"ในหลวง-พระราชินี"เสด็จฯไปทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลฎีกา

วันที่ 07 ธ.ค. 2563 เวลา 19:14 น.
"ในหลวง-พระราชินี"เสด็จฯไปทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลฎีกา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลฎีกา

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.เวลา 17.32 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลฎีกา แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานครครั้นเสด็จถึง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธยุติธรรมโลกนาถ พระราชทานพระบรมราชวโรกาส พระราชวโรกาสให้ นายดิเรก อิงคนินันท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายอาคาร "ศาลฎีกา" แล้วเสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นางวาสนา หงส์เจริญ รองประธานศาลฏีกา กราบบังคมทูลเบิกข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมชั้นผู้ใหญ่ จำนวน 120 ราย เข้ารับพระราชทานของที่ระลึกตามลำดับ ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธยลงบนแผ่นศิลา เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์

ต่อมาเสด็จขึ้นห้องรับรองที่ประทับ ชั้น 3 อาคารศาลฎีกา ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายฉลองพระองค์ครุยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสร็จแล้ว เสด็จเข้าห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกา โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมจากนั้นเสด็จฯ ไปยังห้องฉายพระบรมฉายาลักษณ์ ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมชั้นผู้ใหญ่ ต่อจากนั้นเสด็จฯ ไปยังโถงอาคารศาลยุติธรรม นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายพศวัจณ์ กนกนาก รองประธานศาลฎีกา ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปยังพระอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ บริเวณด้านหน้าอาคารศาลยุติธรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะ

เดิมศาลฎีกาไม่มีอาคารที่ทำการเป็นเอกเทศ โดยเปิดทำการบนอาคารศาลแพ่งและอาคารกระทวงยุติธรรม ต่อเมื่อศาลแพ่งและกระทรวงยุติธรรมย้ายไปเปิดอาคารทำการที่อื่น ศาลฎีกาจึงได้มีอาคารทำการเป็นเอกเทศ ซึ่งอาคารมีสภาพกและชำรุทรุดโทรมตามกาลเวลา ต่อมา คณะรัฐนตรีได้มีมติเมื่อปีพุทธศักราช 2535 อนุมัติรูปแบบและอนุมัติเงินงบประมาณในการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลฎีกาขึ้นใหม่บนที่ตั้งอาคารที่ทำการศาลฎีกหลังเดิมบนถนนราชดำเนินใน และได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงวางศิลาฤกษ์อาคารที่ทำการศาลฎีกา เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2535 ต่อมาประเทศไทยประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจศาลฎีกาจึงมีหนังสือถึงถึงรัฐบาลขอระงับการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลฎีกาไว้เป็นการชั่วคราว เพื่อแบ่งเบาภาระทางเศรษฐกิจของประเทศ

ต่อมาในปีพุทธศักราช 2549 ศาลฎีกาได้ดำเนินการเพื่อให้มีการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลฎีกอีกครั้งหนึ่งโดยประธานศาลฎีกาในขณะนั้นได้เสนอโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลฎีกใหม่ เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติต่อที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 และที่ประชุมคณะกรรมการมีมติห็นชอบให้ศาลยุติธรมดำเนินการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลฎีกาเป็นโครงการ เฉลิมพระเกียรติ

ศาลฎีกามีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาอรรถคดีในชั้นฎีกา ทั่วราชอาณาจักร และมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเลือกตั้งและคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปัจจุบันการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลฎีกาได้สำเร็จสมบูรณ์แล้ว เป็นอาคารสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ห้ทชั้นที่โอ่โถง กว้างขวาง ทันสมัย มีภูมิสถาปัตย์ที่สอดคล้องกับภูมิทัศน์โดยรอบของเกาะรัตนโกสินทร์ สมแก่เกียรติศักดิ์แห่งสถาบันศาลยุติธรม ซึ่งใช้อำนาจตุลาการภายใต้พระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ทุกประการ