถึงการจัดอันดับคุณภาพการศึกษาที่เราได้คะแนนค่อนข้างต่ำ จึงทำให้สังคมไทย (โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่) มักพูดว่า “เด็กไทยโง่”

ทั้งนี้ โดยส่วนตัวผมคิดว่า “เด็กไทยไม่ได้โง่” แต่ความโง่เกิดจากวิธีการประเมินที่ “ไม่ฉลาด” นัก จริงๆ แล้ว

1.เด็กไทยไม่ได้โง่ แต่กระบวนการวัด (เช่น ข้อสอบ O-NET) เป็นข้อสอบที่ “ไม่สามารถ” คัดกรองคนฉลาดออกมาได้ ข้อสอบท่องจำ ถามอะไรไร้สาระไม่ได้ตอบโจทย์การทำงานของโลกอนาคต จึงส่งผลทำให้เด็กที่ทำข้อสอบ O-NET ได้คะแนนสูงจึงกลับกลายเป็นพวก “เด็กในกรอบ” ซึ่งไม่ได้รับประกันว่าเด็กเหล่านั้นจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ฉลาดในการทำงานได้หรือไม่ ข้อสอบ O-NET ล้วนแค่ประเมินว่า เด็กคนไหนท่องมาเก่งกว่ากัน เด็กคนไหนเป็น Classroom Smart มากกว่ากัน แต่ไม่วัดว่าเด็กคนไหนจะมีความเป็น Street Smart มากกว่ากัน จริงๆ แล้วกระทรวงศึกษาเคยมีการให้ครูมาลองทำข้อสอบ O-NET ในวิชาที่ตัวเองสอน ปรากฏว่าครูมีสัดส่วนของคนสอบตกมากกว่าเด็กเสียอีก (ข้อมูลนี้ผมมีอยู่จริงนะครับ แต่เผยแพร่ไม่ได้เพราะมันสะท้อนถึงความล้มเหลวของข้อสอบ) ถ้าแม้แต่ครูที่สอนวิชานั้นยังสอบตกแล้ว เราก็น่าจะแน่ใจแล้วว่าข้อสอบนี้เป็น “ข้อสอบที่ดี” ได้อย่างไร

2.เด็กไทยไม่ได้โง่ ถึงแม้ว่า คะแนนการสอบระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น PISA หรือ TIMSS ซึ่งที่เด็กไทยสอบออกมาจะมีคะแนนต่ำก็ตาม แต่ข้อสอบเหล่านั้นเป็นการสอบความสามารถในการ “คิดวิเคราะห์ (Analytical Skill) เป็นหลัก ซึ่งการศึกษาไทยไม่ได้สอนเด็กมาแบบนั้น พอเด็กมาทำก็ทำไม่ได้แล้วสุดท้ายก็มาบอกว่าเด็กโง่ ถ้าไม่เชื่อไปดูคะแนน PISA ปี 2012 ที่ตอนนั้น จาตุรนต์ ฉายแสง ซึ่งเป็น รมต.ศึกษาฯ ในสมัยนั้นได้จัดให้มีการ “ติวสอบ” PISA จึงส่งผลให้คะแนน PISA 2012 ของเด็กไทยสูงขึ้นอย่างมาก

3.เด็กไทยไม่ได้โง่ ปัญหาที่คะแนนสอบของเด็กไทย (ไม่ว่าจะเป็น O-NET หรือ PISA) มีคะแนนต่ำไม่ได้มาจากเด็กโง่ลงและทำคะแนนสอบได้ลดลง แต่มันเกิดจากปัญหา “ความเหลื่อมล้ำของคุณภาพการศึกษา” ที่ไม่เท่ากันในประเทศไทย เรามีเด็กยากจนอยู่จำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรการศึกษาที่มีคุณภาพ พอเข้าไม่ถึงก็ได้คะแนนสอบออกมาน้อย และมันทำให้ค่าเฉลี่ยคะแนนของประเทศลดลง วิธีทำให้คะแนนสอบเฉลี่ยสูงขึ้นคือ“การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา” ไม่ใช่การเอาอะไรก็ไม่รู้ไปใส่ให้เด็กเรียนเพิ่ม เชื่อหรือไม่ว่าถ้าเอาคะแนนเฉลี่ยของ PISA เฉพาะใน กทม.มาดู คะแนนจะสูงเท่ากับคะแนนของประเทศสหรัฐเลยทีเดียว ในขณะที่คะแนนของเด็กโรงเรียนในเครือสาธิตอย่างเดียวก็มีคะแนนสูงพอๆ กับคะแนนของประเทศที่พัฒนาแล้ว

4.เด็กไทยไม่ได้โง่ สื่อต่างๆ ได้ไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน แล้วผลการจัดอันดับของ World Economic Forum (WEF) รายงานว่าคุณภาพการศึกษาเราอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน สื่อต่างๆ หรือถึงกระแสต่างๆ ก็โวยวาย ตีโพยตีพาย และไม่ไปหาที่มาถึงการจัดอันดับนี้ จริงๆ แล้วในทางวิชาการ ผมคิดว่าเรา “ไม่ควรต้องไปใส่ใจผลการจัดอันดับนี้เลยก็ได้” เพราะการจัดมาจากตัวชี้วัดที่ไม่น่าเชื่อถือในหลายๆ ตัว เช่น ตัวชี้วัดหนึ่งก็คือ “คุณภาพของบัณฑิตในมุมมองของนายจ้าง” คิดดูเองว่าถ้าเราทำธุรกิจที่ สปป.ลาว กับที่ไทยเราคาดหวังกับคุณภาพของบัณฑิตที่เหมือนกันหรือไม่ เช่น เต็ม 10 เราคาดหวังว่าบัณฑิตไทยต้องได้ 9 แต่จริงๆ ออกมา 6 ในขณะที่เราอาจคาดหวังกับคุณภาพบัณฑิตของ สปป.ลาวต่ำกว่า แต่สุดท้ายก็ได้ตามที่หวังซึ่งการประเมินที่มีลักษณะเป็น Subjective Measures แบบนี้แฟร์กับประเทศไทยหรือไม่

5.เด็กไทยไม่ได้โง่ แต่รูปแบบการสอบ การวัด การประเมิน พยายามบอกว่าเด็กโง่ พ่อแม่ก็คิดว่าลูกตัวเองโง่ (เพราะไปเอาเกณฑ์ผิดๆ พวกนี้มาวัด หรือไม่ก็ไปเปรียบเทียบกับลูกคนอื่น) ก็เลยสร้างกระบวนการที่ทำให้ลูกกลายเป็นเด็กโง่จริงๆ เช่น จับไปติว จับไปเรียนพิเศษ เรียนโน่นเรียนนี่ไปเรื่อย จนหนักไปถึงทำการบ้านทั้งหมดแทนลูก เด็กทุกคนเกิดมาด้วยพรสวรรค์ติดตัวที่แตกต่างกัน และจะดีมากถ้าเขาหามันพบ (โดยพ่อแม่ช่วยค้นหา) ใช้ประโยชน์จากพรสวรรค์นั้นไปสู่การเรียน การทำงาน และพัฒนาตัวเอง

การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ แต่ต้องดูที่กระบวนการของการพัฒนา ไม่ใช่ไปดูผลลัพธ์ โดยเฉพาะผลลัพธ์ที่ผิดๆ (เช่น ผลลัพธ์พวกคะแนนสอบ) พ่อแม่และครูอาจารย์ที่ดีควรให้ความสำคัญกับเรื่องของกระบวนการนี้

ดังนั้น ผมจึงไม่คิดว่าเด็กไทยโง่ “แต่เด็กไทยขาดอิสรภาพในการมี Passion ในการดำเนินชีวิต” มากกว่าผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่กระบวนการศึกษาของไทยทำให้เราถูกกล่าวหาว่า “เป็นคนโง่” ในสมัยตอนที่เป็นเด็ก เกรด A ถึง F สอบตก ซ้ำชั้น โปรต่ำ โปรสูง ผมเคยประสบมาครบหมดแล้ว แต่โชคดีที่ที่บ้านให้กำลังใจและโอกาสไปเรียนต่อต่างประเทศที่เป็น “แหล่งเพาะปลูกที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตมากกว่า” พร้อมทั้งยังโชคดีที่ได้ทำงานที่ตรงกับจริตของตัวเอง

ขอเป็นกำลังใจกับเด็ก (ที่ถูกกล่าวหาว่า) โง่ทุกคนครับ

ข่าวอื่นๆ