ภาษีค่าที่ซุกหัวนอน?

วันที่ 10 มี.ค. 2558 เวลา 22:00 น.
ภาษีค่าที่ซุกหัวนอน?
เฟซบุ๊ก พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล

ในฐานะที่เคยเป็นกรรมาธิการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี มา17-18 สมัย และเคยเป็นผู้กระจายอำนาจการคลังจากกระทรวงการคลังไปให้ท้องถิ่น มีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ของประเทศอยู่ร่วมสิบปีขอให้ข้อมูลเพื่อประกอบความเข้าใจของสังคมดังนี้

เรื่องกฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และเรื่องภาษีโรงเรือนที่กำลังพิจารณากันอยู่ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่อง กม.เก่าที่มีการใช้กันมานานแล้ว ที่เป็นปัญหาขณะนี้ไม่ใช่การออกกฎหมายใหม่ แต่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรวมกฎหมายเก่ามาเป็นกฎหมายใหม่ตามที่กำลังพยายามกระทำอยู่สาระสำคัญเกี่ยวกับบ้านอยู่อาศัยคือ ตามกฎหมายเดิมพิจารณาจากเนื้อที่เป็นหลัก คือที่ดินเพื่ออยู่อาศัย แต่เดิมเนื้อที่ไม่เกิน 100 ตารางวาไม่ต้องเสียภาษี กำลังมีการแก้ไขให้คิดตามมูลค่าของราคาบ้านและที่ดินฯ โดยให้กรมธนารักษ์ทำหน้าที่ประเมินราคา และต้องเสียภาษีตามที่กำหนด(จะเป็นหนึ่งล้านบาทหรือหนึ่งล้านห้าแสนบาทก็ตาม)ผลต่อไปก็คือ หากบ้านไหนถูกประเมินราคาถึงอัตราที่กำหนด จะต้องเสียภาษีทั้งหมด ไม่ว่าเนื้อที่เท่าไร หรือปลูกอยู่ที่ไหน

ลักษณะจะลามไปถึงบ้านในลักษณะตึกแถว ทาวน์เฮ้าส์ จนถึงคอนโดมีเนียมและอพาร์ทเม้นท์ แฟลต แม้แต่บ้านเอื้ออารีหรือเอื้ออาทรทั้งหลาย

เมื่อเป็นเช่นนี้ คงต้องพิจารณาว่ายังมีตึกแถวริมถนน ทาวเฮ้าส์หรือบ้านที่ไหนมีราคา ต่ำกว่าล้านบาทบ้าง ต้องยอมรับว่า บ้านเหล่านี้ ส่วนหนึ่งเจ้าของบ้านอยู่เอง แต่อีกส่วนหนึ่งมีผู้เช่าอยู่ ไม่ว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัย หรือเช่าเพื่อประกอบการอาชีพ หากเจ้าของบ้านมีภาระต้องเสียภาษีบ้าน แน่นอนที่จะต้องผลักภาระไปยังผู้เช่าบ้านในรูปของค่าเช่า ค่าเช่าที่จะขึ้นคงไม่ได้เป็นไปตามสัดส่วนภาษี เช่นภาษีปีละ 1,500 บาท ค่าเช่าอาจขึ้นเดือนละ 200 บาท กลายเป็นภาะที่จะถูกผลักต่อไปปีละ 2,400 บาท นั่นคืออีกส่วนหนึ่งของค่าครองชีพที่จะเพิ่มขึ้น

หรือกระทรวงการคลังคิดว่า บ้านที่ให้เช่าลักษณะเช่นว่านี้ไม่มีจริง? หรือคิดว่าเจ้าของบ้านจะรับภาระภาษีไว้เองโดยไม่ผลักภาระต่อให้ผู้เช่า? หากมีการประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ อยากทราบว่า ณ บัดนี้ยังมี คอนโดมีเนียมในเมืองที่ไหนราคาหน่วยละไม่เกินหนึ่งล้านบาท? หรือทาวเฮ้าส์ หรือตึกแถวริมถนนที่ไหนในเขตเทศบาล ที่มีราคาไม่เกินหน่วยละหนึ่งล้านบาท?

นี่คือข้อเท็จจริงที่รัฐบาล หรือรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องต้องรับฟัง เพราะประชาชนทั่วไปไม่มีบ้านพักราชการ หรือสามารถเบิกค่าที่พักจากทางราชการเหมือนข้าราชการที่ท่านกำลังคิดขึ้นภาษีเอาเงินมาขึ้นเงินเดือนให้

นี่คือเหตุหนึ่งที่ผมห่วงว่า จะเป็นความ "เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า" ในทางเศรษฐกิจ ภาระทางภาษีคือปัจจัยต้นทุนที่ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึง ภาคผลิตเกิดต้นทุนเพิ่มขึ้นจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งตัวเครื่องจักรและส่วนควบ ซึ่งจะส่งผลถึงราคาสินค้าที่ผลิตขึ้น ภาคการค้าและภาคบริการ เกิดต้นทุนสูงขึ้นในสถานที่ประกอบการ ไม่ว่าตามโรงแรม ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งตลาดในรูปแบบต่างๆ เมื่อเจ้าของสถานที่เกิดภาระภาษีเพิ่มขึ้น ย่อมผลักภาระไปสู่ผู้เช่าช่วง ผู้เช่าช่วงผู้ประกอบการต้องผลักภาระไปสู่ค่าสินค้าและบริการ ภาระก็จะตกแก่ประชาชนผู้บริโภคทุกระดับ ไม่ว่ายากดีมีจนอย่างไร เป็นการกระทบทางเศรษฐกิจที่ต้องเรียกว่า "เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า"ในเชิงสังคม

รัฐบาลต้องไม่ลืมว่า บ้านที่อยู่อาศัย คือปัจจัยหนึ่งในสี่ของชีวิตมนุษย์  ทุกวันนี้ภาระค่าครองชีพของประชาชน แทบจะอยู่ในวิกฤตแล้ว วันนี้ประชาชนกำลังรู้สึกว่า ภาคประชาชนกำลังถูกอำนาจรัฐ บังคับให้ต้องเสีย ภาษีค่าที่ซุกหัวนอน​ อย่างน่าเจ็บช้ำน้ำใจผมมีเรื่องข้อเท็จจริงที่เป็นปัญหาในการจัดเก็บภาษีของท้องถิ่นจะคุยกับท่านรัฐมนตรีฯตามคำให้สัมภาษณ์เมื่อเช้าอีกในตอนต่อไป

ที่มา www.facebook.com/ppkbv