ท้องฟ้าปิดช่วยจนท.-สื่อติดป่าล้มเหลว

วันที่ 15 ก.ค. 2554 เวลา 14:23 น.
ทหารยังคว้าน้ำเหลวหลังพยายามใช้เฮลิคอปเตอร์รับเจ้าหน้าที่และนักข่าวติดป่าชายแดนไทย-พม่าเนื่องจากท้องฟ้าปิด

กรมทหารราบที่ 19  กองกำลังสุรสีห์  ได้พยายามที่จะนำเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพบก เข้าไปรับเจ้าหน้าที่  พร้อมผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ขณะกำลังทำการลักลอบเผาและทำลายป่าจำนวน 6 คน   และนักข่าวของประเด็นเด็ด 7 สี จำนวน 3 คนที่เข้าไปทำข่าวการบุกรุกป่าที่บริเวณแนวชายแดนไทย-พม่า เขตรอยต่อจ.ราชบุรีและจ.เพชรบุรี เขตต.ยางน้ำกลัดเหนือ จ.เพชรบุรี  ซึ่งรวมทั้งหมด 50 นาย ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา  ออกจากบริเวณดังกล่าว  แต่เนื่องจากสภาพอากาศนั้นยังมีฝนตกอยู่ตลอด ทำให้เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถที่จะเข้าในบริเวณจุดที่เกิดเหตุได้  คงทำได้เพียงแต่การส่งเสบียงอาหารเข้าไปตามจุดซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณที่เกิดเหตุหลายกิโลเมตร   
 
ทั้งนี้สำหรับการเข้าไปปฎิบัติการในครั้งนี้  เนื่องจากมีการสนธิกำลัง จากค่ายทัพพระยาเสือ  ร่วมกับกองกำลังทหารพรานกองร้อยที่ 947   กองกำลังตํารวจตระเวนชายแดนกองร้อย ตชด.144  กองร้อยเคลื่อนที่เร็ว    และเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจังหวัดเพชรบุรี   รวม 5 ฝ่าย    เข้าปฏิบัติภารกิจออกลาดตระเวนด้วยเดินเท้าเพื่อค้นหา  ทำการจับกุมผู้บุกรุก   และลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน  เมื่อวันที่  11  ก.ค.ที่ผ่านมา 
 
อย่างไรก็ตามขณะนี้เป็นเวลา  5 วันแล้วที่เจ้าหน้าที่ทั้งหมดติดอยู่ในป่า  และสามารถจับกุมผู้กระทําผิดได้  6  คน  และยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุกปลูกข้าวเลื่อนลอย ได้กว่า  70  ไร่  บ้านที่ปลูกเป็นกระต๊อบหลายหลัง  และยุ้งข้าว  ซึ่งการเดินทางนั้นต้องใช้เฮลิคอปเตอร์หรือการเดินเท้าเท่านั้นซึ่งอาจจะต้องใช้เวลากว่า 7  วัน    ด้วยสภาพอากาศที่เลวร้ายมาตลอด 2 วันที่ผ่านมา  ทําให้เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถลงเตะพื้นได้  เพราะมีเมฆฝนปกคลุมหนาแน่น   ลมแรง  และฝนตกลงมาเป็นระยะโดยจะรอจนกว่าท้องฟ้าเปิดเท่านั้นซึ่งถือเป็นภารกิจเร็งด่วนที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ที่ติดค้างอยู่ในป่าเดินเท้าออกมาที่จุดเฮลิคอปเตอร์ลงจอดได้