สมเด็จพระบรมฯ-พระองค์ภาฯทรงนำขบวนจักรยานปั่นเพื่อแม่

วันที่ 16 ส.ค. 2558 เวลา 15:29 น.
สมเด็จพระบรมฯ-พระองค์ภาฯทรงนำขบวนจักรยานปั่นเพื่อแม่
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงจักรยานนำขบวน Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่

เมื่อวันที่ 16 ส.ค.เวลา 14.55 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มายังพลับพลาที่ประทับ ด้านหน้าสวนอัมพร จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลถวายรายงานภาพรวมกิจกรรม 

ภายหลังพิธีเปิดเสร็จสิ้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จจากพลับพลาที่ประทับไปยังบริเวณจุดเริ่มต้นจักรยานบริเวณพระลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) โดยมีคณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นสูง ข้าราชบริพารเฝ้ารับเสด็จ

การปั่นจักรยานครั้งนี้แบ่งออก 3 กลุ่ม กลุ่มเอ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมารทรงจักรยานนำขบวน มีข้าราชการ ทหารตำรวจ ได้แก่ พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี  นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายกล้านรงค์ จันทิก คณะกรรมาธิการสภานิตืบัญญัติอห่งชาติ(สนช.) นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ นายปัญญา นิรันดร์กุล ประธานบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด(มหาชน) และนายประภาส ชลศรานนท์ นักแต่งเพลงชื่อดัง นายนาคร ศิลาชัย เข้าร่วมขบวน

ขบวนบี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงจักรยานนำขบวนข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชน ได้แก่ นางเพชรพริ้ง สารสิน ผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บ.การบินไทย จำกัด (มหาชน) นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารระดับสูง บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ ได้แก่ นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล นางชาลอต โทณวนิก นายมนัสวิน นันทเสน (ติ๊ก ชิโร่) 

ขบวนซี เป็นขบวนของเหล่าประชาชนและดารานักแสดงจากสังกัดต่าง ๆ รวมปั่นด้วย ได้แก่ กลุ่มศิลปินจากบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ ยุทธนา เปื้องกลาง(ตูมตาม) วิชญาณี เปียกลิ่น (แก้ม) วราวุธ โพธิ์ยิ้ม(ตั้ม) และศิลปินแกรมมี่โกลด์ ธิดารัตน์ ศรีจุมพล(หญิงลี) พรพิมล เฟื่องฟุ้ง(เปาวลี) อรุณณภา พาณิชจรูญ(หวานหวาน) นักแสดงจากสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 วัชรบูลย์ ลี้สุวรรณ นักแสดงจากโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 และอภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต (โจอี้ บอย)เข้าร่วมขบวนด้วย

เส้นทางการปั่นเริ่มต้นจากพระราชวังดุสิต ไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) สนามกีฬากองทัพบก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมทหารราบที่ 11 และกลับมายังลานพระราชวังดุสิตในเส้นทางเดิม รวมระยะทางไป-กลับประมาณ 43 กิโลเมตร มีผู้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ในกรุงเทพมหานครประมาณ 40,000 คน และมียอดลงทะเบียนนักปั่นทั่วประเทศประมาณ 290,000 คน

ต่อมาในช่วงเย็น เวลา 19.00น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯทอดพระเนตร คอนเสิร์ตบทเพลงเพื่อแม่ และทอดพระเนตรภาพพระราชกรณียกิจทรงจักรยานในกิจกรรม จักรยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ ผ่านจอดีวีดี จากนั้นทอดพระเนตรการแสดงดนตรีจากนักดนตรีสี่เหล่าทัพ และกรมศิลปากร จำนวน 3 บทเพลง ได้แก่ จากนั้นจึงเสด็จฯกลับ รวมเวลาทรงร่วมกิจกรรมกว่า 5 ชั่วโมง 40 นาที

 

พสกนิกรปลาบปลื้มได้ชื่นชมพระบารมี

ด.ต.พรชนวีร์ พรดารา ตำรวจกองปราบกอง 1ซึ่งเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยบริเวณซอยราชวิถี 10 เปิดเผยว่า จุดดังกล่าวมีประชาชนมาเฝ้ารับเสด็จฯจำนวนมาก เนื่องจากเป็นจุดที่ประชาชนสามารถชื่นชมพระบารมีได้อย่างชัดเจนที่สุด

