พสกนิกรทยอย"ศิริราช"ร่วมสวดมนต์ถวายพระพร

  • วันที่ 13 ต.ค. 2559 เวลา 10:22 น.

พสกนิกรทยอย"ศิริราช"ร่วมสวดมนต์ถวายพระพร

บรรยากาศที่ศิริราชพสกนิกรยังคงเดินทางมาเพื่อร่วมกิจกรรมนั่งสมาธิ สวดมนต์ ถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 13ต.ค. เวลา 09.30น.ที่โรงพยาบาลศิริราช ด้านหน้าอาคาร ศาลาศิริราช 100 ปี ยังคงมีประชาชนจำนวนมากที่พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีชมพูและสีเหลือง ต่างทยอยเดินทางมาและมีบางส่วนก็มาตั้งแต่เมื่อวานนี้ (12ต.ค.) โดยมานอนค้างคืนที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมนั่งสมาธิ สวดมนต์ บท โพชฌังคปริตร เพื่อถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงได้สักการะขอพรพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และพระรูปหล่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่อยู่บริเวณศาลาศิริราช 100 ปี เพื่อขอพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวร

นางศุภิดา อำภา อายุ 55 ปี อาชีพแม่บ้าน เล่าว่า ตนเองอยู่กรุงเทพฯ เมื่อทราบข่าวอาการพระประชวรของพระองค์ เมื่อว่างจากภาระกิจก็ตั้งใจเดินมาที่ศิริราชในเช้าวันนี้ เพราะแม้จะนั่งสวดมนต์อยู่ที่บ้าน แต่ก็รู้ว่าอยากมานั่งสวดมนต์อยู่ใกล้ๆพระองค์

นางศุภิดา เล่าถึงความรู้สึกว่า ที่ตนรักและเทิดทูนพระองค์ เนื่องจากตลอดชีวิตที่จำความได้ ก็เห็นว่าพระองค์รัก และทำเพื่อช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน แต่ก็ยังทำเพื่อประชาชนให้มีความสุขสบาย และที่ผ่านมาประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตต่างๆมาได้ด้วยในหลวงที่ทรงคอยช่วยเหลือประเทศมาโดยตลอด

"คุณความดี สิ่งที่ตนได้ปฏิบัติมาตลอดชีวิตนี้ทั้งหมด ขอถวายให้แด่ในหลวง อยากให้ในหลวงทรงหลายจากอาการป่วย และกลับมาดูแลทุกข์สุข ประชาชนเช่นเดิม เพราะพระองค์เป็นมากกว่าเหนือสิ่งอื่นใด เปรียบเสมือน พ่อของแผ่นดิน"นางศุภิดาระบุ

ขณะที่นางมยุรี อยู่ถมสังข์ อายุ 73 ปี ข้าราชการบำนาญ ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ เล่าว่า หลังจากทราบข่าวอาการพระประชวรของในหลวง ตนจึงรีบเดินทางมาจากบ้านโดยนั่งรถทัวร์จากเพชรบูรณ์คนเดียวตั้งแต่เมื่อคืน 5 ทุ่ม และมาถึงศิริราชเมื่อเช้าตอนตี 5 วันนี้ เพื่อตั้งใจมานั่งสวดมนต์ถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้หายจากอาการพระประชวร รู้สึกรักพระองค์มาก เพราะในหลวงทรงช่วยเหยือประชาชนมาตลอดชีวิตการทำงาน เพื่อต้องการทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เห็นได้จากทรงมีพระราชดำริฯ ตั้งโครงการต่างๆมากมาย เพื่อทำให้ประชาชนมีกิน มีใช้มาจนถึงทุกวันนี้ เพราะถ้าไม่ได้พระองค์ท่าน ประชาชนคงอยู่ลำบากกว่านี้

"ดิฉันรักพระองค์มาก อยากให้ท่านหายป่วย และกลับมาเป็นมิ่งขวัญของชาวไทย ของประเทศ"นางมยุรี กล่าว

