กระแสขุ่นเคือง"นักท่องเที่ยวจีน"ของคนไทย

วันที่ 27 ก.ค. 2559 เวลา 14:25 น.
กระแสขุ่นเคือง"นักท่องเที่ยวจีน"ของคนไทย
เฟซบุ๊ก Kornkit Disthan

ผมเคยเขียนเรื่องทัวร์จีนมาไม่รู้กี่หน คิดว่าจะวางมือแล้วแต่คราวนี้มีเวรกรรมต้องเขียนอีก เพราะดูท่าแล้วจะบานปลาย

เรื่องที่คนจีนงอนเป็นเรื่องเก่าแล้วเพียงแค่หยิบขึ้นมาพูดอีกครั้ง ดูแหล่งข่าวแล้วก็งงเพราะเป็นสื่อในไทยนี่เอง ผมตามสื่อจีนอยู่ตลอดไม่เห็นกระแสต้านคนไทยได้ยินแต่คนชมว่าเมืองไทยดีอย่างโน้นอย่างนี้ คนไทยนิสัยดีกับคนจีน ภาพลักษณ์เมืองไทยและคนไทยในสายตาคนจีนนั้นดีมากๆ เมืองไทยติดอันดับ 1 กับ 2 ทุกครั้งที่มีการจัดอันดับสถานที่คนอยากไป ไม่ใช่เพราะทัวร์ไทยราคาถูกเท่านั้น แต่เพราะความสวยงาม ความสนุก และนิสัยใจคอคนไทย ข้อหลังนี่คนจีนเขาชมชอบกันมาก

แต่ภาพลักษณ์คนจีนในสายตาคนไทยกลับเลวร้ายมาก บางกรณีผมเห็นคนจีนถูกดูหมิ่นเหยียดหยามอย่างไร้เหตุผลทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด แค่เป็นคนจีนก็ถูกหมั่นไส้เสียแล้ว

เหตุผลประการหนึ่งคือมารยาท ผมขอสรุปคำพูดของ Arthur Henderson Smith ที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมจีนอย่างลึกซึ้งเขาบอกว่า "คนจีนขาดจิตสำนึกสาธารณะ" ซึ่งคนจีนเองก็ยอมรับ และพยายามเปลี่ยนแปลงจุดนี้ สาเหตุที่ขาดจิตสาธารณะผมคาดว่าเพราะความโกลาหลการเมือช่วง 50 ปีที่มีการ "ล้าง" วัฒนธรรมครั้งใหญ่หลายรอบ

อีกเหตุผลคือเชื่อกันว่าทัวร์จีนมาแล้วไม่จ่ายเงิน คือพวกตาสีตาสาชาวบ้านแรงงานหรือพวกมัธยัสถ์สุดๆที่มาเที่ยวไทยกันมากผ่านทัวร์ศูนย์เหรียญ ชาวบ้านกับคนเมืองจนๆ พวกนี้ถูกทัวร์เหมามาเที่ยวมาในราคาถูกโดยไม่มีการเตรียมตัวอะไร มาถึงก็แห่ๆ กันเที่ยว แห่ๆ กันกิน ไม่ใช่จ่ายมากมายอะไร แถมเงินจากทัวร์ไม่ตกถึงไทยเพราะเอเย่นต์ที่จีนเหมากินเรียบไปแล้ว ตกมาถึงนายหน้าในไทยแค่นิดๆ หน่อยๆ

หากเราจะคิดหากินกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภาครัฐต้องเร่งกำจัดทัวร์ศูนย์เหรียญโดยหารือกับทางการจีน เชื่อผมเถอะทางนั้นเขาก็อยากให้วินวินเหมือนกัน ในบ้านเราต้องกำจัดพวกนอมินีต่างชาติทุกประเภท ทั้งพวกโรงแรม ร้านอาหาร ของฝาก และปกป้องธุรกิจของคนไทยในภาคท่องเที่ยวพวกนอมินี ผมถือเป็นกาฝากของประเทศ ซ้ำยังทำให้ความสัมพันธ์สั่นคลอน ต้องจัดการให้เด็ดขาด

ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญจะเอาแต่ชี้หน้าดาจีนไม่ได้ ทางการไทยต้องรีบจัดการโดยด่วน อย่าเอาแต่ใช้เงินหลวงไปโฆษณาเที่ยวไทยแล้วให้คนนอกมาคาบไปรับประทานอย่างเดียว ขณะเดียวกันเราจะไปโทษตาสีตาสาที่มากับทัวร์ศูนย์เหรียญไม่ได้ทั้งหมด ต้องอย่าลืมว่าพวกนี้ก็ชาวบ้านธรรมดา เหมือนคนไทยตามต่างจังหวัด เห็นเมืองไทยสวยงามก็อยากจะเที่ยวแต่ทุนทรัพย์มีน้อย การศึกษาก็มีไม่มากนัก

