"เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี"ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้

วันที่ 22 มี.ค. 2564 เวลา 20:53 น.
"เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี"ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จฯ ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ กลุ่มโอทอป 14 จังหวัดภาคใต้

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน(พช.) กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านกรมการพัฒนาชุมชน ผู้ว่าราชการจังหวัด และพัฒนาการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ ตลอดจนผู้ผลิต ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นภาคใต้ เฝ้ารับเสด็จฯ ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส 

โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรการจัดแสดงและสาธิตผลิตภัณฑ์ผ้าทอประจำถิ่นลวดลายต่างๆ และหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ 14 จังหวัด จำนวน 71 กลุ่ม ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ผ้า และเครื่องแต่งกาย 53 กลุ่ม และงานหัตถกรรม 18 กลุ่ม ทั้งนี้ ทรงมีพระปฏิสันถารกับผู้ประกอบการที่เฝ้ารับเสด็จฯ และพระวินิจฉัยแนะแนวทางการพัฒนากรรมวิธี คุณภาพ ลวดลาย เพื่อนำไปต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป ด้วยทรงเล็งเห็นถึงการอนุรักษ์หัตถกรรมศิลป์อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมล้ำค่าที่สะท้อนถึงบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค จากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ด้วยพระดำริแห่งการคงวิถีความเป็นอัตลักษณ์ผสานกับการยกระดับให้ร่วมสมัยสู่สากล นำความปลาบปลื้มและภาคภูมิใจอย่างที่สุดแก่ผู้เฝ้ารับเสด็จฯ ที่ได้รับโอกาสอันดี ในการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า เป็นมิ่งมงคลของกรมการพัฒนาชุมชน พี่น้องผู้ประกอบการ OTOP 14 จังหวัดภาคใต้ ในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาเสด็จทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ ในครั้งนี้ ด้วยพระองค์ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นบ้านไทย ที่สืบทอดงานศิลปะเป็นเอกลักษณ์ของไทย ที่ทรงมีพระราชดำริจะอนุรักษ์ และฟื้นฟูงานศิลปะเหล่านั้นให้ดำรงอยู่ยั่งยืน นับเนื่องจากพระองค์ทรงมีโอกาสเสด็จฯไปทรงเยี่ยมชมผ้าไทย และงานหัตถกรรมพื้นบ้าน 3 ภูมิภาค โดยทรงมีพระราชวินิจฉัยแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและหัตถกรรมชุมชน จำนวนกว่า 195 ผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ ในการเสด็จดำเนินเยือนกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย ภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวภูไทย อ.พรรณนานิคม จ.สกลนคร อันเป็นที่มาของพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และมีพระกรุณาธิคุณประทานแบบลายผ้า ชื่อลาย"ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และสื่อความหมาย ถึงการส่งมอบความรักและความสุขให้แก่ ชาวไทยทุกคน ไปสู่กลุ่มช่างฝีมือ กลุ่มทอผ้า ทั่วทุกภูมิภาค สร้างปรากฏการณ์ปลุกกระแสกลุ่มทอผ้า 4 ภาค และวงการผ้าไทยให้เกิดความคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ด้วยน้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงห่วงใยพี่น้องทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีพระประสงค์มาทรงงานที่จ.นราธิวาส โดยการเสด็จเยือนพื้นที่ภาคใต้ ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 สืบเนื่องจากการเสด็จทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช และทรงเยี่ยมประชาชน ทอดพระเนตรการทอผ้า ผลิตภัณฑ์ผ้าทอ ผ้าพื้นเมือง และงานศิลปหัตถกรรมภาคใต้ ณ โรงละคร สนามหน้าเมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 โดยในคราวนั้นทรงพระดำรัสแนะนำ ในการปรับปรุงต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จวบจนปัจจุบันผลิตภัณฑ์ชุมชน ท้องถิ่น จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อเกิดการเพิ่มพูนรายได้ และคุณภาพ ได้อย่างดียิ่ง

