น้ำท่วมเหนือน่าห่วง!

วันที่ 29 มิ.ย. 2554 เวลา 10:06 น.
น้ำท่วมเหนือน่าห่วง!
"ในหลวง-พระบรมวงศานุวงศ์"พระราชทานความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย  ขณะที่ ชาวน่าน 15,000 ครัวเรือน เดือดร้อน ตายแล้ว 2 ราย จ. แพร่-สุโขทัย ยังต้องเฝ้าระวัง ด้าน  มท.1 สั่งการ ปภ.สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ช่วยเหลือ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผ่านทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยผู้แทนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะเดินทางมอบสิ่งของพระราชทานแก่ราษฎร ที่บ้านท่าค้ำ ต.ริน อ.ท่าวังผา จำนวน 560 ครัวเรือน ที่วัดน้ำครกใหม่ ต.กองควาย อ.เมือง จำนวน 600 ครอบครัว และที่วัดบุญยืนพระอารามหลวง อ.เวียงสา จำนวน 750 ครอบครัว

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ร.อ.ไพบูลย์ สุขเจตนี รองผู้อำนวยการกองงานพระวรชายาฯ เป็นผู้แทนพระองค์ นำถุงยังชีพพระราชทานมอบให้แก่ราษฎรบ้านหนองเต่า หมู่ 5 ต.ม่วงตึ๊ด อ.ภูเพียง จำนวน 600 ชุด และหน้าที่ทำการ อบต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง อีกจำนวน 400 ชุด

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายสำเริง เอี่ยมสะอาด รองเลขาธิการกองงานในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นผู้แทนพระองค์ นำสิ่งของพระราชทานเพื่อการยังชีพไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัย อบต.ศรีภูมิ อ.ท่าวังผา จำนวน 200 ชุด และ ที่ อบต. สถาน อ.ปัว จำนวน 300 ชุด

พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา โปรดให้ นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำสิ่งของประทาน ไปมอบแก่ราษฎร ณ หอประชุม อ.แม่จริม จำนวน 500 ครอบครัว

นอกจากนี้ รถปรุงอาหารเคลื่อนที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ยังคงทำอาหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลเมืองน่าน ทั้ง 28 ชุมชน ซึ่งประชาชนอาศัยอยู่หลายพันหลังคาเรือน

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.น่าน ล่าสุด ชาวบ้านอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ยังคงต้องอาศัยอยู่บนหลังคาบ้าน พื้นที่ 7 ตำบลถูกน้ำท่วมสูง ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 15,000 หลังคาเรือน เนื่องจากอำเภอเวียงสาเป็นพื้นที่รับน้ำ ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 คน แต่ที่อำเภอเมือง, ปัว, ท่าวังผา และภูเวียง สถานการณ์น้ำท่วมกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ชาวบ้านเริ่มทำความสะอาดบ้านเรือนและร้านค้าเพื่อกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

ส่วนที่จังหวัดสุโขทัย แม่น้ำยมสูงเกินจุดวิกฤติ เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมเขตเทศบาลเมืองฝั่งตะวันตก ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะถนนบายพาสรอบเมืองสุโขทัย จนถึงสี่แยกคลองโพธิ์ น้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เรือท้องแบน ติดเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ช่วยอพยพชาวบ้านและขนย้ายสิ่งของไปไว้ที่ปลอดภัย

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วม อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ แต่หลายหมู่บ้าน ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ซึ่งอยู่ติดแม่น้ำเมย ระดับน้ำยังท่วมสูงประมาณ 1 เมตร โดยที่วัดวังตะเคียน กำแพงวัดทรุดตัว พระเณรเร่งนำก้อนหินไปถมป้องกันไม่ให้กำแพงวัดพังเสียหาย

ด้าน นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดน่าน ตาก เชียงราย สุโขทัย และพะเยา ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าเป็นห่วง จึงได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดย ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 9 พิษณุโลก เขต 10 ลำปาง และเขต 15 เชียงราย ระดมเครื่องจักรกล อุปกรณ์เครื่องมือ เรือท้องแบน รถบรรทุก สนับสนุนการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบอุทกภัย รวมถึงเตรียมการฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่สภาพปกติภายหลังน้ำลด นอกจากนี้ ได้สั่งกำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตรียมการเฝ้าระวัง โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมแจ้งเตือนภัยให้เครือข่าย ในระดับพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือและอพยพประชาชนในทันทีที่ได้รับการ ประสานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับจังหวัดที่เป็นพื้นที่รับน้ำ ให้บูรณาการวางแผนการบริหารจัดการน้ำร่วมกับจังหวัดใกล้เคียง เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำหลากที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทาง สายด่วนนิรภัย 1784