แล้วอย่าคิดว่าคนจนในจีนเที่ยวนอกแล้วจะมาแต่ไทยนะครับ พวกทัวร์ศูนย์เหรียญระบาดไปทั่วเอเชีย แม้แต่จัดไปยุโรปก็ยังได้ แต่ก่อนไปแผลงฤทธิ์ก็มาก ตอนนี้เพลาๆ ลงมากแล้ว

เรื่องการให้ข้อมูลมารยาทไทยผมเคยเสนอไปให้มีการจัดทำข้อมูลเรื่อง Do and Don't เกี่ยวกับตามสื่อต่าง อัดเข้าสมองกันตั้งแต่นั่งเครื่องกันเลยยิ่งดี ซึ่งตอนนี้ก็เห็นทำกันอยู่ผลลัพธ์ก็ดีขึ้น ยิ่งทำเยอะยิ่งดี เพราะผมคิดว่าการทำพีอาร์ท่องเที่ยวไทยยังขาดเรื่อง Spirits of Thailand คนต่างชาติไม่เข้าใจว่า จิตวิญญาณของไทยเป็นอย่างไร คนไทยมีโลกทัศน์อย่างไร มีมารยาทอย่างไร (รู้กันแค่ไหว้กับห้ามจับหัว) สังเกตนะครับว่าเรารู้จิตวิญญาณของญี่ปุ่น ของเกาหลี แม้แต่จีนเราก็รู้ แต่เราล่ะรู้ซึ้งในจิตวิญญาณความเป็นไทยหรือไม่  ถ้าเราไม่รู้แล้วต่างชาติจะรู้ได้อย่างไร? เรื่องนี้ต้องหันมาพีอาร์ให้กว้างขึ้น หาไม่แล้วทัวร์จีนก็จะพากันมาดูแต่โชว์กลางคืน แล้วถูกพวก Tout ต้อนไปดูดเงิน ไม่เจออะไรที่เป็นไทย จึงปรับตัวเข้ากับไทยไม่ได้

ไอ้จำพวกกเฬวรากก็มีไม่น้อย ผมเองก็เคยเจอ วิธีจัดการก็ไม่ยากคือเขาไปบอกตรงๆ ใช้ภาษาไทยนี่แหละครับ ถ้ากลัวก็แจ้งเจ้าหน้าที่ไป ถ้ายังไม่เชื่อฟังค่อยถ่ายคลิปเป็นหลักฐานไว้ให้สื่อที่เชื่อถือได้จะดีมาก อย่าไปโพสต์เองเพราะบางเรื่องต้องอาศัยการถ่วงดุลข้อมูล ไม่เฉพาะแต่คนจีนครับทุกเรื่องนั่นแหละ การแอบถ่ายคลิปหรือภาพนิ่งสร้างปัญหามาเยอะแล้ว โดยเฉพาะเรื่องเงิบๆ

ทางการจีนจัดการพวกนี้อย่างเด็ดขาดไปแล้วทุกรายเท่าที่ผมตามข่าว อย่างเบาะๆ คือขึ้นบัญชีดำอย่างสาหัสคือห้ามออกนอกประเทศอีก ทุกวันนี้ทางการจีนแจกคู่มือให้ทัวร์เวลาไปนอก ส่วนจะอ่านกันหรือไม่นั้นผมไม่ทราบ แต่อนุมานเอาได้จากประสบการณ์ส่วนตัว จากที่เจอทัวร์จีนนิสัยเสีย โหวกเหวก ก็เริ่มเจอที่สงบเสงี่ยมมากขึ้น

พวกทัวร์ชาวบ้านก็เรื่องหนึ่ง อีกส่วนใหญ่ๆที่เหลือคือทัวร์มีเงิน ทัวร์วัยรุ่นแบบแบกเป้แต่มีกำลังซื้อ กับทัวร์ฮิปสเตอร์ (จีนเรียกว่าพวกเหวินอี้ชิงเหนียน ที่ชอบเชียงใหม่กับปายและมุมฮิปในกรุงเทพฯเอามากๆ) พวกนี้กำลังขยายตัวมากขึ้น มาเที่ยวเองแบบฮิปๆ ไม่โวยวาย ไม่มือบอน และปรับตัวได้ดีมาก ที่สำคัญจ่ายไม่อั้น คนพวกนี้แหละครับที่ไปชมเมืองไทยกันตามฟอรั่มต่างๆ ถามว่าเวลาเราชิงชังคนจีนนิสัยไม่ดี เราจำเป็นต้องเหมารวมพวกเขาเหล่านี้ด้วยหรือ? ที่ถามเพราะว่าผมเห็นพฤติกรรมคนไทยทำไม่ถูกต้องกับพวกเขามาแล้ว

