เวลาสำคัญไฉน

วันที่ 14 พ.ย. 2560 เวลา 08:05 น.
เวลาสำคัญไฉน
โดย...ปกรณ์ นิลประพันธ์

การที่มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติไว้ตอนหนึ่งว่ารัฐพึงกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายให้ชัดเจนนั้น

ถ้าอ่านแบบผ่านๆ โดยไม่คิดอะไรก็จะเข้าใจไปว่าไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ แถมไม่มันเท่าบทบัญญัติในหมวดอื่นๆ ที่ทำให้คนช่างฝันสามารถ "จินตนาการ" ไปได้ต่างๆ นานา ว่าเมื่อเลือกตั้งแล้ว พรรคไหนจะได้เข้ามาเท่าไร ใครจะรวมกับใคร ใครจะเป็นนายกฯ ฯลฯ

แต่จริงๆ แล้วบทบัญญัตินี้มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนมากนะครับ ว่าง่ายๆ คือถ้ากฎหมายกำหนดแต่ขั้นตอนต่างๆ ไว้ แต่ไม่กำหนดว่าใครต้องทำอะไรภายในเวลาเท่าไร การทำงานตาม ขั้นตอนต่างๆ เหล่านั้นก็จะมีลักษณะเป็นการทำงานแบบ "ลมโชย" คือทำไปเรื่อยๆ คนเดือดร้อนก็คือพี่น้องประชาชนนะครับ เพราะเป็นผู้ที่ต้องทำตามกฎหมาย

ถ้าเป็นเรื่องที่มีการร้องเรียนหรือฟ้องร้องกัน การไม่กำหนดเวลาดำเนินการก็ทำให้คนถูกกล่าวหาตกนรกทั้งเป็นได้ง่ายๆ เพราะเมื่อไรเรื่องหรือคดีจะจบจะสิ้นกันเสียทีก็ไม่รู้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้ความกันไม่รู้เท่าไร

บางทีสู้กันเป็นหนี้หัวโตเพื่อรักษาเกียรติยศ บ้างผู้ถูกกล่าวหาตายไปแล้วเรื่องยังไปไม่ถึงไหนก็มี ทิ้งเรื่องที่ถูกร้องเรียนหรือฟ้องร้องให้เป็นประวัติเสียติดค้างคาไปถึงลูกหลานเพราะความจริงยังไม่ปรากฏกันเยอะแยะไป สร้างบาปสร้างกรรมนะครับนี่

ดังนั้น ยิ่งบ้านเราให้น้ำหนักกับความสะดวกในการกล่าวหา จึงยิ่งต้องใส่ใจในการกำหนดเวลาในการพิสูจน์ทราบว่าใครถูกใครผิดไว้ให้ชัดเจนเป็นของคู่กันด้วย ไม่งั้นสังคมคงอลเวงกันไปหมด งานการไม่ต้องทำกันพอดี กลัวถูกกล่าวหา กลัวเป็นคดี กลัวเสียชื่อเสียง ทำงานไปวันๆ ดีกว่า ชั่วไม่มี ดีไม่ปรากฏ ถ้าเช่นนี้ประเทศไม่ต้องไปไหนกัน

ถ้าเป็นเรื่องการขออนุมัติอนุญาตจากทางราชการแล้วไม่มีกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไว้ คนขออนุญาตเขาก็จะไม่รู้ว่าเขาจะรู้ผลเมื่อไร เขาก็เสียหาย ยิ่งถ้าเป็นการขออนุมัติอนุญาตที่เกี่ยวกับการทำสัมมาอาชีวะหรือประกอบธุรกิจนี่ชัดเจนมาก เพราะการจะทำมาหากินอะไรนี่ต้องมีการลงทุน ต้องมีการวางแผน

ถ้ามันไม่เป็นไปตามแผนหรือผิดแผนมากๆ นี่ต้นทุนดำเนินการมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ไหนจะเสียโอกาสในทางธุรกิจอีก เพราะเวลาที่เดินไปเรื่อยๆ นี่เขาอาจเสียเปรียบคู่แข่งทางการค้าได้ โบราณว่ากว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้เสียแล้ว

ดังนั้น ทิศทางการร่างกฎหมายของโลกปัจจุบันจึงให้ความสำคัญกับ "ข้อมูลที่เป็นจริง" (Evidence based) เพื่อ "สร้างขั้นตอนเพียงเท่าที่จำเป็น" และ "กำหนดเวลาในการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน" ครับ

OECD นี่ถึงขนาดออก Standard Cost Model (SCM) ขึ้นเป็นแนวทางการคำนวณต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎหมายของประชาชน (Compliance Cost) ไว้เป็นคู่มือประกอบการกำหนดขั้นตอนต่างๆ ของผู้เสนอกฎหมายทางธุรกิจไว้เป็นเรื่องเป็นราว โดยเขาเอาเวลาในแต่ละขั้นตอนเป็นตัวคำนวณด้วย

เห็นไหมครับว่าเรื่องการกำหนดเวลาในกฎหมายนี่กระทบต่อประชาชน จังๆ เลย แถมตีชิ่งไปที่ความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วย จึงต้องคิดให้รอบคอบ มโนเอาแบบเดิมๆ ไม่ได้แล้ว

เรามาสนใจเรื่องพรรค์นี้บ้างดีกว่าไหมครับ?