เก็บภาษีพระ-วัด

วันที่ 28 พ.ค. 2558 เวลา 13:41 น.
เก็บภาษีพระ-วัด
เฟซบุ๊ก พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

อาตมาภาพ พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท ป.ธ.๗ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องกิจการพระพุทธศาสนา ที่มีโยม ไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน กรณีเก็บภาษีพระและวัดในพระพุทธศาสนา ถ้าท่านสามารถชงเรื่องให้รัฐบาลยอมรับสิ่งที่อาตมาจะเสนอต่อไปนี้ได้ทุกข้อ ตัวอาตมานั้นบวชเรียนมาตั้งแต่อายุ ๑๒ ขวบ ตอนนี้อายุ ๒๙ ปีแล้ว นับแล้วก็ ๑๗ ปีเต็ม

ตั้งแต่บวชมาจวบจนบัดนี้อาตมาเคยได้รับการถวายปัจจัยจากญาติโยม ซึ่งเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท เพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือโยมพลเอก อาทิตย์ กำลังเอก เป็นคนถวายให้เมื่อครั้งท่านมาเยี่ยมชมวัดเบญจมบพิตรเมื่อหลายปีก่อน ท่านถวายให้อาตมาเพื่อเป็นทุนการศึกษา หลังจากนั้นก็ไม่เคยได้รับปัจจัยมากขนาดนี้อีกเลย มีแต่กิจนิมนต์ทั่วไป โยมถวายหลักร้อยบ้าง หลักพันบ้าง อาตมาก็ไม่เคยเก็บสะสม ได้มาก็จ่ายไปกับการเรียนบ้าง ซื้อของใช้จำเป็นบ้าง บริจาคในกิจการต่างๆบ้าง ณ วันนี้อาตมามีเงินติดตัวแค่ ๓,๕๐๐ บาทเท่านั้นทั้งชีวิต แต่รายจ่ายที่อาตมาต้องจ่ายนั้นหลักแสนบาท และเป็นรายจ่ายที่จำเป็นสำหรับชีวิตอาตมาด้วย คืออาตมาเป็นโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนไปทับเส้นประสาท หมอแนะนำให้ผ่าตัดดามเหล็ก แต่หมอเรียกค่ารักษาพยาบาลถึง ๔๕๐,๐๐๐ บาท อาตมาไม่มีเงินมากขนาดนั้น จึงลาหมอกลับวัดมานอนทรมานอยู่ ณ ตอนนี้ และวันนี้อาตมาได้ไปสอบเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ มจร. ถ้าสอบผ่าน ก็ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนอีกเป็นแสนบาทเช่นกันกว่าจะเรียนจบ ที่บอกไปทั้งหมดนี้แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆเท่านั้นสำหรับรายจ่ายของตัวอาตมาเอง เพื่อให้ท่านได้เห็นว่าพระก็มีค่าใช้จ่ายสูงมากเช่นกัน ไม่ใช่กินนอนอย่างสบายเหมือนที่ใครต่อใครคิดกัน

ดังนั้นอาตมายินดีที่จะจ่ายภาษีให้กับรัฐด้วยความเต็มใจ และยินดีที่จะเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้มาในระหว่างที่ครองสมณะเพศนับตั้งแต่บัดนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินกิจนิมนต์ เงินบิณฑบาต เงินที่โยมถวายด้วยศรัทธา เงินจากการรับสังฆทาน ฯลฯ และจะส่งเงินดังกล่าวให้กับรัฐบาลโดยไม่หมกเม็ดแม้แต่แดงเดียง และจะทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้ครบอย่างละเอียดทุกวันเพื่อความโปร่งใส หากท่านสามารถรับข้อเสนอของอาตมาได้ ดังนี้

- ออกกฏหมายให้รัฐเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาทั้งหมด ตั้งแต่ชั้นมัธยมต้น จนจบปริญญาเอก และค่าเล่าเรียนพิเศษอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แก่พระภิกษุสามเณรทั่วประเทศ

- ออกกฏหมายให้รัฐเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการรักษาทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ตลอดจนคลีนิกต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แก่พระภิกษุสามเณรทั่วประเทศ

- ออกกฏหมายให้รัฐเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมดไม่ว่าทางเรือ เครื่องบิน รถยนต์โดยสาร รถไฟ และการเดินทางอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แก่พระภิกษุและสามเณรทั่วประเทศ

- ออกกฏหมายให้รัฐเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายในการบูรณะซ่อมแซมพระอารามทั้งหมดทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เป็นพระอารามสาขาของประเทศไทย

- ออกกฏหมายให้รัฐเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายค่าภัตตาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดในการขบฉันของพระภิกษุและสามเณรทั่วประเทศ ในขณะที่ท่านเดินไปปฏิบัติศาสนกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ

- ออกกฏหมายให้รัฐเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายค่าที่พักทั้งหมด แก่พระภิกษุและสามเณรทั้งประเทศในขณะที่ท่านไปปฏิบัติศาสนกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ที่เสนอไปข้างต้นทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเห็นของอาตมา ยังไม่รวมความเห็นของพระภิกษุสามเณรรูปอื่นๆอีกสามแสนกว่ารูปทั่วประเทศ

ถ้ารัฐบาลสามารถรับข้อเสนอแบบนี้ได้ อาตมาคิดว่า พระภิกษุสามเณรทั่วทั้งประเทศไทยยินดีที่จะยกรายได้ของตัวเองและรายได้ของวัดทั้งหมดให้กับรัฐบาลเพื่อนำไปพัฒนาประเทศอย่างแน่นอน อีกอย่างพระภิกษุสามเณรก็ไม่จำเป็นจะต้องพกพาเงินติดตัวให้ต้องอาบัติอย่างที่ท่านอ้างถึงอีกต่อไป เพราะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปแล้ว แต่ถ้ารัฐบาลไม่สามารถรับข้อเสนอแบบนี้ได้ พระภิกษุสามเณรก็ยังมีความจำเป็นจะต้องพกเงินติดตัวต่อไป เพราะนี่มัน พ.ศ.๒๕๕๘ ไม่ใช่ พ.ศ.๒๕๐ ยุคพระเจ้าอโศกมหาราช

ปล.ท่านใดคิดว่าโพสนี้เป็นประโยชน์ต่อพระศาสนา โปรดแชร์ออกไปให้มากที่สุด เผื่อมันจะไปเข้าหูของท่านไพบูลย์ นิติตะวัน บ้าง

ที่มา www.facebook.com/Watbenchama