ผมไปไหว้พระที่วัดพระแก้วบ่อยๆ เป็นที่รู้กันว่าวัดพระแก้วเป็นแหล่งทัวร์ลงวันหนึ่งๆ เป็นหมื่นๆ ช่วงแรกๆ เจอจีนหยาบคายเยอะแยะจนเพลีย ผมต้องคอยเตือนอยู่บ่อยๆ จนครั้งหลังๆ ไม่กี่เดือนมานี้พฤติกรรมคนจีนเปลี่ยนไปพอควรเลย ถึงขนาดรู้ว่าไหว้ให้นอบน้อมทำอย่างไร บางคนมาไหว้พระด้วยใจจริง ผมเห็นแล้วก็มักส่งยิ้มให้ ผมเห็นคนไทยบางคนเก็บขยะบนพื้นแล้วเดินไปเก็บทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง คนจีนเห็นแล้วก็เก็บขยะตัวเองไม่ทิ้งตามใจฉันอีก

เมื่อ 2 ปีก่อนผมเคยไปฉะจีนที่เชียงใหม่มาครั้งหนึ่งฐานปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องในวัดวาอาราม จนพวกเขาต้องทำตามคำสั่งกันเลิกลั่ก แต่มาคิดดูอีกทีผมหยาบคายกับพวกเขาเกินไป แทนที่จะเตือนดีๆ กลับใช้โทสะเป็นที่ตั้งเพราะความหวงสถานที่อันงดงามของที่นั่น ที่เล่าเรื่องนี้เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ว่าเวลาพบเจอพฤติกรรมไม่ดีให้ตักเตือน แต่ควรเตือนด้วยสติและเมตตา

ตอนไปเชียงใหม่ครั้งล่าสุด เดชะบุญไม่เจอทัวร์จีนนิสัยเสีย แอบสังเกตว่าพ่อค้าแม่ขายก็บริการคนจีนกันดี แต่ตอนที่กำลังสวดมนต์ในวิหารลายคำอยู่นั้น ดันเจอทัวร์ไทยพาฝรั่งมายืนค้ำหัวตะโกนบรรยายซะดังลั่นไม่เกรงใจใคร ในใจผมขุ่นมากๆ ที่เป็นคนไทยแท้ๆ กลับไม่บอกให้แขกบ้านแขกเมืองปฏิบัติตัวให้สำรวมในวิหารพระสิงห์อันศักดิ์สิทธิ์

ผมจึงตระหนักได้ว่า ไอ้ความไม่เจริญด้านจิตวิญญาณของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยนั้นส่วนหนึ่งเป็นน้ำมือของคนไทยเราเองด้วย

ก่อนจะเขียนเรื่องนี้ผมโทรไปหามิตรสหายที่เชียงใหม่เรื่องกระแสขุ่นเคืองกับพฤติกรรมคนจีน เขาบอกว่าได้ไปคุยกับผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ขาย ก็ไม่เห็นใครบ่น ทั้งยังยินดีต้อนรับ บางรายบอกว่าขาดนักท่องเที่ยวจีนไม่ได้ แต่ผมได้ยินแล้วสับสนเล็กน้อยเพราะความเห็นในโลกออนไลน์กับคนข้างนอกมันต่างกันแบบหน้ามือกับหลังมือ

แต่เข้าใจว่าโลกมันมีเหรียญสองด้านเสมอ

การแสดงความเห็นอย่างดุเดือดต่อทัวร์จีนก็ดีไปอย่าง พี่น้องชาวไทยจะได้ระบายความอัดอั้นตันใจออกมา ขออย่างเดียวว่าอย่าไปด่าเขาเยอะ ควรจะวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์จะดีมากจะได้วินวินด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย อีกอย่างคนทำไม่ดีไม่กี่คนไปเหมารวมมันไม่ถูกไม่ใช่กลัวกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรอกครับ ผมสงสารคนจีนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ด้านหนึ่งก็เข้าใจหัวอกคนไทยด้วยกัน

ป.ล. จีนมีปัญหาเรื่องการประชาสัมพันธ์ ดังจะเห็นได้จากข้อมมูล "วิงวอน" ให้คนไทยเข้าใจคนจีนของ ThaiCCTV กลับกลายเป็นแกมขู่เสียอย่างนั้น ผมเห็นแล้วไม่รู้จะหัวเราะหรือเพลียใจดี ข้อเท็จจริงก็คือ เจ้าของโพสต์เขียนไว้ต่างกรรมต่างวาระ เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องหนึ่ง กับเล่าเรื่องสถานการณ์ความสัมพันธ์จีน-เพื่อนบ้านเรื่องหนึ่ง แล้วทาง ThaiCCTV นำมารวมกันโดยพลการ ทำให้เกิดความเข้าใจไขว้เขวครับ ทางที่ดีควรอ่านเฉพาะช่วงแรก ช่วงที่ดูเหมือนขู่ให้ละไว้ เพราะเขียนคนละช่วงเวลา

ที่มาจากเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/kornkitd/posts/10153616586886954

  

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต