แห่แลกแบงก์100-500เกลี้ยงธนาคาร

วันที่ 01 ก.ค. 2554 เวลา 19:28 น.
สารพัดวิชามารเลือกตั้งบุรีรัมย์ แห่แลกแบงก์ 100 และ 500 จนเกลี้ยงธนาคาร ลือสะพัดซื้อเสียงหัวละ 300 บาท

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) จ.บุรีรัมย์ ทั้ง 9 เขตใน 23 อำเภอ ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง 3 ก.ค.นี้เป็นไปด้วยความคึกคักโดยผู้สมัครแต่ละคนได้ออกตระเวนพบปะประชาชนตามหมู่บ้าน ตำบลในเขตเลือกตั้งของตนเอง แบบเคาะประตูบ้าน พร้อมจัดทีมงานออกไปติดโปสเตอร์หาเสียงตามที่ต่างๆ และมีรถโฆษณาหาเสียงตระเวนไปในเขตพื้นที่เลือกตั้งตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันมีรายงานว่าในบางพื้นที่มีการแข่งขันค่อนข้างรุนแรงระหว่างผู้สมัคร สส.และถูกจับตาเป็นพื้นที่แดงเดือด เช่น เขต  2 เขต 5 เขต 6 และ เขต 8 ซึ่งมักจะเกิดความรุนแรงขึ้นในพื้นที่มีการออกทำลายป้ายหาเสียงของผู้สมัครและบางพื้นที่ยังมีการข่มขู่หัวคะแนนของผู้สมัครฝ่ายตรงข้าม
 
อย่างไรก็ตามในส่วนการซื้อเสียงนั้น มีกระแสข่าวการทุ่มเงินซื้อเสียงในหลายพื้นที่โดยใช้แกนนำเป็นหัวคะแนนในหมู่บ้าน สัดส่วน 1 ต่อ 5 และ 1 ต่อ 10 แล้วแต่หมู่บ้านเล็กใหญ่ เบื้องต้นจ่าย หัวละ 200-300 บาท ส่วนแกนนำได้ 800-1,000 บาท อีกทั้งมีการทุ่มเงินซื้อเสียงแบบเครือญาติ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยากที่จะจับมือใครดมได้โดยใช้วิธีการให้ญาติของผู้สมัครเป็นผู้ใช้เงินในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ หรืองานมงคลอื่นๆซึ่งผู้สมัครจะไปร่วมงานได้ แต่ไม่สามารถใส่ซองได้แต่ผู้สมัครบางคนหัวใสให้ญาติเป็นผู้นำเงินใส่ซองไปช่วยเหลืองาน แต่ไม่ยอมระบุชื่อหน้าซอง เพราะกลัวถูกร้องเรียนและ กกต.จับตามองใกล้ชิดรวมทั้งมีการขนคนที่มีสิทธิเลือกตั้งไปจ่ายเงินซื้อเสียงนอกเขตตำบล อำเภอด้วย

นอกจากนี้แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ข้อมูลว่าขณะนี้ได้มีการแลกเปลี่ยนเงินที่ธนาคารพาณิชย์ หลายแห่งในจังหวัดตลอดทั้งวันโดยเจาะจงขอแลกเฉพาะธนบัตรฉบับละ 100 , 500 โดยมียอดการแลกเงินตั้งแต่หลักแสนบาทขึ้นไป ทำให้ธนาคารพาณิชย์บางแห่งไม่มีเงินให้แลก ส่งผลให้มีกระแสเงินสะพัดในสนามเลือกตั้งส.ส.บุรีรัมย์ช่วงนี้ไม่ต่ำกว่า 200 -300 ล้านบาท
 
ด้าน ว่าที่ ร.ต.ทวี ชุนเกาะ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง(ผอ.กต.)ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีเรื่องเรียนเข้ามายัง กกต.แล้ว หลายเรื่อง ทั้งเกี่ยวกับการใส่ร้ายป้ายสี ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทั้งจ่ายเงินซื้อเสียง ในส่วนของการควบคุมดูแลการทุจริตเลือกตั้งในครั้งนี้นอกจากจะใช้กำลังตำรวจประจำหน่วยๆ ละ 2 นายแล้ว ยังได้ประสานกำลังตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)เข้ามาเป็นชุดป้องปราบเคลื่อนที่เร็วเพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้งส.ส.ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์
 
 "ชุดป้องปราบดังกล่าวจะเข้าไปฝังตัวหาข่าวในพื้นที่ก่อนการเลือกตั้งซึ่งคาดว่าการเลือกตั้ง ส.ส.บุรีรัมย์ ทั้ง 9 เขตจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย" ว่าที่ร.ต.ทวี กล่าว