การเลี้ยงสัตว์ป่ากำลังเป็นจุดอ่อนของคนไทย

วันที่ 26 มิ.ย. 2559 เวลา 11:26 น.
การเลี้ยงสัตว์ป่ากำลังเป็นจุดอ่อนของคนไทย
เฟซบุ๊ก คนอนุรักษ์

คนไทยกำลังนิยมเลี้ยงสัตว์ป่ามากขึ้น...

ทำไมการตรวจสอบการเลี้ยงสัตว์ป่าของวิกรม ถึงมีความสำคัญ มันน่าแปลกที่การเลี้ยงสัตว์ป่าของวิกรมปรากฏออกสื่อต่างๆ มากมายมานานหลายปีแล้ว แต่กลับไม่มีใครคิดว่ามันเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ตรงกันข้ามกลับมีทัศนคติชื่นชมที่คนสามารถเลี้ยงสัตว์ป่าเหล่านี้ได้

การเลี้ยงสัตว์ป่า กำลังเป็นค่านิยมที่ได้รับการยอมรับมากขึ้น ทั้งเลี้ยงโดยอ้างว่ารักสัตว์ เพื่อแสดงว่าตัวเองมีจิตใจเอื้อเฟื้อ ดีงาม เลี้ยงสัตว์ป่าหายาก แปลกๆ เพื่อแสดงถึงความโดดเด่นและบุคลิกภาพของตัวเอง เลี้ยงสัตว์ป่าดุร้ายเพื่อแสดงถึงบุญญาบารมี เลี้ยงสัตว์ป่าขนาดใหญ่เพื่อแสดงถึงฐานะและความยิ่งใหญ่ เลี้ยงสัตว์ป่าสวยงามเพื่อเป็นเครื่องประดับ "รับแขก" ประจำบ้าน

แต่การเลี้ยงสัตว์ป่าให้เชื่องได้จะต้องเลี้ยงสัตว์ป่านั้นตั้งแต่ยังเล็กๆ ซึ่งการได้สัตว์ป่าเล็กๆ มานั้นคือ ต้องพรากมันมาจากพ่อแม่ของสัตว์ป่า บางชนิดต้องฆ่าแม่เพื่อให้ได้ลูก ซึ่งเป็นกระทำที่โหดเหี้ยม และส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าเป็นอย่างมากเพราะบางชนิดมีใช้เวลานานเป็นปีกว่าจะได้ลูกแต่ละตัว

การเลี้ยงสัตว์ป่ากำลังถูกทำให้เป็นเรื่องที่มีเหตุผลเหมาะสม และทึกทักเอาว่าสัตว์ป่ามีความสุขเมื่ออยู่กับคน (แม้ว่าจะผิดกฎหมาย) โดยอ้างเรื่องป่าถูกทำลายจนไม่มีที่อยู่อาศัย สัตว์ป่าถูกล่าเป็นข่าวทุกวัน ทั้งๆ ที่ไม่คิดเลยว่าก็เพราะค่านิยมลี้ยงสัตว์ป่านั่นแหละที่ทำให้เกิดการล่าสัตว์ป่า จนเป็นขบวนการใหญ่โต มีทั้งนายพราน นายหน้า พ่อค้าสัตว์ป่า หน้าใหม่หน้าเก่า ทั้งมืออาชีพที่มีเครือข่ายกว้างขวางและมีอิทธิพล ไปถึงหน้าใหม่ที่เปิดขายกันเกลื่อนโซเซียล เชื่อว่ามูลค่าซื้อขายกันรวมๆ เป็นเงินมหาศาล ย้วนยวนให้คนเข้าสู่ขบวนการล่า ซื้อ ขาย สัตว์ป่ามากขึ้นเรื่อยๆ

การเลี้ยงสัตว์ป่า กำลังถูกทำให้เป็นเรื่องป้องกันสัตว์ป่าไม่ให้สูญพันธุ์ และคนสามารถเลี้ยงสัตว์ป่าได้ดีกว่าอยู่ในธรรมชาติ โดยมองที่จำนวนของสัตว์ป่าที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในทางวิชาการอนุรักษ์ป่าแล้วจำนวนที่มากขึ้นอาจไม่มีคุณค่าด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าเลย เพราะปัญหาเรื่องพันธุ์กรรมที่เรียกว่า"เลือดชิด" คือการผสมกันของสัตว์ป่าร่วมพ่อแม่เดียวกัน ซึ่งจะทำให้สัตว์ป่ารุ่นที่ต่อๆ ไปมีปัญหาอาจเกิดความผิดปกติพิการ เช่น เสือนับร้อยตัวที่วัดเสือ จะเป็นเสือที่มีปัญหาทางพันธุ์กรรม ไม่สามารถปล่อยกลับสู่ป่า ไม่สามารถปล่อยให้ขยายพันธุ์เพิ่มได้อีก ต้องเลี้ยงเสือด้วยความเมตตาต่อไปจนมันตาย โดยไม่มีคุณค่าอะไรเลยด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า

การเลี้ยงสัตว์ป่าเป็นมุมมองการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่แยกสัตว์ป่าออกจากระบบนิเวศ เพราะสัตว์ป่าในธรรมชาติล้วนมีบทบาทหน้าที่ในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศร่วมกันกับสัตว์ป่าและพันธุ์พืชอืนๆ ที่วิวัฒนาการมานับพันนับหมื่นปี หรือนับล้านปี

การดึงสัตว์ป่าออกไปเลี้ยงเป็นตัวๆ จึงไม่มีประโยชน์อะไรในการอนุรักษ์ ยกเว้นเป็นหนทางสุดท้ายจริงๆ ซึ่งก็ต้องดำเนินการโดยนักวิชาการสัตว์ป่าไม่ใช่ "นักเลี้ยงหรือพ่อค้าสัตว์ป่า"

การเลี้ยงสัตว์ป่า กำลังถูกทำให้เป็นเรื่องชนชั้น หากคนจนๆ เลี้ยงก็จะถูกจับดำเนินคดี แต่หากเป็นคนรวยเลี้ยงกลับกลายเป็น"รู้เท่าไม่ถึงการณ์" คนรวยมีเมตตาถ้าเป็นคนจนคงจับกินหมด กลายเป็นคนรวยมีอภิสิทธิ์ที่จะเลี้ยงสัตว์ป่า ซึ่งหากมีคนรวยสักหมื่นคน ก็อาจหมายถึงสัตว์ป่านับแสนตัวที่ถูกล่าจากป่ามาเลี้ยงอยู่ตามบ้านคนรวย

การเลี้ยงสัตว์ป่ากำลังเป็นจุดอ่อนของคนไทย เป็นภัยคุกคามความหลากหลายทางชีวภาพของป่าเขตร้อนไทยอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง ป่ากำลังเป็นโรค "ป่าที่ไร้สัตว์ป่า" (Empty forest) มีแต่ต้นไม้แต่ไม่มีสัตว์ป่า

หลายคนคาดการณ์และรู้ดีว่ากรณีวิกรมจะจบลงแบบไหน

แต่ผมก็หวังว่าอนาคตการเลี้ยงสัตว์ป่าจะไม่ใช่ค่านิยมที่เหมาะสมอีกต่อไปแล้วในสังคมไทย....

และนี่คือจุดประสงค์ของผมที่รณรงค์เรื่องนี้

ที่มา www.facebook.com/Khonanurak