การศึกษาต้องกล้าจริง

  • วันที่ 29 ต.ค. 2561 เวลา 09:12 น.

การศึกษาต้องกล้าจริง

ความกล้าหาญของผู้นำฝรั่งเศสและความเสียสละของผู้นำมหาวิทยาลัยและคณาจารย์ได้เปลี่ยนให้มหาวิทยาลัยของฝรั่งเศสรอดพ้นจากการถูกดิสรัปชั่น และกลายเป็นดินแดนแห่งนวัตกรรม

*************************

โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานสถาบันนวัตกรรมชุมชนอัจฉริยะ และอธิการบดี สจล.

เมื่อนึกถึงเมืองบอร์กโดซ์ (Bordeaux) ประเทศฝรั่งเศส ย่อมต้องนึกถึงไวน์ชั้นยอด ไร่องุ่นสุดสายตา ในบรรยากาศชนบท เห็นภาพปราสาทสีอิฐตัดกับท้องฟ้าใสสีคราม แต่น้อยคนนักจะนึกถึงบอร์กโดซ์ในฐานะเมืองมหาวิทยาลัยชั้นยอดของโลก

มหาวิทยาลัยแห่งบอร์กโดซ์ (University of Bordeaux) เป็นมหาวิทยาลัยหลักของเมือง ก่อตั้งในปี 1441 ก่อนมาถูกแยกเป็น 4 มหาวิทยาลัยในปี 1970 แบ่งตามหลักสูตรที่เปิดสอน คือ มหาวิทยาลัยบอร์กโดซ์ 1 สอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยบอร์กโดซ์ 2 สอนด้านการแพทย์ มหาวิทยาลัยบอร์กโดซ์ 3 สอนด้านภาษาและสังคมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยบอร์กโดซ์ 4 สอนด้านกฎหมาย ต่างคนต่างสอน ต่างคนต่างทำงาน

อยู่มาวันหนึ่งในปี 2010 ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี (Nicolas Sarkozy) ทุบโต๊ะประกาศก้องต้องผลักดันมหาวิทยาลัยของฝรั่งเศสให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก จึงริเริ่มโครงการ “ลงทุนทางการศึกษาเพื่ออนาคตฝรั่งเศส” จัดงบประมาณพิเศษถึง 2.2 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 8 แสนล้านบาท ให้มหาวิทยาลัยที่มีอยู่กว่า 100 แห่งในฝรั่งเศสได้แข่งขันกันนำเสนอโครงการ เพื่อชิงงบประมาณไปพัฒนาทั้งด้านภูมิทัศน์ ด้านการเรียนการสอนและด้านงานวิจัยโดยมีวิสัยทัศน์ มหาวิทยาลัยฝรั่งเศสต้องสวย สง่า ห้องเรียนทันสมัย งานวิจัยระดับโลก

การแข่งขันเพื่อชิงงบประมาณนี้ จะมีคณะกรรมการพิจารณาจากต่างประเทศทั้งผู้นำการศึกษาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และประเทศชั้นนำอื่นมาช่วยตัดสินโดยปราศจากความลำเอียง หรือมีอิทธิพลแทรกแซงจากคนฝรั่งเศส โดยมีข้อกำหนดให้มหาวิทยาลัยต้องนำเสนอโครงการที่มีลักษณะเป็นบูรณาการเท่านั้นจะมาเป็นสาขาใดเดี่ยวๆ ไม่ได้

จากจุดนี้เองทำให้เกิดกระแสการต่อต้านรัฐบาลประธานาธิบดี ซาร์โกซีไม่น้อย เพราะปกติฝรั่งเศสเป็นรัฐสวัสดิการ ทุกคนจ่ายภาษีแพงมาก คาดหวังเรียนฟรี รักษาพยาบาลฟรี มหาวิทยาลัยจึงต้องได้งบประมาณสนับสนุนทุกปีเป็นปกติ ไม่ต้องแข่งขันกับใคร อยู่เฉยๆ ก็ได้ แต่ซาร์โกซีไม่แคร์ เห็นว่าหากมหาวิทยาลัยฝรั่งเศสยังอยู่แบบเดิม ในอนาคตชาติฝรั่งเศสจะแข่งขันไม่ได้ จึงกล้าเปลี่ยนแปลงแบบหักศอก หรือดิสรัปชั่น ทำให้มหาวิทยาลัยที่เคยคิดว่าอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่คบใคร ไม่สนใจโลกภายนอก ก็จะไม่ได้งบประมาณ

มหาวิทยาลัยบอร์กโดซ์หลายแห่งจากที่เคยแยกกันอยู่ แยกกันทำหลักสูตร จึงวางแผนควบรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อความอยู่รอด โดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้นในการควบรวมมหาวิทยาลัยที่แตกต่างกันจนสำเร็จในปี 2014 อธิการบดีกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง ยอมสละตำแหน่งเหลือเพียงแค่ตำแหน่งเดียวเท่านั้นเช่นเดียวกับคณบดี หัวหน้าภาค ประธานหลักสูตร ทุกคนมาทำงานร่วมกันได้ ทั้งๆ ที่มาจากต่างมหาวิทยาลัย ต่างสาขา ต่างวัฒนธรรมองค์กร

จากนั้นภายในเวลาอีกไม่ถึง 3 ปี มหาวิทยาลัยบอร์กโดซ์ขึ้นมาติดอันดับโลกจากอันดับที่ 300 มาอยู่ที่อันดับ 190 ในปี 2017 และกลายเป็นมหาวิทยาลัยแรกที่ชนะงบประมาณในโครงการยกระดับมหาวิทยาลัยของรัฐบาลฝรั่งเศส และกลายเป็นมหาวิทยาลัยท็อปเทนของฝรั่งเศสที่พัฒนาเร็วที่สุด

แม้ว่าฝรั่งเศสจะเปลี่ยนประธานาธิบดี แต่ก็ไม่มีใครเปลี่ยนหรือยุบโครงการลงทุนทางการศึกษาเพื่ออนาคตฝรั่งเศส แม้จะมาจากต่างพรรค ต่างอุดมการณ์ ยังคงสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่

วันนี้ความกล้าหาญของผู้นำฝรั่งเศสและความเสียสละของผู้นำมหาวิทยาลัยและคณาจารย์ ได้เปลี่ยนให้มหาวิทยาลัยของฝรั่งเศส เช่น มหาวิทยาลัยบอร์กโดซ์ รอดพ้นจากการถูกดิสรัปชั่น กลับมาเข้มแข็ง เป็นดินแดนแห่งนวัตกรรม ก็เพราะ “กล้าจริง”

ข่าวอื่นๆ