แฉอ่างเก็บน้ำพิษณุโลกทุจริตเพียบ

  • วันที่ 05 ก.ค. 2554 เวลา 20:42 น.

แฉอ่างเก็บน้ำพิษณุโลกทุจริตเพียบ

เอ็นจีโอภาคเหนือแฉอ่างเก็บน้ำแตกสมัยรัฐบาลมาร์ค มีการคอรัปชั่น พบการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานทำให้พังทลาย

เครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือ และเครือข่ายทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ภาคเหนือตอนล่าง เดินทางบุกพิสูจน์ข้อเท็จจริง กรณีอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนอินทร์ หมู่ 4 บ้านเขาน้อย ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก พังทลายเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2554 หลังจากสร้างเสร็จได้ 8 เดือน และปรากฏในสื่อมวลชนหลายแขนง หลังเพิ่งเก็บน้ำฝนครั้งแรกจากเทือกเขากระยางได้ปีแรก ส่งผลให้ประชาชน 2 หมู่บ้านได้รับผลกระทบ กระทั่งวันนี้ ยังไม่มีหน่วยงานรัฐใดเข้ามาเยียวยา ปล่อยทิ้งร้างในช่วงฤดูฝน แม้กระทั่ง คันดินเหนืออ่างเก็บน้ำ ก็ถูกน้ำฝนชะ จนเป็นรู

สภาพอ่างเก็บน้ำที่พังเสียหายหลังก่อสร้างได้เพียง 8 เดือน

กลุ่มเอ็นจีโอได้สอบถามชาวบ้าน ทราบว่า  หน่วยทหารพัฒนา สังกัดกองทัพไทยได้รับงบประมาณจากรัฐบาลให้มาก่อสร้างจำนวน 60 ล้านบาท แต่ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ไม่มีมาตรฐาน ให้ดินลูกรังก่อสร้างคันดิน ผิดกับโครงการมาตรฐานที่ใช้ดินเหนียวทำคันดินกักเก็บ ด้วยความจุน้ำ 500,000 ลบ.ม. ทำให้เมื่อน้ำไหลเข้าอ่าง ความแรงของน้ำกัดเซาะจนอ่างพัง

อย่างไรก็ตามแม้ว่า การทำอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กเพื่อบรรเทาอุทักภัยดีกว่า เขื่อนขนาดใหญ่หลายเท่า แต่พบว่า ปัญหาส่วนใหญ่ คือ ขาดการบริหารจัดการ มีงบประมาณลงมา แต่ไม่มีแบบมาตรฐานในการสร้างอ่างเก็บน้ำ ทำให้งบประมาณลงต่างจังหวัดล้มเหลว

"รัฐบาลจะต้องดูความพร้อมของท้องถิ่นก่อนว่า จะดูแล บริหารจัดการอ่างเก็บน้ำได้หรือไม่ เพราะทำไปหลายแห่งก็ร้าง ไม่ได้ใช้ประโยชน์ และที่สำคัญ งบกว่า 100 ล้านบาทจะลงมาถึงมือผู้รับเหมาก่อสร้างเหลือแค่ 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะต้องจ่ายค่าหัวคิวให้ส่วนกลางประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ และท้องที่ 15 เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายแล้ว ผู้รับเหมาก็ต้องมีกำไรอย่างน้อย 15 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ค่างานหรืออ่างเก็บน้ำเพื่อประชาชน มีมูลค่าแท้จริงแค่ 45 เปอร์เซ็นต์"กลุ่มเอ็นจีโอ ระบุ

ด้านนายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานโครงการประวัติศาสตร์นิเวศน์วัฒนธรรมเพื่อการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นลุ่มน้ำภาคเหนือ กล่าวว่า  อนาคตประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วม ควรมีหน่วยงานนโยบายจัดการลุ่มน้ำ เก็บน้ำ การบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ ปลายน้ำ ดีกว่าจัดการน้ำขนาดใหญ่หรือเขื่อน ทำให้ต้องมาสำรวจแผนจัดการลุ่มน้ำ 25 ลุ่มน้ำ ซึ่งต้องมีการทบทวนการบริหารจัดการลุ่มน้ำ ต้องเร่งฟื้นฟูแหล่งป่าต้นน้ำ ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่รองรับน้ำหลาก ระบบแก้มลิง 

ขณะที่นายณัฐวัฒิ อุปปะ เครือข่ายทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ภาคเหนือตอนล่าง กล่าวว่า แนวคิดการพัฒนาลุ่มน้ำขนาดเล็ก ดีกว่าการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ แต่ข้อเท็จจริงแล้ว รัฐบาลควรทราบว่างบสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กมีการทุรจิตกันมาก เหลือสิ่งก่อสร้างเพียงครึ่งเดียวของงบประมาณ ประกอบกับความพร้อมของท้องถิ่น ไม่ได้สนใจ ทำให้ อ่างเก็บน้ำที่สร้างมา ไม่มีการบริหารจัดการ หรือ ดูแลให้สามารถใช้งานได้ กรณี อ่างเก็บน้ำโปร่งขุนอินทร์ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ขณะนี้เข้าสู่ยุครัฐบาลใหม่ ที่หาเสียงนโยบาย 25 ลุ่มน้ำ ต้องจับตาว่า รัฐบาลจะกระจายเงินกระจายอำนาจให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาสร้างแหล่งเก็บน้ำขนาดเล็กตามชุมชนทั่วประเทศ ต้องติดตามว่าจะต้องทำเงินให้คุ้มค่ามากที่สุด

ข่าวอื่นๆ