สำหรับ การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้า เครื่องแต่งกายและหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ในครั้งนี้ ได้รวบรวมสุดยอดฝีมือ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ระดับ 4 – 5 ดาว ทั้งหมด 71 กลุ่ม/ผลิตภัณฑ์ แยกเป็นผลิตภัณฑ์ผ้า 53 กลุ่ม/ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม 18 กลุ่ม/ผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนการจัดนิทรรศการ และส่วนกิจกรรมการสาธิต โดยมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ โดดเด่น อาทิ- ผ้ายกเมืองนคร กลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแค จ.นครศรีธรรมราช โดยนางวิไล จิตเวช ผ้ายกเมืองนคร ผ้าพื้นเมืองเอกลักษณ์ท้องถิ่นของจ.นครศรีธรรมราช สวยงามแบบอย่างผ้าชั้นดีในหมู่คนชั้นสูง อัตลักษณ์สำคัญ คือ ดอกผ้าจะยกนูนขึ้นเห็นลายชัดเจน และมีความละเอียดประณีต กลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแค เดิมทอผ้าฝ้าย ขนาด 2 หลา จำหน่ายในราคา 4,000 บาท เมื่อได้รับคำวินิจฉัยให้ทอสลับดิ้นเงิน ดิ้นทอง เปลี่ยนเส้นผ้าฝ้ายใช้เส้นนิ่ม และให้ใช้เส้นยืนสีดำ เส้นพุ่งสีน้ำเงินสลับดิ้นเงิน เมื่อนำออกจำหน่ายทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด จำหน่ายผ้าขนาด 2 หลา ราคาผืนละ 10,000 บาท ยอดจำหน่ายตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน 2562 ถึง เดือนมีนาคม 2564 รวมทั้งสิ้น 880,000 บาท (55,000 ต่อเดือน) เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมี กลุ่มกระจูด บ้านทอนอามาน จ.นราธิวาส กลุ่มศิลปาชีพเครื่องปั้นดินเผา พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส ผ้าบาติก กลุ่มเยาวชนบ้านค่าย จ.นราธิวาส กลุ่มผ้าปักบ้านบือแรง จ.นราธิวาส ผ้ายกดอกจันทน์กะพ้อ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกาหลง จ.นราธิวาส ผ้าเกาะล้วงทางช้าง บ้านสายบน ศูนย์ศิลปาชีพบ้านสายบน จ.นราธิวาส กลุ่มศิลปาชีพย่านลิเภา จ.นราธิวาส  ผ้าไหมยกดอกลายดาวล้อมเดือน กลุ่มทอผ้า บ้านท่ากระจาย จ.สุราษฎร์ธานี ศิวะนาฎกนกไทย จ.พัทลุง ผ้าฝ้ายมัดหมี่ ย้อมสีธรรมชาติ วิสาหกิจชุมชนทอผ้าบ้านสะพานพลา จ.สงขลา กลุ่มผ้าทอ นิคมกือลอง จ.ยะลา ผ้าปะลางิง ศรียะลาบาติก จ.ยะลา ผ้าทอจวนตานี กลุ่มทอผ้าบ้านตรัง จ.ปัตตานี 

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาถิ่นใต้ ซึ่งหลากหลายผลิตภัณฑ์มีลักษณะพิเศษเฉพาะที่ไม่สามารถผลิตได้ในโรงงานอุตสาหกรรม หากแต่ต้องใช้ฝีมืออันประณีต ควรค่าต่อการพัฒนาต่อยอดให้ภูมิปัญญาไทยอันล้ำค่าโด่งดังไกลสู่สากล สมดังพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานอันแน่วแน่ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์อุปถัมภ์แห่งหัตถศิลป์ไทย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มีความยินดียิ่งในการน้อมนำแสงสว่างแห่งวิถีความงดงามของอัตลักษณ์ไทยที่ทั้ง 2 พระองค์ทรงพระราชทาน ส่งผ่านไปสู่พี่น้องประชาชน นำทางให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก อันเป็นพลังที่จะสืบสานความเป็นไทยให้คงอยู่สืบไป