ในส่วนของประชาชนที่สวมเสื้อสีฟ้ามาจับจองที่นั่งบริมถนนตั้งแต่ 10.00 น. นางประจง พละวัฒน์ อายุ 61 ปี ชาว กทม. กล่าวว่า บ้านอยู่แถวอนุสาวรีย์ชัยฯ โดยชวนเพื่อนบ้านมาด้วยกัน 8-9 คน ซึ่งแม้วันนี้อากาศจะร้อนมาก แต่ก็ไม่เหนื่อย เพราะบางคนที่คุยด้วยจึงได้ทราบว่าเดินทางมาจากจังหวัดอยุธยา ก็รู้สึกตื่นเต้นที่เห็นผู้คนมารอเฝ้ารับเสด็จฯ มากมาย อยากเห็นพระองค์ท่านทรงปั่นจักรยานชัดๆ

คณิต กาลพันธา อายุ 33 ปี จ.อุบลราชธานี ซึ่งมาทำงานที่นิคมอุตสาหกรรมนวนครได้เดินทางมาที่จุดรับเสด็จฯ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมภรรยา โดยกล่าวว่าได้ชื่นชมพระบารมี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อย่างชัดเจน ทรงเสด็จฯ นำขบวนมาก็รู้สึกปลาบปลื้มใจมาก โดยมีนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปั่นตามเสด็จฯ มาด้วย

ตามด้วยขบวนที่สอง นำโดย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงปั่นจักรยานนำขบวนตามมา ท่ามกลางเสียงของประชาชนกล่าว "ทรงพระเจริญ" อย่างกึกก้อง และพร้อมใจกันโบกธง bike For Mom ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ตามมาด้วยขบวนของประชาชน ซึ่งทุกครั้งที่มีคนดังมีชื่อเสียงร่วมขบวนผ่านมา คนทั้งสองข้างทางก็จะปรบมือต้อนรับพร้อมกับเสียงเฮดังตลอดทาง จึงเป็นกิจกรรมที่สร้างความสุขและสนุกสนานให้แก่ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ เป็นอย่างมาก

"ขบวนจะกลับมาราว 2-3 ทุ่ม แต่ไม่มีใครกลับเลย ทุกคนที่นั่งเฝ้ารับเสด็จฯ ล้วนบอกกันว่าจะรอเฝ้ารับเสด็จฯ ช่วงค่ำในช่วงปั่นกลับมาอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะได้เห็นภาพประทับใจไม่แพ้ช่วงบ่าย ดีใจมากครับที่ทุกพระองค์ปั่นอย่างไม่ทรงเหน็ดเหนื่อยเลย" นายคณิต กล่าวพร้อมรอยยิ้มปลาบปลื้ม

ทิพย์วิมล ถิ่นพนม หนึ่งในประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ บริเวณกรมแพทย์ทหารบก  กล่าวว่า เดินทางมาจากเขตบางกอกใหญ่ เพื่อมารอเฝ้าฯรับเสด็จฯ ตั้งแต่ 10.00 น. และได้ส่งขบวนจักรยานเสด็จฯ กลับลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งได้เห็นทั้งสองพระองค์อย่างชัดเจน รู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงโบกพระหัตถ์ให้พสกนิกร ส่วนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา แย้มสรวลตลอดเวลาที่ทรงปั่นจึงรู้สึกคุ้มค่าที่ได้รอเฝ้าตั้งแต่ช่วงเช้า

ขณะที่ ขวัญนภา แซ่ลิ้ม วัย 49 ปี กล่าวว่ามารอตั้งแต่ 10โมงเช้าและตั้งใจส่งเสด็จฯในช่วงค่ำ ปลาบปลื้มมากที่ได้เห็นทั้งสองพระองค์ชัดเจน แม้อากาศในวันนี้ร้อนมากแต่เมื่อได้เห็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินทรงนำขบวนปั่นจักรยานด้วยพระองค์เองจึงเป็นบุญของประชาชนที่ได้เห็นภาพนี้ และรู้สึกคุ้มค่ากับการเฝ้ารอรับเสด็จฯตั้งแต่เช้า

สำหรับกิจกรรม Bike for Mom "ปั่นเพื่อแม่"มีขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศในวันนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พสกนิกรในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทยได้มีโอกาสร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558 ,เพื่อให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ,เพื่อเป็นการร่วมแสดงออกของประชาชนถึงความรักที่มีต่อแม่ และแม่ของแผ่นดิน

ตลอดจนเพื่อให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติอย่างทั่วถึง และเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชาติที่จะร่วมกันจัดกิจกรรมถวายพระพรแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในการร่วมออกกำลังกาย ทำให้สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ปลูกฝังให้ประชาชนรักการออกกำลังกาย และเสริมสร้างความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา อีกทั้งได้นำกิจกรรมดังกล่าวไปต่อยอดขยายผลต่อไป