น.ส.พรรษพร กำจัดภัย นิสิตชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) อายุ 19 ปี ในชุดนักศึกษา กล่าวว่า รับทราบข่าวพระอาการจากแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 38 เมื่อคืนนี้ จึงตั้งใจเดินทางมาเพื่อสวดมนต์ในช่วงเช้าโดยเดินทางมาถึงตั้งแต่ 07.00น. ก่อนเดินทางไปเรียนช่วงบ่าย "ส่วนหนึ่งที่เลือกเรียนในกรุงเทพฯ เพราะอยากมีโอกาสมาเข้าเฝ้าพระองค์ท่าน ครอบครัวหนูอยู่อุดรธานีรักและเทิดทูนในหลวงมาก ถ้ามีเสด็จวัดป่าบ้านตาด ไม่ว่าพระองค์ใด พวกเราจะไปรับเสด็จทุกครั้ง วันนี้อยากมาเป็นอีกหนึ่งพลังที่จะส่งถึงในหลวง ขอให้พระพลานามัยของพระองค์กลับมาแข็งแรง และมามีโอกาสจะมาใหได้ประจำค่ะ" น.ส.พรรษพร กล่าว

นางสุวคนธ์ รวยทอง อายุ 72 ปี ชาวกรุงเทพฯ เดินทางจากแสมดำ เพื่อมาร่วมตักบาตรพระสงฆ์ในช่วงเช้า และสวดมนต์อธิษฐานจิตให้ในหลวงมีพระอาการดีขึ้น "ดีใจที่เห็นคนมาถวายพระพรให้พระองค์ท่านเยอะมาก ป้ามาทุกวันตั้งแต่ทราบข่าว ซื้อหนังสือพิมพ์เพื่อติดตามพระอาการ และตื่นขึ้นมาสวดมนต์บทเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถฯ ทุกวัน เราอธิษฐานจิตอยากให้ทั้งสองพระองค์ท่านแข็งแรง เพราะท่านเป็นคนดีมาก ช่วยเหลือประชาชนทุกอย่าง ถ้ายังมีแรงเหลือ ป้าก็จะมาทุกวัน" พสกนิกร วัย 72 ปี กล่าว

ขณะที่คู่แม่ลูก นางเยาวเรศ และ ด.ญ.ณิชากานต์ อุทุมทอง เดินทางมาที่รพ.ศิริราชเป็นครั้งแรก โดย นางเยาวเรศ กล่าวว่า ตนและสามีเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นรุ่นสุดท้ายที่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อมีโอกาสจะเล่าเรื่องราวความประทับใจ และพระราชกรณียกิจให้ลูกสาววัย 9 ขอบฟังเสมอ และครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ร่วมถวายความจงรักภักดี

ด.ญ. ณิชากานต์ กล่าวว่า "หนูรู้สึกภูมิใจที่ได้มาสวดมนต์ถวายในหลวง เมื่อคืนนี้ซ้อมบทสวดกับคุณแม่ก่อนมา ช่วงนี้ปิดเทอมก็เลยขอมากับคุณแม่ได้ หนูอยากให้ท่านหายป่วยค่ะ"

ด้านนางไฉไล ศรีสุข เดินทางมาจากพระรามสอง ตั้งแต่เช้า โดยทราบข่าวตั้งแต่เมื่อคืน และตั้งใจว่าจะมาร่วมถวายพระพร "เราอยากมาเป็นส่วนหนึ่งจากจำนวนประชาชนที่หลั่งไหลมาในวันนี้ เราเชื่อว่าพลังจากความรักและความจงรักภักดีของพสกนิกรไทยจะทำให้พระพลานามัยของพระองค์ดีขึ้น และพระองค์ท่านจะได้มีกำลังใจ เพราะพระองค์รู้ว่าประชาชนคนไทยรักพระองค์มากอยู่แล้ว วันนี้มาสวดมนต์และบอกรักท่านด้วยการแสดงออกที่ออกมาจากหัวใจ" นางไฉไล กล่าว

อย่างไรก็ตามสำหรับการเดินทางมาที่ศาลา100ปีโรงพยาบาลศิริราช รถยนต์ มาตามถนนอรุณอมรินทร์ เข้าถนนวังหลัง จะใกล้ที่สุด หรือจะมาทางเรือ แล้วมาลงที่ท่าศิริราชก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวอื่นๆ