ทำไมสหรัฐเดือดร้อนกับ ม.112 นัก

  • วันที่ 26 พ.ค. 2559 เวลา 12:43 น.

ทำไมสหรัฐเดือดร้อนกับ ม.112 นัก

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ผู้เขียนขอยกย่อง “กลุ่มสตรีศรีสยาม” หรือ “ดับเบิ้ลยู ไทยแลนด์” นำโดยคุณพัชรายุ โล่ชนะชัย และคุณชุมศิลป์ โสตถิปรีดาวงศ์ ที่ไปยื่นหนังสือให้เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำไทย ที่ถนนวิทยุ กทม. เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลวอชิงตัน เรียกร้องให้เรียก เกล็น เดวีส์ เอกอัครราชทูตกลับประเทศ โดยระบุว่า เกล็น เดวีส์ ได้พูดเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2559 มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายและขนบธรรมเนียมของไทย ถือเป็นการไม่ใส่ใจต่อธรรมเนียมและมารยาทอันสมควร ไม่ยึดหลักสากล และไม่มีความเป็นกลางทางการเมือง สมควรที่วอชิงตันจะเรียก เกล็น เดวีส์ กลับประเทศและพิจารณาแต่งตั้งบุคลากรที่มีคุณสมบัติเป็นนักการทูตที่ดี ไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย

ผู้เขียนสรุปสาระสำคัญของหนังสือได้เช่นนี้ วันรุ่งขึ้นมีหนังสือพิมพ์ภาษาไทยบางฉบับลงข่าวและภาพคนไทยรอมานานแล้ว และอยากจะไปประท้วงหน้าสถานทูตสหรัฐ แต่ติดขัดที่ไม่มีคนนำและไม่รู้ว่าจะขัดกับประกาศ คำสั่ง คสช.หรือไม่อย่างไร ในที่สุดกลุ่มสตรีศรีสยามซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของคนไทยที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นเสาหลักหนึ่งของชาติไทย ได้ออกมาทำหน้าที่แทน ในขณะที่บุรุษแห่งสยามได้แต่เก่งทางโพสต์ข้อความในสื่อออนไลน์

ผู้อ่านไม่ต้องกลัวจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง เพราะการประท้วงด้วยการยื่นหนังสือแค่นี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ คนไทยมีวัฒนธรรมและความเจริญทางจิตใจมากพอที่จะไม่กระทำการรุนแรง เช่น ชุมนุมเดินขบวนขับไล่ ขว้างปา เผาธงชาติ ฯลฯ ส่วนการเรียกร้องให้วอชิงตันเรียก เกล็น เดวีส์ กลับไป เราเองก็รู้ว่าเป็นไปได้ยาก สองประเทศตัดกันไม่ขาด เพียงแต่เป็นการแสดงออกที่สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยเสียใจอย่างยิ่งที่ทูตอเมริกันพูดจาจาบจ้วงสถาบันสูงสุดของเรา

ในเมื่อทุกประเทศรวมทั้งสหรัฐต่างก็มีกฎหมายปกป้องประมุขของประเทศ การที่ไทยมีกฎหมายอาญา มาตรา 112 ปกป้ององค์พระประมุขของประเทศ ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับประเทศอื่นเลย และไทยใช้กฎหมายนี้อย่างระมัดระวังมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีมาตรการที่เข้มงวด ยิ่งระยะหลังที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องมาตรา 112 มาจากต่างประเทศ การใช้มาตรานี้จำต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

สำหรับคนที่ถูกกล่าวหาด้วย มาตรา 112 นั้น หากไปดูประวัติแต่ละคน เรียกว่าสมควรจะใช้มาตรา 112 จริงๆ คนไทยไม่รู้ว่าคนพวกนี้มีปัญหาอะไรกับสถาบันสูงสุด แต่ก่อนนั้นก็ไม่เคยมี เพิ่งจะมามีปัญหาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี่เอง ซึ่งเป็นสิบปีที่นักการเมืองกลุ่มหนึ่งมองว่า สถาบันสูงสุดเป็นอุปสรรคต่อความทะเยอทะยานทางการเมืองของตน บางคนสารภาพว่า นักการเมืองบางพวกโดยเฉพาะอดีตคน 6 ตุลาที่เข้าป่าบางคน มีความพยายามลดความสำคัญของสถาบันจริง แต่จะใช้ประชาชนเป็นตัวเคลื่อนไหวกดดัน รัฐบาล คสช.ที่เข้ามาได้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังกับพวกกระทำผิดมาตรา 112 ถ้าพวกนี้ไม่ถูกจับก็ต้องหนีไปอยู่ในยุโรป อเมริกา ที่ไปไหนไม่รอดก็สุมหัวกันอยู่ในลาว และรอกลับมาเมืองไทยหากพรรคการเมืองที่พวกตนสนับสนุนกลับมีอำนาจอีกครั้ง

การที่พวกนี้ไปดึงเอาอเมริกันมาช่วยเพราะพลังในประเทศไม่แข็งพอ จึงต้องใช้พลังจากนอกประเทศมากดดัน ทูตอเมริกันทั้ง คริสตี เคนนีย์ หรือเกล็น เดวีส์ เป็นคนฉลาด แต่ไม่เฉลียว ก่อนจะมาเมืองไทยก็ได้ศึกษาเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับประเทศไทย และควรตระหนักรู้ว่าไทยกับสถาบันกษัตริย์มีความผูกพันกันอย่างใกล้ชิดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน แล้วทำไมทูตทั้งสองจึงทำเช่นนี้ แสดงว่าเป็นนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศอเมริกันอย่างนั้นหรือ ที่มุ่งจะสนับสนุนนักการเมืองที่ตนหนุนหลังเพราะให้ผลประโยชน์กับอเมริกัน โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ ได้ข่าวว่ากระทรวงกลาโหมอเมริกันไม่เห็นด้วยที่กระทรวงการต่างประเทศมีนโยบายกดดันไทยมากเกินไป โดยเฉพาะไปยุ่งเกี่ยวกับสถาบันสูงสุด เท่ากับผลักดันไทยให้ใกล้ชิดจีนยิ่งขึ้น หรือจะเป็นเพราะล็อบบี้ยิสต์อเมริกันที่ถูกจ้างไว้ทำงานประสบผลสำเร็จในการกดดันกระทรวงการต่างประเทศอเมริกันให้หาทางโค่นล้มรัฐบาล คสช. และลดความน่าเชื่อถือศรัทธาของสถาบันสูงสุดของประเทศ

เวลานี้ รัฐบาลอเมริกันมีเรื่องปวดหัวใหญ่ๆ อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นสงครามสู้กับกลุ่มก่อการร้ายไอเอสในตะวันออกกลาง ปัญหาซีเรีย อิรัก อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย ลิเบีย ปัญหากับรัสเซีย ในเอเชียก็มีปัญหากับจีนที่เป็นมหาอำนาจอันดับต้นๆ ของโลกรองจากสหรัฐ กำลังปวดหัวกับปัญหาเกาหลีเหนือที่ตนใช้ญี่ปุ่นคอยยันไว้ ในทะเลจีนใต้ก็มีปัญหากับจีนที่อ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์ ซึ่งกระทบต่อเส้นทางเดินเรือในทะเลจีนใต้ที่จะผ่านไปสู่มหาสมุทรอินเดียและอ่าวเปอร์เซีย โอบามาเพิ่งเยือนเวียดนามเพื่อเอามาเป็นพวกคานอิทธิพลของจีน ไทยแทบจะไม่สร้างปัญหาให้กับสหรัฐเลย แต่สถานทูต สถานกงสุล ยูเสดอเมริกันกลับเคลื่อนไหวอย่างมากกดดันรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยอ้างประเด็นประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ส่วนเวียดนามซึ่งเป็นประเทศคอมมิวนิสต์และมีปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนมากมาย บารัก โอบามา กลับหลับตาข้างเดียว

แสดงว่าสหรัฐมีชิ้นเนื้อก้อนโตที่เป็น “เดิมพัน” ในไทยสูงมาก สหรัฐอาจมีข้อตกลงลับกับกลุ่มอำนาจเก่าในลักษณะที่ว่า หากทำให้ตนกลับคืนสู่อำนาจได้ สหรัฐจะได้ในสิ่งที่ต้องการ เช่น กลับมาใช้อู่ตะเภาได้สัมปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ฯลฯ

ถ้า ฮิลลารี คลินตัน ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ไทยคงเหนื่อยมากกว่านี้ เพราะนางคนนี้สนิทกับกลุ่มสูญเสียอำนาจในไทยชนิดที่สั่งกันได้ แต่ฮิลลารีก็ต้องมาเจอกับกลุ่มสตรีศรีสยาม

ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2559 ได้กำหนดไว้ชัดเจนให้เป็นหน้าที่ของรัฐและหน้าที่ของประชาชนในการ “พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์” (มาตรา 52) ถ้ารัฐไม่ทำ ประชาชนมีสิทธิฟ้องร้องได้ และกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคนไทยที่จะต้อง “พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุช” (มาตรา 50) และสถาบันนี้ต้องดำรงอยู่อย่างมีเกียรติ ศักดิ์ศรี แม้ไทยเป็นประเทศเล็ก แต่ไทยก็มี “เกียรติภูมิ” ของประเทศที่จะต้องปกป้องเช่นกัน

ข่าวอื่นๆ