เรียนรู้จากพ่อ สู้ในยุคดิสรัปชั่น

วันที่ 15 ต.ค. 2561 เวลา 07:30 น.
เรียนรู้จากพ่อ สู้ในยุคดิสรัปชั่น
ในยุคดิสรัปชั่นที่การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คนรุ่นใหม่จึงต้องเรียนรู้จากในหลวงรัชกาลที่9 ถึงจะเอาตัวรอดได้

*******************************

โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานสถาบันนวัตกรรมชุมชนอัจฉริยะ และอธิการบดี สจล.

ครบรอบ 2 ปี วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พสกนิกรชาวไทยมิเคยได้ลืมเลือนพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็น “นายช่างของแผ่นดิน” และ “บิดาแห่งนวัตกรรม” ทรงเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทรงสอนให้คนไทยมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และรู้จักประยุกต์ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์มาเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ

คนไทยทุกคนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ควรยึดถือเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุด เพื่อช่วยสร้างชาติไทยให้พัฒนาอยู่รอดได้ในโลกยุคหักศอก หรือยุคเปลี่ยนแปลงแบบดิสรัปชั่น (Disruption) เพราะพระองค์ท่านทรงเป็นต้นแบบของ Disruptor คือ ผู้เปลี่ยนแปลง ผู้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ผู้กล้าแก้ปัญหา ผู้ทำให้ประจักษ์เป็นต้นแบบ ถือเป็นที่สุดของนักเปลี่ยนแปลง

ดังที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพิจารณาปัญหาน้ำท่วมหนักกรุงเทพฯ ในปี 2538 ที่เกิดความสูญเสียมากมาย จึงมีพระราชดำริ “โครงการแก้มลิง” เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยใช้พื้นที่ให้เป็นอ่างเก็บน้ำช่วยกันรองรับน้ำไว้เมื่อคราวฝนตกหนัก จนระดับน้ำในแม่น้ำหรือคลองขึ้นสูง และเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำ คลอง ลดต่ำลงจึงค่อยระบายน้ำออกไป

โครงการแก้มลิงสามารถทำได้ตั้งแต่ขนาดใหญ่ เช่น อ่างเก็บน้ำ ฝาย ทุ่งเกษตรกรรม หรือขนาดกลาง เช่น หนอง บึง จนถึงแก้มลิงขนาดเล็ก ซึ่งอาจเป็นลานจอดรถ สนามเด็กเล่น หรือพื้นที่ว่างเปล่า ซึ่งอาจเป็นพื้นที่สาธารณะ หรือพื้นที่เอกชนก็ได้

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในหลายบริเวณ เนื่องจากถูกล้อมด้วยคลองและคูน้ำธรรมชาติ ซึ่งมีระดับสูงจนเอ่อล้นเมื่อฝนตกหนัก ยิ่งพื้นที่ของมหาวิทยาลัยอยู่ต่ำและทรุดตัวต่อเนื่องมายาวนาน จนต่ำกว่าระดับน้ำโดยรอบ น้ำจึงทะลักเข้าสู่พื้นที่ จึงนำพื้นที่ที่ถูกปล่อยรกร้างรอการพัฒนาในอนาคตมาปรับเป็นโครงการแก้มลิงรับน้ำจากคูคลองที่เอ่อล้น ช่วยลดระดับน้ำที่อาจเข้าท่วม นอกจากนี้ยังได้ปรับเป็นพื้นที่สวนสาธารณะขนาดย่อมให้นักศึกษาได้พักสายตา พักผ่อนหย่อนใจ เพื่อรอการพัฒนาต่อในอนาคต

การน้อมนำโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้นั้นได้ผลจริง แก้ปัญหาได้ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

นอกจากนี้ยังมีทั้งกังหันน้ำชัยพัฒนา ฝนหลวง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ และอีกมากมาย ทุกโครงการถูกนำมาใช้ได้จริง เพื่อแก้ปัญหาของประเทศชาติและประชาชน จนกลายเป็น “งานวิศวกรรมเปลี่ยนโลก”

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดงานด้านวิศวกรรม นวัตกรรม และเทคโนโลยีมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงสอนให้เราต้องรู้จักช่างสังเกต ต้องเรียนรู้จนเข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้ ต้องมีหากระบวนการแก้ปัญหาอย่างมีตรรกะ สร้างสรรค์ ปฏิบัติ มุ่งมั่นจนสำเร็จ

ความสำเร็จของการสร้างความเปลี่ยนแปลงจึงไม่ใช่แค่การจินตนาการ แต่ต้องเป็นการกล้าลงมือทำ จนสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง ซึ่งในโลกยุคดิสรัปชั่นที่การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คนรุ่นใหม่จึงต้องเรียนรู้จากพ่อ ถึงจะเอาตัวรอดได้

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต