"รื้อประมูลรถไฟทางคู่" ประหยัดงบ-คืนความเป็นธรรม

วันที่ 23 มี.ค. 2560 เวลา 15:01 น.
"รื้อประมูลรถไฟทางคู่" ประหยัดงบ-คืนความเป็นธรรม
เฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

ในที่สุด...

รื้อประมูลรถไฟทางคู่ไม่เสียของ!

การประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือซุปเปอร์บอร์ดกับคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือบอร์ด ร.ฟ.ท. เพื่อหาข้อยุติการประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่ 5 โครงการ เมื่อวานนี้ (22 มีนาคม 2560) ได้ผลสรุปว่า ที่ประชุมมีมติให้ ร.ฟ.ท.จัดทำข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง (Terms of Reference หรือทีโออาร์) ขึ้นมาใหม่แทนทีโออาร์เดิมที่ถูกกล่าวหาว่ากีดกันผู้รับเหมาขนาดกลาง และมีการล็อกสเปกเครื่องมืออุปกรณ์ก่อสร้างทางรถไฟรวมทั้งระบบอาณัติสัญญาณให้ผู้ผลิตบางราย โดยทีโออาร์ใหม่จะทำให้เกิดความเป็นธรรมดังนี้

1. เปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาขนาดกลางเข้าร่วมประมูลได้

ทีโออาร์ใหม่จะแยกงานระบบอาณัติสัญญาณออกจากงานโยธา โดยให้ประมูลแยกต่างหากรวม 3 สัญญา อีกทั้ง จะแบ่งงานโยธาออกเป็นตอนๆ รวม 10 ตอน หรือ 10 สัญญา ดังนั้น จำนวนสัญญาทั้งหมดจะเพิ่มเป็น 13 สัญญา จากเดิมซึ่งมีเพียง 5 สัญญา เท่านั้น ทำให้วงเงินค่าก่อสร้างของแต่ละสัญญาลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ทีโออาร์ใหม่จะกำหนดประสบการณ์ของผู้รับเหมาลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 15% เป็น 10% ของมูลค่าโครงการ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้รับเหมาขนาดกลางเข้าร่วมประมูลได้ เนื่องจากมูลค่าโครงการและการกำหนดให้ประสบการณ์ของผู้รับเหมาลดลงนั่นเอง

2. ไม่ล็อกสเปกให้ผู้ผลิตเครื่องมืออุปกรณ์

ทีโออาร์เดิมมอบหมายให้ผู้รับเหมาไปจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ก่อสร้างทางรถไฟโดยใช้เงินของ ร.ฟ.ท. แล้วนำไปใช้ในการก่อสร้างทางรถไฟโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็ส่งมอบคืนให้ ร.ฟ.ท. โดยมีการกำหนดสเปกของเครื่องมืออุปกรณ์ดูเสมือนว่าเจาะจงไปที่ผู้ผลิตรายหนึ่ง ทำให้ถูกกล่าวหาว่าล็อกสเปกให้ผู้ผลิตรายนั้นหรือไม่ อีกทั้ง ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับเหมา เนื่องจากผู้รับเหมาไม่ต้องใช้เงินตัวเองในการจัดซื้อเครื่องอุปกรณ์เหล่านั้น ด้วยเหตุนี้ ทีโออาร์ใหม่จะกำหนดให้ผู้รับเหมาไปจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์โดยใช้เงินของผู้รับเหมาเอง เพราะผู้รับเหมาจะต้องใช้ในงานก่อสร้างอยู่แล้ว

3. ปิดหนทางการใช้ระบบอาณัติสัญญาณล็อกสเปกผู้รับเหมา

ทีโออาร์เดิมได้รวมงานโยธาและงานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณไว้ด้วยกัน โดยกำหนดให้ผู้รับเหมาที่จะเข้าร่วมประมูลจะต้องมีหนังสือรับรองจากผู้ผลิตระบบอาณัติสัญญาณว่ายินดีจะขายและติตตั้งระบบอาณัติสัญญาณให้ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตเลือกออกหนังสือรับรองให้ผู้รับเหมารายใดก็ได้ เช่น อาจจะออกหนังสือรับรองให้เฉพาะผู้รับเหมาขนาดใหญ่เท่านั้น ทำให้ผู้รับเหมาขนาดกลางไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้ ถือเป็นการล็อกสเปกผู้รับเหมาอย่างแยบยล ด้วยเหตุนี้ ทีโออาร์ใหม่จึงแยกการติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณออกจากงานโยธาเพื่อขจัดปัญหาดังกล่าว

จะเห็นได้ว่าการทำงานของซุปเปอร์บอร์ดเพียงระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ น่าชื่นชมยิ่งนัก ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างรถไฟทางคู่ และจะเป็นแรงกระตุ้นการพัฒนาอุตสาหกรรมการก่อสร้างของไทย เนื่องจากจะทำให้การประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่มีการแข่งขันทั้งด้านราคาและคุณภาพกันอย่างจริงจัง

ผลงานครั้งนี้สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานในการประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่อีกจำนวนมากได้เป็นอย่างดี ไม่เสียทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) ได้ควานหาตัวและมอบความไว้วางใจให้มาช่วยงานสำคัญของประเทศ

ทีโออาร์ใหม่ที่ซุปเปอร์บอร์ดได้เป็นข้อสรุปนั้นช่างแตกต่างกับคำชี้แจงของนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 เสียเหลือเกิน กล่าวคือ นายอานนท์ฯ ชี้แจงสรุปได้ว่าทีโออาร์เดิมดีและเหมาะสมอยู่แล้ว ถ้าจะเปลี่ยนใหม่ เช่น แบ่งงานก่อสร้างออกเป็นตอนๆ หรือแยกงานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณออกจากงานโยธาจะก่อให้เกิดความยุ่งยาก วุ่นวาย และจะต้องเสียค่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพิ่มขึ้น ถึงเวลานี้ไม่รู้ว่านายอานนท์ฯ จะรู้สึกอย่างไร จะมองหน้าซุปเปอร์บอร์ดติดหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ผมรู้สึกเห็นใจนายอานนท์ฯ ยิ่งนัก เพราะท่านต้องรับภาระหนักมาก กล่าวคือ เป็นทั้งรักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. บอร์ด ร.ฟ.ท. และรองอธิบดีกรมทางหลวง หรือต้องรับหน้าที่สำคัญถึง 3 ตำแหน่ง ในเวลาเดียวกัน ทำให้การบริหารงานในฐานะรักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.ไม่ดีพอ และมีเสียงสะท้อนมาจาก ร.ฟ.ท.ว่ามีงานคั่งค้างจำนวนมาก ที่สำคัญ งานบางอย่างแทบหยุดชะงักไปเลยทีเดียว

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอเรียนเสนอท่านนายกฯ ให้พิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่มีความพร้อมที่จะทำงานให้ ร.ฟ.ท.ในฐานะรักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. อย่างเต็มที่และทุ่มเทเต็มเวลา ก่อนที่จะมีผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.ตัวจริง โดยท่านนายกฯ อาจจะพิจารณาเลือกจากซุปเปอร์บอร์ด หรือบอร์ด ร.ฟ.ท. หรือคนใน ร.ฟ.ท. ก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน ร.ฟ.ท. ซึ่งเป็นองค์กรที่มีเมกะโปรเจกต์หลายโครงการ

ทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้มีอคติกับนายอานนท์ฯ เพียงแต่เป็นห่วงงานสำคัญของประเทศเท่านั้น